บทเรียนชีวิต : การก้าวย่างที่ไม่ประมาท

           มีการพูดถึง"สุขภาพกาย" ที่แข็งแรงสมบูรณ์ โดยหมั่นออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ หลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นโทษหรือทำลายสุขภาพ และเสริมอาหารที่ร่างกายขาดแคลนในรูปแบบของแค็บซูลหรืออาหารสำเร็จรูปกันมากขึ้น

          "สุขภาพใจ" หลายคนบริหารจิตเพื่อให้สงบ งดการโกรธ  นั่งสมาธิ และยังพบว่าจิตวุ่นวาย สับสน และแก้ไม่ค่อยได้ จนท้อถอยที่จะจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง

         มีผู้รู้อธิบายในเชิงลึกว่า การบริหารใจ ควรที่จะทำในสิ่งต่อไปนี้บ้าง

  • สร้างลมหายใจให้เป็นกัลยาณมิตร  คงหมายถึงการรู้จักลมหายใจเข้า-ออก และรู้จักเท่าทันลมหายใจนั้น โดยเจริญสติสัมปชัญญะ รักษาจิตให้สงบ

  • สร้างลมหายใจยาวๆเพื่อปฐมพยาบาลหรือรักษาอาการทางใจ  อาจจะกระทำเมื่อมีสิ่งมากระทบที่รุนแรง หายใจยาวๆ และรู้เท่าทันมัน สร้างจิตให้สงบไม่วอกแวกกับอารมณ์ที่เข้ามาทำร้าย ลืมมันเสียให้ได้

  • พยายามทำลมหายใจให้ปกติอยู่เสมอ เมื่อว่างๆ ให้รู้เท่าทันมันสักวันละ 5 - 10  นาที

  • อย่าใช้วาจามาทำร้ายใจ  วาจาที่ลั่นออกมาจากปาก มันจะกลับมาทำร้ายใจเราภายหลังเมื่อจิตเราว่าง คิดได้ เราจะมีความรู้สึกว่า"มันไม่น่าปากเร็ว"ไปเลย

  • รู้ตัวภายหลังและกลับใจมาแก้ไขตัวเอง  เราจะเป็นผู้ที่รู้ดี รู้ว่าทำอะไรลงไปเมื่อเวลาที่ผ่านมา ปรับตัวเสียใหม่ ให้โอกาสกับตัวเอง(แต่อย่าบ่อยมากนัก)

  • แต่ละวันหรือเวลาผ่านไป หมั่นมาประเมินผลตัวเอง เราทำอะไรไปบ้าง วันนี้เราทำดีมากี่อย่างแล้ว และต่อไปนี้เราจะภาวนากับตัวเองว่า "เราจะทำดีมากกว่าที่ผ่านมา"และถ้าจะมั่นคงไปอีก คงต้องตั้งเกณฑ์กับชีวิตไว้ว่า "จะทำดีอย่างน้อยวันละ 1 อย่าง"ที่ตัวเองชมเชยตัวเองได้ และคงไม่ต้องไปสนใจกับคนรอบข้างที่จะมาชมเชยเรา "ปิดทองหลังพระ"ยังใช้ได้ในสังคมไทย

                  ไม่ใช่นักวิปัสสนา  ไม่ใช่นักนั่งสมาธิ แต่วิเคราะห์ตัวคุณเอง ว่า"สุขภาพกายกับสุขภาพใจ"ถ้าไม่ทำไม่รู้ ใครบอกมาอย่าไปเชื่อ จงทำตัวด้วยตัวเอง แล้วจะพบสัจธรรมด้วยตัวเอง