ต่อสู้กับใคร และคู่ต่อสู้ที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ไหนกันแน่

ชีวิตคือการต่อสู้    เป็นคำกล่าวซึ่งเราท่านมักได้ยินกันมาแล้วเป็นเวลานานมาก    อย่างไรก็ตามธรรมชาติของแต่ละคน    หากปล่อยตัวปล่อยใจไปตามสบาย   ย่อมปิดโอกาสตัวเองที่จะนำมาคิดเพื่อค้นหาความจริงเก็บไว้เป็นความรู้ใส่ไว้ในใจเป็นกำไรชีวิต

                 หากเราแต่ละคนไม่ปล่อยให้จิตใจและความคิดหยุดนิ่งอยู่กับที่   สรรพสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาสู่วิถีชีวิตตัวเองในแต่ละเรื่อง    ย่อมนำมาค้นหาความจริงจากใจตนเอง  เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น        ในที่สุดย่อมรู้ความจริงได้ว่า    ทุกสิ่งมีเหตุมีผลสานถึงกันหมด

                 จากโอกาสดังกล่าว     ในที่สุด      ไม่ว่าเร็วหรือช้า    ย่อมเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า     เหตุของทุกสิ่งทุกอย่าง    ต่างก็มีศูนย์รวมอยู่ในใจตัวเองเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งหมด

                  ชีวิตคือการต่อสู้   หมายถึงอะไร ?    ถ้ายังไม่หยุดที่จะคิดต่อไป    น่าจะตั้งคำถามเพื่อถามตัวเองสืบต่อไปว่า    ต่อสู้กับใคร    และคู่ต่อสู้ที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ไหนกันแน่ ?

                  มีหลายคนอาจยังคงรู้สึกว่าตัวเองอยากได้สิ่งนั้นสิ่งนี้แล้วไม่ได้     จึงต้องออกไปขอให้คนอื่นช่วย              บ้างก็รวมพรรคพวกเรียกร้อง   จนกระทั่งบานปลายไปถึงขั้นยกพวกตีกัน   ซึ่งสภาพดังกล่าวคงไม่ใช่สิ่งเลวร้าย    หากยังสามารถคิดได้ว่า     เป็นธรรมชาติของเงื่อนไขซึ่งฝังอยู่ในรากฐานจิตใจแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน

                 สำหรับผู้ซึ่งประสบการณ์ชีวิตผ่านพ้นสิ่งดังกล่าวมาได้ลึกซึ้งถึงระดับหนึ่งแล้ว     ย่อมรู้เองว่า    แท้จริงแล้วคือส่วนหนึ่งซึ่งเป็นความจริงที่มีอยู่ในวิถีการเรียนรู้ของแต่ละคนอย่างเป็นธรรมชาติ

                 อนึ่งผู้ที่สามารถรู้และเข้าถึงความจริงดังกล่าว      คงเข้าใจแล้วว่า     เป้าหมายของศัตรูที่แท้จริงซึ่งควรต่อสู้     น่าจะหมายถึงเงื่อนไขที่แฝงอยู่ในรากฐานจิตใจตัวเองมาแต่อดีต

                 วิถีทางที่ผ่านโค้งสุดท้ายของชีวิตการต่อสู้มาแล้วจนถึงจุดนี้   หากมีรากฐานจิตใจอิสระจริง     ย่อมเข้าใจได้ว่า จุดซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายดังกล่าว    หาใช่เกิดขึ้นเมื่อวัยสูงขึ้นไม่    การที่บุคคลใดคิดว่าเรื่องนี้เกิดจากความคิดคนแก่  ย่อมหมายความว่าตนยังคงขาดอิสรภาพที่สามารถยืนหยัดอยู่บนพื้นฐานตนเอง

                  ความจริงแล้ว   รากฐานทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากอิสรภาพที่ควรมีอยู่ในจิตใจของเราแต่ละคน   ดังนั้นถ้าไม่อยู่นิ่งเฉย   หากมุ่งมั่นทำงานทุกสิ่งทุกอย่างโดยที่เปิดใจให้วิญญาณความรักหยั่งลงสู่พื้นดินได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น    ร่วมกับอีกด้านหนึ่งซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาต่างๆ   โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความหลากหลายของเพื่อนมนุษย์   ย่อมช่วยให้มีโอกาสเรียนรู้ความจริงอย่างต่อเนื่อง   จึงน่าจะพบได้เองว่า   ชีวิตที่เข้าถึงโค้งสุดท้าย   อาจมีความเป็นไปได้ตั้งแต่วัยยังน้อย

        ทั้งนี้และทั้งนั้น   หากไม่มองข้ามไปว่า   แต่ละคนที่เกิดมาต่างก็มีรากฐานจิตใจภายในภูมิกำเนิดตื้นลึกต่างกัน