เค้าว่าเมืองหลวงพระบางเป็นเมืองหญิงงาม ส่วนเวียงจันทน์เป็นเมืองผู้ชายเจ้าชู้...
ในที่สุดก็ถึงวันที่จะต้องเดินทางกลับ วันนี้ต้องออกจากหลวงพระบางตั้งแต่เช้า....ไม่ได้แวะเที่ยวระหว่างทางที่ไหนเพราะระยะทางกว่าจะถึงเวียงจันทน์ไกลมาก แต่คุณไกด์ใจดีก็อนุญาตให้แวะซื้อของได้ที่ตลาดเช้าหลวงพระบางและตลาดสามแยกกาสี (เป็นที่ที่ชาวเขานำสินค้าการเกษตรมาขายในราคาถูก)
ตอนเช้าหลังจากรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จ พวกเราอำลาเมืองหลวงพระบาง ด้วยการเดินตลาดเช้าเพื่อซื้อเห็ดปลวกที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะซื้อกลับไปลองแกงกินที่เมืองไทยซักหน่อย อยากรู้ว่าไอ้ขาเห็ดยาวๆ ที่เห็นน่ะ รสชาติอร่อยหรือเปล่า? เดินตลาดเช้าด้วยความเร่งรีบ ทำให้ไม่ได้ใช้ความสามารถในการต่อรองราคาอย่างเต็มที่ แต่ถ้ามัวโอ้เอ้ กว่าจะไปถึงเวียงจันทน์ด่านก็จะปิดก่อน อดกลับบ้านเกิดเมืองนอนน่ะสิ
การเดินทางวันนี้ส่วนมากก็อยู่บนรถตลอด ยิ่งกว่าชะโงกทัวร์ซะอีก คือไม่มีโอกาสได้ชะโงก เป็นนอนหลับทัวร์ซะมากกว่า... ระยะทางกลับจากหลวงพระบางไปวังเวียงเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีเมฆหมอกปกคลุมเป็นระยะๆ เรื่องอะไรข้าพเจ้าจะนอน.....ขอเลือกเพลิดเพลินกับการนั่งชมขุนเขาและสายหมอกตลอดการเดินทางดีกว่า

ถึงพวกเราจะไม่ได้นั่งเครื่องบิน พวกเราก็ยังสามารถอยู่เหนือเมฆได้ มีคนในคณะทัวร์บอกว่า เหมือนการเดินทางของเทวดาและนางฟ้า เพราะว่าพวกเรามาแบบเหนือเมฆ อิอิ
เดินทางขึ้นภูเขาสูงคดเคี้ยวมองเห็นปุยเมฆอยู่เบื้องล่าง
ม่านเมฆสีขาวดูสะอาดตางดงาม ตอนมองเห็นปุยเมฆบนยอดเขา ก็รู้สึกอยากเข้าไปสัมผัส อยากรู้ว่าปุยเมฆที่ขาวสะอาดดูอ่อนนุ่มนั้นจะเป็นอย่างไร แต่พอได้ขับรถผ่านไปจริงๆ กลับพบความว่างเปล่า มีเพียงความขมุกขมัวของบรรยากาศรอบๆ จะว่าไปก็เปรียบเหมือนกันชีวิตคนเรา เวลาตั้งความหวัง ตั้งจุดมุ่งหมายไว้ ก็จินตนาการฝันว่ามันจะเลิศเลอ สดสวย งดงาม แต่เมื่อไปถึงจุดนั้นจริงๆ กลับพบเพียงความว่างเปล่า สิ่งสวยงามที่หวังไว้ไม่ได้มีอยู่จริง ......

นั่งรถผ่านเขานมสาว...น้องหมีเล่าให้ฟังถึงตำนานเขานมสาวว่า แต่ก่อนมีฤาษีบำเพ็ญเพียรวิชาในป่าจนมีตะบะแก่กล้า...อยากทดลองวิชาจึงได้เอื้อมมือขึ้นไปบังฟ้าเอาไว้ ทำให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล (ฤาษีน่าจะใจบุญนี่นา ทำไมไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนขนาดนั้นนะ) ร้อนถึงเจ้าเมือง ต้องประกาศหาคนดีคนเก่ง มีวาทศิลป์เป็นเลิศ ไปเจรจากับท่านฤาษี จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครอาสาด้วยเกรงกลัววิชาของท่านฤาษี ในที่สุด ร้อนถึงพระธิดาลูกสาวเจ้าเมืองต้องไปเจรจาเอง เพราะทนเห็นความเดือดร้อนไม่ได้ (ไม่รู้ทำไมเจ้าเมืองไม่ไปเอง คิดยังไงน้าถึงได้ส่งลูกสาวไป?) พอไปถึงจะด้วยความเร่งรีบหรืออะไรไม่ทราบได้ ทำให้ผ้าสไบที่ห่มไว้หลุดแล้วนางก็สะดุดหกล้มพระฤาษีเกรงว่าตนเองตะบะจะแตก จึงได้ยกมือลงจากฟ้าผลักองค์หญิงเอาไว้...และเมื่อพระฤาษีสูญสิ้นอิทธิฤทธิ์ ท่านก็เสียใจมากจนตรอมใจตาย.....ฝนฟ้าก็กลับมาตกต้องตามฤดูกาล...เป็นที่มาของเขานมสาวแห่งนี้
ต่อมา...ก็มีนักเดินทางผู้หนึ่ง เดินทางมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย แล้วแวะพักที่เขานมสาวแห่งนี้ เขาได้ก้มลงดูดนมเพื่อประทังความหิว แต่ก็ได้ถึงแก่ความตาย เพราะนมบูด 555 ด้านข้างๆ ของเขานมสาวจึงได้ปรากฏเป็นรูปคล้ายใบหน้าคนกำลังนอนอ้าปาก...นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ก่อนจะดื่มนมจงดูวันหมดอายุซะก่อน

ข้าพเจ้าว่า ดูเขานมสาวเบี้ยวๆ ยังไงชอบกล ถ้าเป็นปัจจุบันข้าพเจ้าสงสัยว่าองค์หญิงอาจจะเป็นมะเร็งเต้านมก็เป็นได้ จึงได้มีพระถันทั้งสองข้างไม่เท่ากัน 555
ถัดจากเขานมสาว ไปอีกสักพัก ก็พบภูเขาตั้งสูงเด่นตระหง่าน ถามน้องหมีว่า ภูเขาอะไร ได้คำตอบว่าเป็นภูเจ้า ซึ่งเป็นภูที่สูงที่สุดในบรรดาภูเขาแถบนี้ มองแล้วเด่นเป็นสง่า สวยงาม ควรค่าแก่การเก็บภาพเป็นที่ระลึกไว้เป็นอย่างยิ่ง
ใช้ระยะเวลาเดินทางทั้งวันกว่าจะถึงเวียงจันทน์...อ้อ ข้าพเจ้าสังเกตว่าป้ายระวังคนข้ามถนนที่หลวงพระบางและที่เวียงจันทน์แตกต่างกัน ที่หลวงพระบางป้ายจะน่ารักน่าเอ็นดู เป็นรูปแม่ยิงลาวใส่ซิ่นเดินข้ามถนน ส่วนที่เวียงจันทน์จะเป็นรูปผู้ชาย...เล่าให้น้องหมีฟัง น้องหมีหัวเราะแล้วบอกว่า เค้าว่าเมืองหลวงพระบางเป็นเมืองหญิงงาม ส่วนเวียงจันทน์เป็นเมืองผู้ชายเจ้าชู้ (น้องหมีว่าผู้ชายเจ้าชู้เนี่ย หมายถึงผู้ชายหน้าตาดี ไม่ใช่ผู้ชายที่มีหลายกิ๊กเหมือนเมืองไทย 555)

นอกจากนี้ป้ายจราจรที่บอกว่าข้างหน้าเป็นโรงเรียน ให้ระวังคนข้ามถนนนั้น ที่ประเทศลาวก็จะเป็นรูปผู้ชายจูงเด็กผู้หญิงเดินข้ามถนน ส่วนที่ประเทศไทย จะเป็นรูปผู้หญิงเดินตามลูกสาว...แปลกดี ไม่รู้ว่าที่เมืองลาวพ่อจะเป็นคนพาสาวลูกข้ามถนนไปโรงเรียนหรือเปล่า แต่ที่เมืองไทยก็จะเป็นคุณแม่ (ดูท่าทางคุณนายเพราะมีกระเป๋าถือด้วย ) เดินตามลูกที่กำลีงจะข้ามถนนอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ อิอิ

กว่าจะกลับถึงด่านก็เกือบทุ่ม อดแวะที่ duty free เพราะร้านปิดเรียบร้อยตามระเบียบ ดีนะที่ซื้อผักผลไม้มาเต็มคันรถ ถ้าไม่บอกคงนึกว่ารถขนผักผลไม้ไปขายที่ตลาดมากกว่าจะเป็นคณะทัวร์ (แวะซื้อยอดฟักแม้วและผลไม้ที่ตลาดสามแยกกาสี) ไกด์บอกว่าคณะทัวร์ส่วนมากจะซื้อผ้า ซื้อเครื่องเงินกลับไปฝากคนทางบ้าน มีคณะนี้แหละที่ซื้อแต่ของกิน...ถ้ามีเวลามากกว่านี้คงได้แวะเวียงจันทน์ซื้อผลไม้อีกหลายลังเป็นแน่
และแล้วการเดินทางก็สิ้นสุดลงด้วยความอ่อนล้า ทว่าสนุกสนาน เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดการเดินทาง โอกาสหน้าฟ้าใหม่ ถ้าได้เก็บกระเป๋าออกท่องเที่ยวอีก ข้าพเจ้าจะมาเล่าให้ฟัง

ทุ่งนาสีทอง ท้องฟ้าสีครามในวันอำลาหลวงพระบาง
เพิ่งจะไปเมืองลาวมาเหมือนกัน..แต่ไปถึงแค่นครเวียงจันทร์...
อยากไปหลวงพระบางมากมาก...
ขอบคุณที่นำภาพสวย ๆ มาให้ชม
สวัสดีค่ะ
สามเดือนที่แล้วดาวมีโอกาสไปเที่ยวเวียงจันทน์แต่ว่ายังไม่จุใจ
เลยต้องขอเดินทางต่อไปยังเมืองหลวงพระบางเมืองมรดกโลกค่ะ
อยากไปมาตั้งแต่สมัยตอนยังเป็นนักศึกษา ในที่สุดความฝันก็เป็นจริง อิอิ
เรื่องจะได้ไปเที่ยวต่างประเทศน่ะ คงอีกนานค่ะ...เพราะใช้วันลาไปหลายวันแล้ว
ถ้าเที่ยวในประเทศ ก็คงจะเร็วๆ นี้ล่ะค่ะ เพราะดาวเป็นพวกชีพจรลงเท้า พอว่างปุ๊บต้องหาเรื่องเดินทาง 555 ( แต่ดาวว่าพี่คิมเที่ยวเยอะกว่าดาวอีกนะคะ )
ชีวิตต้อง Enjoy ให้ทุกๆวัน
เพราะชีวิตนี้ต้องเดินทางต่อไป
หากไม่Enjoy การเดินทางก็หมดสนุกสิดาวฟ้า
เมื่อทำให้ชีวิตยุ่งมันก็ยาก
หาทำให้ Enjoy ได้มันสดใสซาบซ่าโดยไม่ต้องดื่มแป๊บซี่...
ไม่ว่าจะชีวิตหรือการเดินทาง...
ขึ้นอยู่กับเราว่าจะทำให้รสชาติมันเป็นเช่นไร
ขอบคุณค่ะ สำหรับประสบการณ์ดี ๆ ภาพสวย ๆ และตำนานดี ๆ
เอะ ตำนาน ดี ดี คงจะนิยามได้ไม่ดีนัก แต่อ่านแล้วรู้สึกสนุกค่ะ
นั่นสิคะ....ดาวก็ว่า เรียกว่าตำนานสนุกๆ น่าจะดีกว่า
เพราะชักไม่แน่ใจว่าจะเป็นตำนานดีๆ หรือเปล่า 555
เข้ามาชมภาพสวย ๆ ของเพื่อนบ้านเราครับ ขอบคุณครับที่นำมาฝาก มีความสุขทุกวันนะครับ
ขอบคุณค่ะที่แวะมาทักทาย...^-^
ขอขอบคุณเรื่องราวดีดีและภาพสวยๆครับ
ด้วยความยินดีค่ะ...
มีเรื่องราวดีๆ ก็อยากนำมาแบ่งปันกัลยาณมิตรชาว G2K ค่ะ
สูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอดเชียวล่ะ อิอิ
สบายดีเมืองลาวค่ะ
ได้สุขสนุก เติมพลังจากการท่องเที่ยว พักผ่อนในครั้งนี้เยอะเลยนะครับ
..
สุขสนุกกับงาน ครับ
ได้เวลาต้องกลับสู่ภาระงานประจำ ^-^
มีความสุขและสนุกกับงานเช่นเดียวกันค่ะ
ชวนเพื่อนๆ ไปหลวงพระบางประมาณปลายเมษายนปีหน้า สงสัยไม่มีหมอก และคงร้อนน่าดู!!
สวัสดีครับ blue_star
เพราะทางปากเซและจำปาสักน้ำโขงจะเป็นสีฟ้าใส คอนพะเพ็งและหลี่ผีจะสวยมากๆ น่าไปค่ะ