นำมาเล่าต่อเพื่อนชาว gotoknow เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์และคงเป็นอีกเรื่องที่หลายท่านอาจคาดไม่ถึง เข็มขัดนิรภัยอาจเป็นภัยได้เมื่อยามเด็กซน

เมื่อก้าวขึ้นรถ ประโยคติดปากที่ป้ามักจะบอกเด็ก ๆ ก็คือ "คาดเข็มขัด แล้วอย่าซนนะลูก"  แล้ววันนี้(๘ พ.ย.๒๐๐๙)ก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ป้าเคยได้ยินเรื่องความซนของเด็ก ๆ ระหว่างนั่งรถมาก็หลายต่อหลายเรื่อง แต่ไม่คิดว่าจะประสบด้วยตัวเอง 

ระหว่างนั่งรถไปรับพี่มาร์ค ปากก็เจรจาต่อรองเรื่องการการซื้อของเล่นกับป้าซึ่งกำลังขับรถ ขณะเดียวกันมือของเม่นก็พัลวัลอยู่กับเข็มขัดนิรภัย ไม่ใช่ดึงมาคาดตามปกติ แต่ด้วยความที่กำลังกวนแม่ตามประสาเด็ก เม่นกลับนำสายเข็มขัดมาพันที่คอ ไม่พันเปล่าแต่มุดไปมาจนเป็นเกลียว ป้ากำลังขับรถและพยายามกล่อมเม่นด้วยความอดทนว่าอย่าเพิ่งไปซื้อเลยของเล่นนะ เอาไว้วันหลังมีเวลาแล้วจะพาไป โดยที่ไม่ทราบว่าเม่นกำลังเล่นเอาเข็มขัดมาพันคอ เม่นเองก็ยังคงพร่ำพรรณนาด้วยเหตุผลสารพัดว่าอยากจะไปดี๋ยวนั้น ป้าพยายามสะกดกลั้นไม่หันไปมองเพราะเกรงตัวเองจะโมโห เม่นเงียบไปครู่ใหญ่ แล้วก็พูดขึ้นมาอีกครั้งด้วยเสียงร้อนรนว่า "ม่าม้าเม่นเอาไม่ออก" ป้ายังใจเย็นไม่หันไปมองแต่ส่งเสียงถามว่า "ทำไม" เม่นตอบว่า "เข็มขัดรัดคอเม่นครับ" ทีแรกป้ายังไม่ทันคิดอะไรมากและด้วยความที่ใกล้จะถึงจุดหมายเพื่อรับพี่มาร์ค จึงบอกเม่นว่าอย่าดึงให้นั่งนิ่ง ๆ พอเลี้ยวเข้าซอยที่จะรับพีมาร์คได้ป้ารีบจอดรถ ลงไปเพื่อคลายเข็มขัดแต่ไม่ป็นผล ป้าเริ่มรู้สึกร้อนรนและใจคอไม่ดี ตอนนั้นอยู่ใกล้ที่ทำงานน้าหนึ่ง จึงรีบโทรไปบอกน้าดี้และน้าหนึ่ง เรียกพี่มาร์คขึ้นรถได้ก็รีบขับรถไปเพื่อให้น้าหนึ่งช่วย รายละเอียดหลังจากนี้ ป้าให้เจ้าตัวเขียนเล่าเอง แต่สิ่งหนึ่งที่นึกแล้วป้าอดใจหายไม่ได้ก็คือ สิ่งที่เรานึกไม่ถึงเมื่อเราตื่นตกใจ วันนี้นับว่าคุณพระคุณเจ้าคุ้มครองที่ป้าไม่ได้เบรครถกระทันหัน หรือมีอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถคันอื่นในระหว่างที่สาละวนขับรถเพื่อหาทางช่วยเม่น หากมีแรงกระแทกเข็มขัดคงกระตุกแล้วเกิดเรื่องบานปลายแน่นอน ป้านึกแล้วรู้สึกใจหายเหลือเกินที่เกือบทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ เพราะความร้อนรนและไม่รอบคอบนั่นเอง....นำมาเล่าต่อเพื่อนชาว gotoknow เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์และคงเป็นอีกเรื่องที่หลายท่านอาจคาดไม่ถึง เข็มขัดนิรภัยอาจเป็นภัยได้เมื่อยามเด็กซน

เม่นบอกว่าอยากเขียนเรื่อเล่าในบล๊อกด้วยตัวเอง เขาเพิ่งพิมพ์ในไฟล์ word เสร็จแล้วเข้านอน บอกป้าว่า ม่าม้าอย่าลืมเขียน blog วันนี้เลยนะ

จากคำบอกเล่าของเม่น...

"วันนี้เกิดเหตุการที่ไม่คาดคิดมาก่อนขึ้นวันนี้แม่ของผมจะพาไปรับพี่ชายแล้วจะพาไปกินอาหารนอกบ้านพอผมบอกว่าอยากไปตลาดกิมหยงเพราะอยากไปซื้อของแต่แม่ผมไม่ให้ไปผมจึงโมโหมากพอขึ้นรถผมก็เอาสายเซฟตี้เบลมาพันหัวเล่นเพราะโมโหมากหลังจากนั้นสายของมันก็มาพันคอของผมพอผมบอกแม่ของผมแม่ของผมก็รีบซิ่งรถไปรับพี่ผมซึ่งมีชื่อที่เขาเรียกกันว่าหมูแต่ผมจะเรียกว่าพี่หมูคุงแต่ที่แม่ของผมรีบไปรับพี่ของผมเวลามีอะไรติดจะช่วยแก้ไขได้แต่แทนที่จะทำให้หลุดกลับทำให้แน่นขึ้น

พี่หมูคุงบอกว่าต้องตัดสายทิ้งแต่แม่ผมบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวให้น้าหนึ่งช่วยน้าหนึ่งเป็นใครนะหรือครับ

น้าหนึ่งคือพ่อของเพื่อนพี่หมูคุงพอไปถึงน้าหนึ่งก็ช่วยอะไรไม่ได้ แต่น้าดี้แม่ของเพื่อนพี่หมูคุงก็ให้กรรไกรเอาไว้เผื่อสายมันรัดคอแน่นจนหายใจไม่ออกแล้วใช้ตัด

จะว่าไปแล้วผมก็ลืมบอกชื่อของแม่ผม พี่ผมและผมแม่ผมรู้จักกันในชื่อของป้าอ้นส่วนพี่ผมก็ชื่อมาร์ค

ส่วนผมก็ชื่อว่าเม่นหลายๆคนคิดว่าเป็นชื่อที่ตลกแต่ยังมีชื่อที่ตลกกว่านั้นคือชื่อของผมตอนแรกเกิด

กลับมาเข้าเรื่องกันต่อละนะหลังจากนั้นแม่ผมก็โทรหาน้าสมยศซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานแม่ผมแต่เขาอยู่ที่คาฟูร์จึงนัดกันที่คาฟูร์พอเจอกันผมคิดว่าจะไม่รอดเพราะยิ่งดึงก็ยิ่งแน่นขึ้นหลังจากนั้นผมก็พูดว่า”หมูรีบเอากรรไกรมาตัดสายเร็ว”

หลังจากนั้นผมก็รอดมาได้ตอนแรกนะผมคิดว่าแม่ผมต้องคิดอะไรดีๆได้แน่แต่กลับคิดอะไรไม่ได้เลยครับ"