ดอกหญ้าที่แม้จะไม่มีค่า ไม่มีราคา แต่ช่วยแต้มสีสีน และผลิตออกซิเจนให้กับโลกใบนี้

กริ๊ง ๆ …เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ในช่วงบ่ายวันศุกร์     สวัสดีค่ะ…วันอาทิตย์น้องว่างมั๊ยคะ   พี่จะจัดอบรมทำสื่อการสอนเรื่องกล่องแสนกลค่ะ

ผู้เขียน…เย็นๆหนูให้คำตอบนะคะ   จะชวนน้องที่ทำงานไปด้วยค่ะ  จริงๆแล้วภารกิจในวันหยุดของผู้เขียนก็เยอะมาก  เพิ่งหายเหนื่อยจากงานหลายๆงานที่เข้ามา  แต่ท่าน(อดีตศึกษานิเทศก์ ท่านเกษียณหลายปีแล้ว แต่ยังสนุกกับงานของชมรมและงานให้การอบรมคุณครู  ท่านเป็นคนที่คอยให้กำลังใจพวกครูอยู่ตลอดเวลา) ตั้งใจโทรศัพท์มาชวน   ผู้เขียนจึงไม่ลังเลใจที่จะโทรกลับไปหาท่านและตอบตกลง  วันอาทิตย์จึงไม่ได้หยุดอีกเช่นเคย  วันหลังมีเวลาจะเขียนเล่าให้อ่านกันค่ะ

ด้วยอากาศข้างนอกบ้านที่ค่อนข้างร้อนอบอ้าว   นับวันๆก็รู้สึกว่าจะร้อนขั้นทุกที  น้ำปีนี้ค่อนข้างน้อย   ขากลับพอมีเวลา แวะตลาดตัดผมร้านเจ้าประจำ  และซื้อของ๕-๖ รายการ

กลับมาถึงบ้านสวนความร้อนเริ่มคลายตัวลงแล้ว   ทำงานสักพักหนึ่งจึงออกไปเดินสูดอากาศที่แปลงมะละกอที่น้องชายปลูกไว้    ซึ่งตรงนี้ไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่ มองเห็นท้องฟ้าได้รอบทิศ โดยเฉพาะฝั่งตะวันตก   ช่วงนี้ต้นหญ้าข้างๆแปลงปลูกกำลังแข่งกันชูช่อดอก  จริงๆจะไปดูเมฆยามเย็นและถ่ายภาพมวลเมฆขณะที่ดวงตะวันจะลาลับขอบฟ้ามากกว่า  แต่ไปเห็นดอกชุมเห็ดเทศสวยสะดุดตาแต่ไกล…พอหมดฝน ลมหนาวเริ่มพัดโชยมา ดอกไม้นานาพันธุ์ก็รีบแข่งกันออกดอกรับลมหนาว   จึงเดินลุยฝ่ากอหญ้าเข้าไป  ถ่ายภาพดอกหญ้าและดอกชุมเห็ดเทศแทน  โดยมีมวลเมฆอยู่เบื้องหลัง

                     Dsc06084

                                ดอกหญ้ากับท้องฟ้าสีฟ้าสดใส ปราศจากกมวลเมฆ

                     Dsc06123

   เมฆยามเย็น ถ่ายภาพใกล้เวลา ๑๘ น. วันอาทิตย์ที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ตั้งใจถ่ายดอกหญ้ามากกว่า วันนี้ดอกหญ้าสวยกว่ากลุ่มเมฆ  อิ อิ

                     Dsc06124

                     Dsc06125

                     Dsc06127

                     Dsc06133

                     

                     Dsc06132

     ดอกชุมเห็ดเทศสีส้มเข้มสวยสะดุดตามองเห็นแต่ไกล ตอนนี้กำลังบานสพรั่งแข่งกันอวดความสวยงามกับดอกหญ้า

                     Dsc06131

                     Dsc06129

                     Dsc06130

                                              ดอกชุมเห็ดเทศ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cassia alatu Linn.
วงศ์ : LEGUMINOSAE
ชื่อท้องถิ่น : ชุมเห็ดใหญ่ (ภาคกลาง) ขี้คาก ลับมือหลวง หมากกะลิงเทศ (ภาคเหนือ) ส้มเห็ด (เชียงราย) จุม
เห็ด (มหาสารคาม) ตะลีพอ (กะเหรี่ยง – แม่ฮ่องสอน)
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ดอกสด ใบสด หรือแห้ง
ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา : เก็บใบชุมเห็ดเทศขนาดกลาง (ใบเพสลาด) ต้องเก็บก่อนออกดอก และเก็บดอกสด
รสและสรรพคุณยาไทย : รสเบื่อเอียน ใบตำทาแก้กลากเกลื้อน โรคผิวหนัง ดอกและใบต้มรับประทานแ้ก้
อาการท้องผูก
วิธีใช้ : ใบและดอกชุมเห็ดเทศใช้เป็นยารักษาอาการท้องผูก เตรียมได้ 4 วิธี คือ
1. ใช้ดอกชุมเห็ดเทศ สด 1 ช่อ ต้มรับประทานกับน้ำพริก
2. ยาต้ม นำใบย่อย 12 ใบ (ใบสด) หั่นตากแห้ง ใช้ต้มและเอาน้ำดื่ม
3. ยาชง นำใบชุมเห็ดเทศ มาบดเป็นผง ใช้ผงยาครั้งละ 3-6 กรัม บรรจุในถุงกระดาษและเย็บเป็นลักษณะถุงชา นำมาแช่ละลายในน้ำเดือด 120 มิลลิลิตร นาน 10 นาที และให้ผู้ป่วยดื่มน้ำยาชงในเวลาก่อนนอนหรือเมื่อมีอาการ
อ้างอิง : ภาควิชาแพทย์แผนไทย วสส.พิษณุโลก
write by: หมออนามัยไกลบ้าน :
UnityNature

                    Dsc05166 

                        แมลงกัดกินดอกชบาเป็นรูปหัวใจเท่ากันทุกกลีบ

                มีความสุขและเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยหัวใจที่เบิกบานนะคะ ทุกๆท่าน 

                     

ขอขอบคุณข้อมูล : http://www.unitynature.com/%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8-%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2.html