นักวิชาการที่ให้คำปรึกษา นอกจากไม่ฟังแล้วยังชอบสอน
ผมได้มีโอกาสทำงานชุมชนร่วมกับนักวิชาการบางท่านครับ
จากการสัมผัส นักวิชาการท่านนี้ ชอบสอนครับ และ ไม่ชอบฟัง พอเข้าไปพูดคุยในชุมชนก็ขอให้ได้สอนเอาไว้ก่อนเป็นงานหลัก
โดยที่ไม่ฟังเลยครับว่าชาวบ้านเขาพูดอะไรออกมา หรือ ฟังแต่ไม่ได้ยิน
ผมสังเกตุดูว่า ชาวบ้านก็ไม่ฟังนักวิชาการคนดังกล่าวเหมือนกันครับ เพราะคุณไม่ฟังเขาก่อน แต่จะสอนอย่างเดียว
ในการให้คำปรึกษา ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะนำความรู้หรือทฤษฎีไปบอกเขานะครับ มันมีขั้นตอนหรือกระบวนการของการให้คำปรึกษา
ผมมีเทคนิควิธีการให้คำปรึกษาฉบับเรียนลัด ซึงเป็นวิธีที่ผมแอบจด และ จำ มาจากท่านวิทยากรที่ได้บรรยายให้ฟัง
เป็นประเภทเรียนรู้แบบครูพักลักจำ ดังนี้ครับ
ท่านวิทยากรบอกว่าเทคนิคสำคัญของการให้คำปรึกษามีอยู่ 5 ใจ ดังนี้ ครับ
1. ใส่ใจ ผู้ให้คำปรึกษาต้องใส่ใจในตัวผู้ที่เราจะให้คำปรึกษาเขาอย่างจริงจัง ให้เขาทราบว่าผู้ให้คำปรึกษาสนใจในตัวเขา
2. เห็นใจ เมื่อรับฟังปัญหาของเขา ต้องแสดงความเห็นใจในปัญหาของเขา
3. เปิดใจ ขั้นตอนนี้ เมื่อใส่ใจ และ เห็นใจเขา เขาก็จะเปิดใจครับ
4. เข้าใจ ผู้ให้คำปรึกษาจะต้องพยายามทำความเข้าใจในปัญหาของเขาครับ ซึ่งขั้นตอนนี้ จะต้องแยกปัญหาของเขาให้ออกว่า เป็นปัญหาด้านอารมณ์ หรือ เหตุผล
4.1 ถ้าเป็นปัญหาด้านอารมณ์ ความรู้สึก แสดงว่าเขาต้องการระบาย ก็เพียงแต่รับฟัง
4.2 ถ้าเป็นปัญหาด้านเหตุผล ก็มีหน้าที่เสนอมุมมอง แล้วให้เขาตัดสินใจเอง ภายใต้ข้อมูลที่เราให้เขา
5. ให้กำลังใจ การให้กำลังใจ เป็นเรื่องที่สำคัญมากในการทำให้เขากล้าต่อสู้กับปัญหา
เมื่อผ่าน 5 ขั้นตอน แล้ว ต่อไปจะเป็นขั้นการหาทางออกในการแก้ปัญหา จะไม่ใช้วิธีแนะนำ แต่จะใช้วิธีเรียนรู้ร่วมกัน ให้เขาตัดสินใจเอง

ทั้งหลายทั้งปวง หัวใจอยู่ที่ "การฟัง" ทั้งนั้นเลยครับ และจะต้องเป็นการฟังอย่างที่เรียกว่า "ฟังอย่างลึกซึ้ง"
ถ้าไม่ฟัง หรือ ฟังไม่เป็น ก็ยังไม่ควรไปให้คำปรึกษาใดๆแก่ใครนะครับ

สวัสดีค่ะ ท่าน ผอ.
คำคม ผสมคล้องจอง ปนไปด้วยความหมาย ไม่มีใครเกินท่าน ผอ.เลยค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
สวัสดีค่ะ...คุณ small man
ชอบแต่ให้แต่ไม่ชอบรับไงค่ะ...เยอะค่ะ...อิอิอิ
สวัสดีค่ะ มาแชร์ประสบการณ์ค่ะ
เคยให้คำปรึกษาเรื่องการบอกข่าวร้ายเรื่องโรคร้ายแรง
อารมณ์ค่ะ บางทีอดร้องไห้ไม่ได้
ต้องมีขั้นตอน มีการสะท้อนกลับ
การสรุป
ยอมรับค่ะ ว่ายาก และลึกจริงๆค่ะ
การเข้าใจเขา เห็นใจในปัญหาของเขานั้น...ต้องไม่เอาตัวเข้าไปเป็นเขาด้วยนะคะ Empaty ไม่ใช่ Sympaty ด้วยค่ะ อิอิ
สวัสดีค่ะ
.เป็นเทคนิคที่ดีมากเลยค่ะ ถ้านำไปใช้จริงๆ ดิฉันก็เจอคนที่ชอบพูดให้ฟัง ไม่ค่อยฟังเรา จะแทรกบ้างยังไม่ได้ด้วยซ้ำ จึงไม่ปรึกษาดีกว่า ได้แต่ฟังเขาพูด
.ขอบคุณความรู้ดีๆ จะนำเทคนิคนี้ไปใช้บ้างค่ะ
* เปลี่ยนรูปใหม่ สดใสมากเลยครับ
* ขอบคุณมากครับที่ยังคิดถึงอยู่
การฟังคือการประเมินสภาพของปัญหาและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้ถูกจุดมากขึ้น
ขอบคุณมากครับ ที่เข้ามาเสริมเติมเต็ม
นักวิชาการหลายท่าน ชอบให้(พูด)
แต่ไม่ชอบรับ(ฟัง)
จริงๆ ครับ
ขอบคุณครับ
ผมเคยสังเกตการฝึกปฎิบัติการให้คำปรึกษา ผู้หญิงหลายท่าน มักจะมีอารมณ์คล้อยตาม ใครเล่าเรื่องเศร้า ก็มักจะร้องไห้ตามไปด้วยครับ
วิทยากรบอกว่าต้องคุมอารมณ์ตัวเองให้อยู่ ถ้าร้องไห้ตามไปด้วย จะไม่สำเร็จครับ
ขอบคุณครับที่แชร์ประสบการณ์
ผู้ให้คำปรึกษาหลายท่าน สะกดอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ครับ ร้องไห้ตามไปด้วย
Empathy คือ เห็นใจเขา เข้าใจเขา แต่ ตัวเรา จิตปกติ จิตว่าง มีสติ ไม่มีอคติ ไม่มีลำเอียง ไม่อิน คือ ฟังแบบ I in now "สติ" ต้องเต็มร้อยครับ
Sympathy คือ เห็นใจ เข้าใจ แต่ ตัวเรา มีอารมณ์ร่วมด้วย อินด้วย เจืออคติลำเอียงไปกับเขาด้วย ฟังแบบ I in you เข้าใจในตัวเขา แต่ยังคล้อยตามเขาอยู่ "สติ" ยังไม่เต็มร้อย
แต่ผมว่าส่วนใหญ่มาถึงแค่ Sympathy ก็น่าจะดีมากแล้วนะครับ ถึงแม้จะไม่ดีจริง
ขอบคุณครับที่ช่วยเสริม
คนที่ชอบพูดให้ฟัง ไม่ค่อยฟังเรา จะแทรกบ้างยังไม่ได้ด้วยซ้ำ จึงไม่ปรึกษาดีกว่า ได้แต่ฟังเขาพูด
นักวิชาการหลายคนที่ผมพบมา ก็มักเป็นแบบนี้แหละครับ โดยเฉพาะยิ่งไปทำงานกับชุมชนแล้ว ยิ่งไปกันใหญ่ เสียทั้งเวลา เสียทั้งความรู้สึก
ขอบคุณมากครับที่มาแชร์ประสบการณ์
สวัสดีค่ะท่านรอง
คงเหมือนที่ครูใจดีเขียนบันทึกเรื่อง 2 เพลง กับ 2 เหตุผล กระมังคะ
ถ้าคนต่างพูด ต่างไม่ฟังกันเลย เลยไม่รู้เรื่องสักอย่าง อีกอย่างเวลาฟ้งเขา ก็ต้องฟังอย่างมีสติไตร่ตรอง ฟังให้เกิดปัญญา และคิดตามไปด้วย และที่สำคัญต้องเปิดใจ....
บทสรุปของท่านรองถูกใจ และเป็นความจริงที่สุดค่ะ
ทั้งหลายทั้งปวง หัวใจอยู่ที่ "การฟัง" ทั้งนั้นเลยครับ และจะต้องเป็นการฟังอย่างที่เรียกว่า "ฟังอย่างลึกซึ้ง"
*** ระลึกถึงทุกวันเหมือนเคยค่ะ...แต่ไม่ได้มา วันหยุดมาทำงานค่ะ เมื่อคืนกลับตีหนึ่ง ****
*แต่วันนี้คงไม่ไหว... แล้ว เดี่ยวพรุ่งนี้ไม่แรงสอนหนังสือ... เลยเข้ามาเยี่ยมท่านรอง ก่อนกลับบ้าน ด้วยความละลึกถึง.... คืนนี้หลับฝันดีนะคะ****
*ไม่ได้มาหาหลายวัน อ่านบันทึกตามก็ไม่ท่าน....เสียดาย ว่างแล้วจะตามเก็บไม่ให้เหลือเลย ... คอยดู
* ส่งดอกไม้มาให้เยอะแยะ ชดเชยที่ไม่ได้มาหาค่ะ...ไปจริงๆ แล้วค่ะ บาย....
* เหมือนบันทึกเรื่อง 2 เพลง กับ 2 เหตุผล ละครับ ต่างคนต่างพูดแต่ไม่มีใครฟัง
ครูใจดีเขียนสรุปเพิ่มเติมมาได้ดีมากครับ ตรงที่ว่า
ถ้าคนต่างพูด ต่างไม่ฟังกันเลย เลยไม่รู้เรื่องสักอย่าง อีกอย่างเวลาฟ้งเขา ก็ต้องฟังอย่างมีสติไตร่ตรอง ฟังให้เกิดปัญญา และคิดตามไปด้วย และที่สำคัญต้องเปิดใจ.... (นี่แหละครับ สุนทรียสนทนาของแท้)
มีความสุขและสนุกกับการทำงานนะครับ
ขอบคุณนะครับสำหรับกำลังใจงามๆและดอกไม้สวยๆ
ขอบคุณครับที่เข้ามาเยี่ยม
สวัสดีค่ะ
"ถ้าเป็นปัญหาด้านอารมณ์ ความรู้สึก แสดงว่าเขาต้องการระบาย ก็เพียงแต่รับฟัง"
ครูแอนเพิ่งจะเข้าไปมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะในประเด็นนี้ด้วยมาสดๆ ร้อนๆ ค่ะ
คุณหมอใจดีท่านหนึ่งท่านแนะนำครูแอนมาเฉกเช่นเดียวกันนี้เลยล่ะค่ะ...ขอบคุณท่านรองฯ นะคะ
ครูแอนเลยต้องนำไปปฏิบัติจริง
แยกลำบากเหมือนกันนะครับ ว่าเขาต้องการคำแนะนำ หรือ เขาต้องการระบาย
จากการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลายคนชอบแนะนำครับ วืทยากรบอก ไม่ใช่ เขาต้องการระบาย ไม่ต้องการคำแนะนำ (ทั้งๆที่ดูเหมือนเขาต้องการคำแนะนำ)