เบื่ออยู่นะการประชุม...เอ๊ะ! เบื่อจริงหรือเปล่า?


กลับมาทำงานจริงๆ จังๆ...ก็ย่างเข้าปีที่ห้า...

ภาระกิจหนึ่งก็คือ การประชุม...เป็นเรื่องที่ตนเองจะไม่ชอบมากๆ เมื่อมาพิจารณา ณ ตอนนี้ เจ้าความไม่ชอบน่ะคือ "อารมณ์ นี่นา"... เราใช้อารมณ์นำพานี่นา... พอไม่ชอบใจ เราก็วิ่งหนี... อยากเข้าก็เข้า ไม่อยากเข้าก็ไม่เข้า ค่อนข้างดื้อและตามใจตนเองเป็นที่สุดเลย...

ใครบอกก็ไม่ได้ ทระนงตนมาก...

อืม... อารมณ์นำพาจริงๆ...

เมื่อใดถูกใจ ชอบเป็นบรรยากาศที่สนองต่อจริตนิสัยตนเองก็ทำ แต่ส่วนใหญ่เราจะเบื่อหน่ายการประชุมเป็นที่สุด รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสียเวลา เพราะอะไรล่ะ?

เพราะเป็นบรรยากาศที่น่าเบื่อ สวมตัวสวมตน เข้าไปเบียดเบียนกัน โอ่..กัน พยายามโน้มน้าวเอาความคิดของตนเองมาครอบงำกัน พอไม่ได้ครอบงำก็โกรธ ไม่พอใจ สาดอารมณ์ด้านลบเข้ามาหากัน... นี่น่ะนะคือ ภาพรวมของความทรงจำและความรู้สึกที่มี

แต่...อยู่มาวันหนึ่ง..จุดเปลี่ยนเมื่อไรเราไม่อาจทราบได้

คำว่า "หน้าที่" เขามาครอบครองใจ

เมื่อก่อนไม่สนใจน่ะนะเจ้าคำว่าหน้าที่ สนใจแต่ใจตัวเอง...แต่เมื่อหน้าที่เข้ามาแทนที่ ก็ได้ถามตนเองว่า "เราเบื่อการประชุมจริงเหรอ"... ก็ได้คำตอบว่า ไม่จริงหรอก เราไม่ได้เบื่อจริง เพียงแต่เราน่ะใช้อารมณ์นำพาตนเองมากกว่า

อารมณ์ = ที่ชอบ และไม่ชอบ เป็นตัวนำพา

อ้าว...เป็นผู้ฝึกฝนตนไม่ใช่เหรอ ทำไมใช้อารมณ์นำพาล่ะ

ครูสอน...ชอบก็ทำ ไม่ชอบก็ทำ ไม่ใช่เหรอ...

พอระลึกคำสอนแห่งครูผู้เสียสละตนได้ ก็ก้มหน้าก็ตา ทำ ทำแบบ ==> ชอบก็ทำ ไม่ชอบก็ทำ ทำเพราะอะไรล่ะ?

ทำเพราะหน้าที่...แล้วหน้าที่นั่นน่ะคืออะไรล่ะ?

หน้าที่นั้นน่ะ คือ...หน้าที่ที่มีเหตุให้ต้องทำ เมื่อเหตุหนุนนำส่งมาให้ต้องประสบ ต้องเผชิญ ต้องคลุกอยู่... เป็น "เหตุ" แห่งการปรากฏขึ้น เราจึงพึงน้อมรับ

เบื่อหรือไม่เบื่อ ไม่ได้นำมาเป็นตัวนำหน้าล๊ะ...

แต่ใช้ "ลมหายใจ" นำน่ะนะ...ชอบก็ทำไม่ชอบก็ทำ...

เพียงแค่...ลมหายใจเข้าอย่างตื่นรู้และเบิกบาน...

"ลมหายใจเข้าสบาย...ลมหายใจออกสบาย"... เท่านี้แหละนำพาตนให้ทำกิจต่างๆ ไม่มีความคิดนำ ไม่มีอารมณ์นำ มีแต่ "ลมแห่งการหายใจ" เป็นตัวนำพา ส่วนเจ้าความคิดและอารมณ์ก็จะแปรเปลี่ยนหน้าตาไป...ไม่ได้มีอิทธิเหนือเรา หากแต่กลายเป็นผู้อยู่ใต้อิทธิพลเรา

หากถามว่า...เมื่อไรจะเบื่อ เบื่อแล้วค่อยมาคุยกัน

ก็คง...ไม่อาจรู้ได้น่ะนะ เมื่อสภาวะยังเป็นอยู่อย่าง ณ ปัจจุบันนี้

ก็คงดำเนินไป ภายใต้ "หน้าที่และความรับผิดชอบ" ตามเหตุ + ปัจจัย ที่มาเกื้อหนุนให้ทำ ให้เผชิญ...

หมายเลขบันทึก: 313147เขียนเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2009 04:51 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 21:53 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (7)

มาทักทายน้อง Ka-Poom ค่ะ

"ลมหายใจเข้าสบาย...ลมหายใจออกสบาย"...

ขอบคุณค่ะ

อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่ ครูอี๊ด

ประชุมทุกวันเลยค่ะ...แต่ตอนนี้ เข้าประชุมด้วยความเบิกบานใจ

ประมาณว่า "เป็นอะไรก็เป็นไป" น่ะค่ะ ...

สวัสดีค่ะคุณ..ka poom..ยายธีแวะมาเยี่ยมกับคำว่า..เบื่อๆ..อยากหรือหยาก...กับการเข้าออกของลมหายใจ...เป็นอะไรก็เป็นไป..หากเป็นไปได้ถ้ามีสุนทรียสนทนาแบบเบาๆสบายๆที่อ่านพบ(วัดป่า)..มีไปแล้วยังคะหากผ่านพ้นไปแล้วจะจัดอีกเมื่อไร..อยากมีโอกาศได้ร่วมกิจกรรมต่ะ...ยายธี

ไม่เจอกันนานเลยเนาะ

เช้านี้ระหว่างทางมาทำงาน พบเหตุการณ์รถเฉี่ยวชนจอดอยู่ข้างทาง 2 คัน เจ้าของรถทั้งสองกำลังยืนคุยกันแบบ อกชนอก (เกือบๆจะปะทะแล้ว) ทำให้ผมแว๊บถึง "อารมณ์" พอดีมาอ่านบันทึก kapoom เลยเข้ามาแจมด้วย

ผมนึกถึงคำกล่าวที่มักจะได้ยิน คือ "อย่าใช้อารมณ์ส่วนตัว ในการทำการใดๆ แต่ให้ใช้เหตุผล"

ผมมานึกอีกที คนนะ! ไม่ใช่หุ่นยนต์

ผมลองถามตัวเองว่า มีสักเรื่องในชีวิตไหม ที่ไม่มีอารมณ์มาเกี่ยวข้องเลย?

ผมตอบตัวเองไม่ได้ ดูเหมือนจะหายาก

ผมเชื่อว่า ทุกชีวิต มีอารมณ์อยู่เสมอในการดำเนินชีวิต เพียงแต่ ตัวเราเท่าทัน ตัวอารมณ์ หรือเปล่า?

หลายครั้ง ผมปล่อยให้อารมณ์เป็นนาย นำพาผมสู่โลกแห่งความหงุดหงิด รำคาญใจ หดหู่

เลยเข้าใจเอาเองว่า อารมณ์ เป็นเงาเราตลอดเวลา ปฏิเสธว่าไม่ให้มีคงยาก เพียงแต่ว่าเราเอง จะเห็นเงาอรมณ์ตัวเองหรือเปล่า? เห็นแล้วควบคุมมันได้หรือเปล่า?

ก็พยายามฝึกอยู่เหมือนกัน รู้แต่ว่า ตอนนี้อยู่ชั้นอนุบาล คือแค่ พยายามทำให้เวลาที่อารมณ์เป็นนายสั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้

หวัดดีคร้าฟฟฟ...คุงkapoom

ลุงรุน มาเยี่ยมคับ

อืม...ความเบื่อเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย แหละคร้าฟฟฟฟ...

เมื่อรู้สึกเบื่อ...อย่าพูดคำว่า "เบื่อ" รีบดึงตนเอง ออกจากความเบื่อ ...เบื่อได้ แต่ขออย่าให้เบื่อนานนนนนนนน

เรียนเชิญ เยี่ยมชม บล็อคมือใหม่หัดขับ ครับป๋ม

http://gotoknow.org/blog/cai-animation/288964

"สุนทรียโสเหร่"... จะมีขึ้นอีกครั้งพรุ่งนี้ค่ะ วันอาทิตย์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๒

เดิมทีจะใช้คำว่า "สุทรียเสวนา" แต่ท่านพระอาจารย์ต้อ ท่านพูดขึ้นมาว่า "มาโสเหร่อะไรกันอีกนี่..." (ภาษาอิสาน) กะปุ๋มก้เลยนำมาผนวกกันค่ะว่า...

"สุนทรียะ + โสเหร่" = สุนทรียะโสเหร่

พูดคุยกันอย่างไร้รูปแบบ ไร้กรอบ หากแต่มี "ใจ" นำพามาพบกัน มาบอกเล่ากันด้วยใจ และฟังกันด้วยใจ ใจแห่งความเป็นกัลยาณมิตร ...

เมื่อครั้งก่อน เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๒ เราได้ "สุนทรียโสเหร่" กันในเรื่องของ "การทำอาหาร" พุ่งเป้ามาที่กะปุ๋มเลย ความเบิกบานใจ ความเห็นอกเห็นใจ ส่งผ่านมาทางแววตา "ทำอะไรมาก็มากมาย แต่ทำอาหารแบบไม่ได้เรื่องเลย" 555 ประมาณนั้นน่ะค่ะ ยายธี...

ไม่ว่าจะน้องตาลและหมอเอก...

ทั้งคู่ส่งมาเต็มที่เลย แววตาแห่งความเห็นอกเห็นใจ แต่กะปุ๋มว่า "พี่กะปุ๋มผู้น่าสงสาร...ทำไมทำกิจเช่นนี้ไม่ได้เรื่องเลย ...ฮา"...

เป็นความเรียบง่าย ไม่ต้องมากะเกณฑ์อะไร ใครพร้อมใครมาก่อน...หอบหิ้วหัวจิตหัวใจมาพบกัน ... มาด้วยใจรัก ด้วยการบอกกล่าวจาก พี่นก Giant bird ทำตาละห้อย ...แววตาเว้าวอน อยากคุยกับ อ.กะปุ๋ม แต่จะทำอย่างไรเล่า ในเมื่อเสาร์-อาทิตย์ เราใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านพักที่ขอนแก่น แต่น่านะ...เสียสละ ที่วัดน่ะ ก็เป็นพื้นที่ของหลวงปู่ท่าน พื้นที่ของพระผู้นำพาท่าน... เป็นบ้านแห่งการพักพิงของเด็กๆ ที่พลาดแต่ได้รับโอกาส...เรากลับไปบ้างก็ดีเหมือนกัน เสียสละประมาณว่า "ขัดใจกู ฝืนใจกู" (สำนวนจากท่านผู้นำพา สอนสั่งเสมอว่า ...ละตนออก เห็นแก่ผู้อื่นบ้าง"...

ย้อนกลับมาเล่าเรื่อง...หัวใหญ่ในการเล่าเรื่องกัน...

น้องตาลเห็นใจพี่กะปุ๋มมาก...เรื่องทำ "สุกี้น้ำเปล่า" ที่ใครซดน้ำก็ต่างส่ายหน้าด้วยความว่า อืม..ไม่ได้เรื่องเลย... เมตตาพี่กะปุ๋มด้วยการแนะนำให้ใช้ "น้ำมะพร้าวอ่อน" มาลองทำน้ำซุปดู ซึ่งน้องตาลบอกว่าพี่กะปุ๋มจะลดภาระการปรุงได้เลย...อืม น่าสน น่าสน...

เพียงแค่การได้มาเจอกัน มาบอกเล่าเรื่องราว "สุนทรียแห่งใจ" นี่โสเหร่ บอกกล่าวต่อกันและกัน เป็นเรื่องของการแบ่งปันใจแห่งความงดงาม เสมอเหมือนการชาร์ตแบตเตอรี่ให้กับใจ ให้ใจนี้มีกำลังที่จะไปขับเคลื่อนพลังแห่งความดี แห่งความเสียสละตนต่อการทำการงานเพื่อผู้อื่น...

ไม่มีกฏเกณฑ์ ไม่มีพวกพ้อง ไม่มีกลุ่ม ไม่จำกัด... ไม่จำเป็นต้องมีแนวคิดคล้ายกัน หากแต่เพียงแค่ขอมี "ใจ" ใจนำพาเท่านั้น ก็เพียงพอต่อการได้มาเจอ มาพบ มาคุย มาแบ่งปัน...

 

<p>อ่าน Blog ของ kapoom มานานแล้ว post หัวข้อนี้ได้ถูกใจเข้ากับอารมณ์เดี๊ยนมาก

คุณเป็นคนน่าสนใจมากนะ อ่าน blog ของคุณแล้วได้ใจจริงๆ ทุกวันนี้พยายามที่จะทำอะไรให้ช้าลงและมีสติ

เพราะถึงทำเร็วแต่ไม่มีสติ out-come ก็ไม่ดีไม่สมกับเรี่ยวแรงที่ลงไปพยายามจะทำตามคติของคุณค่ะ

"ลมหายใจเข้าสบาย...ลมหายใจออกสบาย"

"เพื่อนเก่า รุ่น10"

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี