ข้ออ้างมีแต่นำไปสู่ความล้มเหลว คนที่หวังจะก้าวหน้าจะต้องทำงานด้วยปัญญา ทำงานอย่างเต็มที่ คิดก่อน ทำก่อน กำไรก่อน
หลายคนคงเคยพบเจอคนบางประเภททั้งในที่ทำงานหรือทั่วๆไป ซึ่งแต่ละคนที่พบเจอนั้นมีทั้งคนดี และคนที่ไม่ดีปะปนกันไปบ้าง แต่ในหลายแบบเหล่านี้เราจะพบเจอคนรอบข้างเราแบบใดมากที่สุดลองมาพิจารณากันดูนะค่ะ
คนดี เก่ง และกล้า หวังที่จะพัฒนางานของตนเองให้มีประสิทธิภาพ เสริมค่าให้กับตัวเอง คนประเภทนี้มักชอบแก้ปัญหา คิดว่าทุกปัญหามีหนทางแก้หรือย่อมที่จะมีทางออกเสมอ
จึงเป็นคนกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงงานหรือปรับเปลี่ยน และแก้ไขได้เสมอหากพบเจอข้อผิดพลาดในการทำงาน ทำให้เป็นคนรอบรู้ มีความคิดนอกกรอบ กล้าเปลี่ยนแปลงริเริ่มเพื่อสร้างงานให้สำเร็จ
คนที่ยอมแพ้ มักมีจิตใจอ่อนแอ โลเล มักที่จะรอ ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่ชอบการแก้ไข แต่ชอบใช้การแก้ตัวหรือมักมีข้ออ้างในการทำงาน ชะลองานไปก่อนเสมอ และมักมองว่า ทุกอย่างที่จะแก้ย่อมมีปัญหา ไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง
นักสร้างข้ออ้างเหล่านี้จึงมีข้ออ้างได้หลายอย่าง ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดเป็นนิสัยและเป็นหนทางแห่งความล้มเหลว จึงไม่สามารถพัฒนาตนเองและพัฒนางานที่ทำได้ ข้ออ้างที่พบในชีวิตการทำงานมีดังนี้
1.อ้างว่าฤกษ์ไม่ดี เวลาไม่ดี รอให้มีเวลาหรือฤกษ์ดีก่อนถึงค่อยลงมือทำ แท้จริงแล้วฤกษ์ดังกล่าวนั้นก็อยู่ที่ตัวเรา เราเป็นผู้กำหนดเองหรืออยู่ที่ความพร้อมของตัวเรา
2.อ้างว่ามีเงินน้อย จะลงมือทำก็เมื่อมีเงินพร้อม เงินแม้เป็นปัจจัยที่สำคัญมากแต่หัวใจที่สู้งานสำคัญกว่า การที่เรามีหนึ่งสมอง สองมือทำ หากตั้งใจฝึกปรือเอาจริงเอาจังกับงาน โอกาสที่ดีย่อมมีเสมอ
3.อ้างว่าไม่มีอารมณ์ ในการทำงานบางคนชอบพูดว่าวันนี้ยังไม่มีอารมณ์ที่จะทำงาน วันนี้อารมณ์ไม่ดี ไม่อยากทำงาน แท้จริงแล้วเป็นความขี้เกียจ คนที่ฉลาดในการทำงานมักชอบสร้างโอกาสและอารมณ์ มากกว่าที่จะรอให้มีอารมณ์ หรือรอให้โอกาสมาถึง
4.ชอบรอ คนประเภทนี้ชอบรอดูให้คนอื่นทำให้เห็นก่อน แลงตัวเองจึงค่อยลงมือทำตามเค้าไป กลัวผิดพลาด กลัวออกมาไม่ดี กลัวไม่มีคนชม กลัวความผิดหวัง เมือเห็นคนอื่นเค้าทำแล้วงานออกมาดีก็ชอบที่จะนำไปทำตามและพัฒนางานของตนเองให้ดีกว่าของคนอื่นที่ทำอยู่แล้ว
5.ชอบแก้ตัว บางคนชอบอ้างว่าตัวเองอายุมากแล้ว ทำไม่ไหว อยู่แบบนี้นะดีแล้ว หรือบางคนบอกว่าอายุยังน้อย ยังหนุ่มอยู่ ยังคงมีเวลาให้คิดได้อีกเยอะแยะ ขอสนุกไว้ก่อน จึงเป็นคนที่ชอบเที่ยวมากกว่าชอบทำงาน
ข้ออ้างดังกล่าว มีแต่จะนำเราไปสู่ความล้มเหลว คนที่หวังจะก้าวหน้าจะทำงานด้วยปัญญา ทำงานอย่างเต็มที่ คิดก่อน ทำก่อนย่อมมีกำไรก่อน
คนเรานั้นถ้าเปลี่ยนแปลงจากการรอเป็นการลงมือทำ ลดข้ออ้างได้แล้ว ชีวิตก็จะดีขึ้นโดยลำดับ เพราะเราได้ให้โอกาสกับตัวเราได้พัฒนาตนเอง
คงเข้าข่าย
ยักท่า หน้างอ รอนาน
ขอบคุณมากค่ะที่แวะมาแบ่งปันความคิดเห็น
คงจะประมาณนั้นค่ะ...
ชอบมากค่ะ
เข้าท่าดีค่ะ
ยักท่า หน้างอ รอนาน ขอบคุณค่ะ
คนพวกแรกหากอยู่องค์ใดก็จะนำองค์กรไปสู่การพัฒนา แต่กลุ่มที่สองจะนำองค์กรไปสู่ความพินาศ แต่เราก็ยังคงต้องพบคนทั้ง 2 ประเภทในองค์กร เพราะฉะนั้นควรให้คนพวกที่ 1 เข้ามาเป็นผู้นำและควบคุมคนกลุ่มที่ 2 จึงจะทำให้องค์กรพัฒนาต่อไปได้ ดังพระบรมราโชวาท ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับเรื่องคนดีและคนไม่ดี
ที่ได้พระราชทานไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2512 ถือเป็นเวลา 40 ปีมาแล้ว แต่งยังทันสมัยอยู่เสมอ และจะทันสมัยตลอดไป
พระบรมราโชวาทดังกล่าว ระบุว่า ในบ้านเมืองของเรานั้นมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำบ้านเมืองให้มีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองชาติบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้อำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้
แวะมาส่งกำลังใจครับ
สวัสดีค่ะ
คงมีคนเช่นที่อ.ตุ๊กตาว่าจริง ๆ ด้วยค่ะ
อ่านแล้วจะได้ไม่ทำตามเช่นนั้น
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
ขอบคุณมากนะค่ะที่เข้ามาแบ่งปันสาระดีค่ะ
เห็นด้วยกับน้องค่ะ ว่าในองค์กรมีทั้งคนดีและไม่ดีปะปนกันไป
แต่คนดีที่เก่งเกินไปบางครั้งก็ไม่มีที่จะอยู่เหมือนกันนะค่ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มอบให้นะค่ะ
ดีใจมากค่ะที่แวะเข้ามาร่วมแบ่งปัน
ก็เท่าที่เห็นมีบ้างค่ะ
โดยเฉพาะพวกที่ชอบรอค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะคุณตุ๊กตา
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งข้ออ้างของผู้แพ้ค่ะ...
"ผู้ชนะ : เมื่อพบว่ามีข้อผิดพลาด จะพูดว่า ฉันทำผิดเอง"
"แพ้ : เมื่อพบข้อผิดพลาด จะพูดว่า ไม่ใช่ความผิดของฉัน"
ดีใจค่ะที่แวะเข้ามา
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นเพิ่มเติมนะค่ะ
ก็มักจะพบบ่อยๆเช่นเดียวกันค่ะ
มักจะโยนความผิดให้กับคนอื่นเสมอ
สวัสดีค่ะ...คุณตุ๊กตา
ประเภทแรกเหมาะกับในยุคปัจจุบันนะค่ะ...
ดีใจมากค่ะที่เข้ามาทักทาย
และเป็นแรงเชียร์ให้ค่ะ
ขอให้มีความสุขทุกๆวันนะค่ะ
ดีใจจังค่ะที่แวะเข้ามาทักทายค่ะ
ก็ประมาณนั้นค่ะ อิอิอิ
ชอบค่ะลูกท่านหลานเธอทั้งหลาย
ขอบคุณมากค่ะ
ชอบมากๆ ค่ะ ในที่ทำงานของน้องกานต์ มีประเภทที่ 3 กับประเภทที่ 5 น้อยค่ะ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเวลาแก้ตัว เพราะงานมีนมาคอยที่โต๊ทำงานเต็มทุกวัน อิๆๆ ชอบจังโดนใจสุดๆ
ขอบคุณมากค่ะที่แวะมาทักทาย
และดีใจมากที่เขียนบันทึกแล้วน้องชอบและโดนใจ
เป็นกำลังใจในการเขียนครั้งต่อๆไปค่ะ
น้องขยันมากเลย เช่นเดียวกันค่ะ ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะค่ะ
พี่เองตอนที่เขียนอยู่นี่ก็ยังอยู่ที่ทำงานอยู่เลยค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ