ถามว่าปัจจุบันองค์พระทั้ง 2 นั้นยังยืนตระหง่านอยู่ที่หน้าผานั้นหรือไม่อย่างไร..?

ช่วงนี้มีเรื่องเล่าต่อจากตอนที่แล้ว ในปี พ.ศ. 621 ในอาณาจักรกุษาณะมีพระราชานามกนิษกะเผ่าศกะครองเมืองปุรุษปุระ ( เมืองเปษวาร์ในปัจจุบัน ) และถือนามนี้เป็นการเริ่มต้นที่มาของคำว่า ศักราชนั้นเอง 

 ในปี พ.ศ. 643 พระราชากนิษกะได้สนับสนุนการทำสังคยนามีพระสงฆ์นิกายสรวาสติวาทเป็นผู้นำการจัดประชุมที่เมืองชลันทรใกล้เมืองละฮอร์ นับเป็นการทำสังคายนาครั้งที่ 4 แต่ฝ่ายพระสงฆ์เถรวาทไม่นับ 

 แม้ฝ่ายพระสงฆ์ผู้ดำเนินการก็ไม่นับในครั้งที่ 3  สมัยพระอโศกให้การสนับสนุนเช่นกัน  การประชุมครั้งนี้พระสงฆ์นิกายมหายานเข้าร่วมด้วยและถือเป็นจุดเริ่มต้นของพระสงฆ์นิกายมหายาน

พระเจ้ากนิษกะทุ่มเทกำลังใจกำลังทรัพย์สนับสนุนกิจการพุทธศาสนามากและทำให้คำสอนทางพุทธศาสนาเผยแผ่ไปทางเอเชียกลางและเข้าสู่แดนดินของจีน  ช่วงนี้พุทธศิลปะโด่งดังมากและได้สร้างมหาสถูปสูง 638 ฟุต ตั้งอยู่ที่เมืองปุรุษปุระ

 และกาลเวลายาวไปราว 700 ปี ห่างจากกรุงคาบุลเมืองหลวงของอัฟกานิสถานปัจจุบันราว 150 กม. มีเมืองชื่อบามียัน เป็นทางสายไหมในอดีตเป็นศูนย์กลางทางการค้าทางผ่านเชื่อมอินเดียจีนและเอเชียกลาง

  ที่แห่งนี้มีวัดทางพุทธศาสนามีถ้ำมากมายมีพระพุทธรูปใหญ่ที่แกะสลักเข้าไปในหน้าผาบามิยัน 2 องค์ สูง 53 เมตรและ 37 เมตร

 เมื่อครั้งหลวงจีนนามถังซำจั่งผ่านมาแถวนี้ได้บันทึกไว้ว่าองค์พระประดับด้วยทองคำและเพชรนิลจินดาประมาณค่ามิได้ถามว่าปัจจุบันองค์พระทั้ง 2 นั้นยังยืนตระหง่านอยู่ที่หน้าผานั้นหรือไม่อย่างไร..?