วันนี้ขอคุยเรื่องที่เป็นมงคลของชีวิตหน่อยนะคะ.....คบบัณฑิต.
บัณฑิต คือคนที่มีใจผ่องใสอยู่เป็นปกติ ทำให้มีความเห็นถูก ยึดถือค่านิยมที่ถูกต้อง สามารถดำเนินชีวิตอยู่ด้วยปัญญา
- เป็นผู้รู้ดี คือรู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว
- เป็นผู้รู้ถูก คือรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด
- เป็นผู้รู้ชอบ คือรู้ว่าอะไรบุญอะไรบาป
บัณฑิต อาจเป็นใครก็ได้ เช่น อาจเป็นผู้อ่านหนังสือไม่ออก อาจเป็นชาวไร่ชาวนา อาจเป็นผู้มีการศึกษาสูง อาจเป็นญาติของเรา ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม จะต้องเป็นผู้มีจิตใจผ่องใส และดำเนินชีวิตอยู่ด้วยปัญญา คือเป็นคนดีนั่นเอง
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ผู้ที่เรียนหนังสือจนได้รับปริญญานั้น คือบัณฑิต ความจริงแล้วนั่น เป็นเพียงบัณฑิตทางโลกเท่านั้น ยังไม่ใช่บัณฑิตที่แท้จริง เพราะผู้ที่ได้รับปริญญาแล้ว ถ้าความประพฤติไม่ดี อาจไปทำผิดติดคุกติดตะรางได้ แต่บัณฑิตที่แท้จริง ย่อมเป็นผู้ตั้งใจละชั่ว ประพฤติชอบ ประกอบแต่ความดี ความถูกต้องความสุจริต สามารถป้องกันตนให้พ้นจากคุกตะราง แม้กระทั่งจากนรกได้
"บัณฑิตมิใช่ผู้มีเพียงปริญญา แต่คือผู้อุดมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา"
สำหรับข้าพเจ้าแล้วความภาคภูมิใจในการเป็นสมาชิกของGo2know คือการที่บุญอำนวยและนำพาให้มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับบัณฑิตทุกๆท่าน เป็นองค์กรการเรียนรู้ของบัณฑิตโดยแท้ที่เปิดโอกาสให้คนธรรมดาอย่างผู้เขียนได้มีโอกาสคบบัณฑิตไปด้วย ถือเป็นบุญนำพาโดยครั้งแรกสุดมีโอกาสได้เป็นลูกศิษย์ในกระบวนการพัฒนาจิตวิญญาณของอาจารย์ ดร.กะปุ๋ม ซึ่งประทับใจในตัวตนและกระบวนการของอาจารย์มากๆและอาจารย์ได้แนะนำให้รู้จักกับGo2know เมื่อเข้ามาเป็นสมาชิกแล้ว ได้มีโอกาสรู้จักท่านอาจารย์ชิวพี่ชายใหญ่ขวัญใจชาว Go2know ซึ่งมากล้นด้วยความสามารถ ความละเอียดละออลุ่มลึก มีความสามารถรอบด้าน ที่สำคัญมีน้ำใจกว้างใหญ่ไพศาลยิ่ง ล่าสุดส่งMODEL พับกระดาษมาให้แม่นกและลูกนกฝึกพับ คุณลุงซานต้ายืนหนาวสั่นนั้นคาดว่าจะมีชีวิตทันคริสมาสต์นี้แน่ๆ ค่ะพี่ชิว ขออภัยที่ฝีมือไม่ก้าวหน้าเท่าใดนัก ยังมิกล้าอวด ต้องขอบพระคุณในน้ำใจอันงดงามไว้ณ ที่นี้ด้วยนะคะคนถัดมาพี่ครูคิมผู้มีเมตตาต่อทุกสรรพชีวิตเมื่อมาสำรวจเส้นทางว่าเป็นถนนอันรื่นรมย์แล้วจึงชักชวนน้องดาวฟ้าเข้ามาเป็นสมาชิกอีกคน หลังจากดาวฟ้าเข้ามาก็นำพาให้ได้พบปะ พูดคุยแลกเปลี่ยนกับกัลยาณมิตรอีกหลายท่าน ที่ผู้เขียนภาคภูมิใจในการได้พบเป็นอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็น ท่านสุญญตา ท่านธรรมฐิต คุณณัฐรดา คุณสามสัก ท่านวอญ่าและท่านอื่นๆอีกนับมิถ้วน
ขอบคุณอาจารย์กะปุ๋ม ขอบคุณGo2know ที่สุดในโลกที่นำพาให้ข้าพเจ้าเป็นหนึ่งในผู้ที่มีโอกาสคบบัณฑิต ขอบคุณจริงๆ และขอบคุณมวลหมู่สมาชิกทุกท่านที่ร่วมส่งเสริม สนับสนุนคุณความดีในกันและกัน พัฒนาองค์ความรู้และจิตปัญญาของกันและกันตามโอกาสจะอำนวย
แวะมาเยี่ยม และ อนุโมทนาสาธุด้วยครับ
สวัสดีค่ะคุณPhornphon
คุณPhornphonเป็นกัลยาณมิตรที่ผู้เขียนชื่นชม
และติดตามและถือเป็นผู้นำพาการปฏิบัติดีอีกท่านหนึ่ง
ขอบพระคุณที่แวะมาเยี่ยมนะคะ
มาทักทายเยี่ยมเยียนบัณฑิตค่ะ
การได้รู้ัจักบัณฑิตก็จะทำให้เราได้พัฒนาตนจนในที่สุด เราก็จะกลายเป็นบัณฑิตไปด้วย....
ตอนนี้หนูก็พยายามสูบความเป็นบัณฑิตจากเจ้อยู่ 555
สวัสดีจ๊ะน้องดาว
จับได้แล้ว นี่เองสาเหตุที่ทำให้เราฉลาดน้อยลงๆๆๆทุกวันๆๆๆ
เพราะถูกสูบความเป็นบัณฑิตไปหมดแล้วนี่เอง
อยากสูบจากน้องดาวบ้างจะทำได้วิธีไหนน้อ
ธรรมะยามเช้าขอรับพี่นก
ธรรมฐิตคงไม่อาจหาญรับคำชมว่าเป็นบัณฑิตหรอกเนาะพี่นก..
เอาของมาฝากจาก มังคลัตถทีปนี ด้วยขอรับเข้ากับบันทึกพอดีเลย
สัตว์ผู้ประกอบด้วยกุศลกรรมบถ ๑๐ มีเว้นจากฆ่าสัตว์
เป็นต้นเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ชื่อว่า บัณฑิต. อีกประการหนึ่ง
พระพุทธะ พระปัจเจกพุทธะ พระมหาสาวก ๘๐
และพระสาวกของพระตถาคตเหล่าอื่น ครูสุเนตต์ และอกิตติดาบสเป็นต้น
พึงทราบว่า "บัณฑิต." ท่านเหล่านั้นแม้ทั้งหมด เรียกว่าบัณฑิต
เพราะดำเนินในประโยชน์ทั้งหลายด้วยปัญญาคติ. ด้วยเหตุนั้น
ใน อรรถกถาท่านจึงกล่าวว่า "เหล่าชนที่ชื่อว่าบัณฑิต เพราะดำเนิน
อธิบายว่า ไปในประโยชน์อันเป็นไปในภพนี้และภพหน้า ด้วยญาณ-
คติ. แม้ในสัททนีติปกรณ์ ท่านก็กล่าวไว้ว่า "ปฑิ ธาตุ เป็นไปใน
ความไป. ปัญญาใด ย่อมดำเนิน คือไปในประโยชน์ทั้งหลายแม้
อันสุขุม คือทราบอาการแม้เป็นต้นว่าความบีบคั้นแห่งอรินสัจมีทุกข์
เป็นต้น เหตุนั้น ปัญญานั้น จึงชื่อว่า ปัณฑา, ผู้ไป คือดำเนินไป
ได้แก่เป็นไป ด้วยปัญญาที่ชื่อว่าปัณฑา, เหตุนั้น จึงชื่อว่า บัณฑิต,
อีกอย่างหนึ่ง ปัญญา ชื่อว่า ปัณฑา ของผู้นี้ เกิดพร้อมแล้ว เหตุ
นั้น ผู้นี้ จึงชื่อว่า บัณฑิต ผู้ชื่อว่า บัณฑิต เพราะดำเนิน คือไป
ด้วยญาณคติ."
ส่วนลักษณะบัณฑิต พึงทราบด้วยสามารถแห่งสุจริตมีความ
คิดเรื่องที่คิดดีเป็นต้น ที่ตรัสไว้ในพาลบัณฑิตสูตร๔อย่างนี้ว่า "ภิกษุ
ทั้งหลาย บัณฑิตลักษณะ บัณฑิตนิมิต บัณฑิตาปทาน ของ
บัณฑิต ๓ ประการเหล่านี้. ๓ ประการอะไรบ้าง ? ภิกษุทั้งหลาย
บัณฑิตในโลกนี้ ย่อมเป็นผู้คิดแต่เรื่องที่คิดดี พูดแต่คำพูดที่ดี และ
ทำแต่กรรมที่ทำดี."
อีกนัยหนึ่ง ชนเหล่าใด ย่อมได้รับประโยชน์ทั้ง ๒ คือ
ปฏิบัติเพื่อได้รับประโยชน์นั้น, ชนเหล่านั้น ชื่อว่าบัณฑิต เพราะ
พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในอุโภอัตถสูตร ในโกสลสังยุตอย่างนี้ว่า
"ธีรชนท่านเรียกว่า 'บัณฑิต' เพราะยึดไว้ได้
ซึ่งประโยชน์ (ทั้ง ๒) คือประโยชน์ในทิฏฐธรรม
และประโยชน์ในสัมปรายภพ."
ชนจำพวกใด ตัดเสียซึ่งประโยชน์ทั้ง ๒ ถือเอาแต่สิ่งอันมิใช่
ประโยชน์ทั้ง ๒, ชนจำพวกนั้น ชื่อว่าพาล. ความจริง ท่านเรียกชน
จำพวกนั้นว่าพาล ก็เพราะถือเอาสิ่งอันมิใช่ประโยชน์ทั้ง ๒ และเรียก
ว่าพาล ก็เพราะตัดเสียซึ่งประโยชน์ทั้ง ๒. กิริยาศัพท์ว่า " ลนฺติ"
นั้น จัดเข้าในหมวดธาตุมีภูธาตุเป็นต้น โดยข้อบังคับว่า ลา ธาตุ
มี ทฺวิ ศัพท์เป็นบทเคียง เป็นไปในความถือ. กิริยาศัพท์ว่า ลุนนฺติ
นั้น จัดเข้าในหมวดธาตุมีกี่ธาตุเป็นต้น โดยข้อบังคับว่า ลุธาตุ (มี
ทฺวิ ศัพท์เป็นบทเคียง) เป็นไปในความตัด.
ในคนพาลและบัณฑิตทั้ง ๒ พวกนั้น พวกบัณฑิตเท่านั้น
ควรเสพ, พวกคนพาล หาควรเสพไม่; เพราะพวกคนพาลเป็นเช่น
กับปลาเน่า, ผู้เสพคนพาลนั้น ก็เช่นกับใบไม้ห่อปลาเน่า ถึงความ
เป็นผู้อันวิญญูชนทั้งหลายควรทิ้งและเกลียดชัง. (ฝ่าย) บัณฑิต เป็น
เช่นกับของหอมมีกฤษณาและมาลาเป็นต้น ถึงความเป็นผู้ควร
กับใบไม้ที่พันของหอมมีกฤษณาและมาลาเป็นต้น ถึงความเป็นผู้ควร
สรรเสริญและฟูใจของวิญญูชนทั้งหลาย.
สัตว์ผู้ประกอบด้วยกุศลกรรมบถ ๑๐ มีเว้นจากฆ่าสัตว์
เป็นต้นเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ชื่อว่า บัณฑิต. อีกประการหนึ่ง พระ
พุทธะ พระปัจเจกพุทธะ พระมหาสาวก ๘๐ และพระสาวกของพระ
ตถาคตเหล่าอื่น ครูสุเนตต์ และอกิตติดาบสเป็นต้น
พึงทราบว่า "บัณฑิต." ท่านเหล่านั้นแม้ทั้งหมด เรียกว่าบัณฑิต
เพราะดำเนินในประโยชน์ทั้งหลายด้วยปัญญาคติ. ด้วยเหตุนั้น
ใน อรรถกถาท่านจึงกล่าวว่า "เหล่าชนที่ชื่อว่าบัณฑิต เพราะดำเนิน
อธิบายว่า ไปในประโยชน์อันเป็นไปในภพนี้และภพหน้า ด้วยญาณ-
คติ. แม้ในสัททนีติปกรณ์ ท่านก็กล่าวไว้ว่า "ปฑิ ธาตุ เป็นไปใน
ความไป. ปัญญาใด ย่อมดำเนิน คือไปในประโยชน์ทั้งหลายแม้
อันสุขุม คือทราบอาการแม้เป็นต้นว่าความบีบคั้นแห่งอรินสัจมีทุกข์
เป็นต้น เหตุนั้น ปัญญานั้น จึงชื่อว่า ปัณฑา, ผู้ไป คือดำเนินไป
ได้แก่เป็นไป ด้วยปัญญาที่ชื่อว่าปัณฑา, เหตุนั้น จึงชื่อว่า บัณฑิต,
อีกอย่างหนึ่ง ปัญญา ชื่อว่า ปัณฑา ของผู้นี้ เกิดพร้อมแล้ว เหตุ
นั้น ผู้นี้ จึงชื่อว่า บัณฑิต ผู้ชื่อว่า บัณฑิต เพราะดำเนิน คือไป
ด้วยญาณคติ."
ส่วนลักษณะบัณฑิต พึงทราบด้วยสามารถแห่งสุจริตมีความ
คิดเรื่องที่คิดดีเป็นต้น ที่ตรัสไว้ในพาลบัณฑิตสูตร๔อย่างนี้ว่า "ภิกษุ
ทั้งหลาย บัณฑิตลักษณะ บัณฑิตนิมิต บัณฑิตาปทาน ของ
บัณฑิต ๓ ประการเหล่านี้. ๓ ประการอะไรบ้าง ? ภิกษุทั้งหลาย
บัณฑิตในโลกนี้ ย่อมเป็นผู้คิดแต่เรื่องที่คิดดี พูดแต่คำพูดที่ดี และ
ทำแต่กรรมที่ทำดี."
อีกนัยหนึ่ง ชนเหล่าใด ย่อมได้รับประโยชน์ทั้ง ๒ คือ
ปฏิบัติเพื่อได้รับประโยชน์นั้น, ชนเหล่านั้น ชื่อว่าบัณฑิต เพราะ
พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในอุโภอัตถสูตร* ในโกสลสังยุตอย่างนี้ว่า
"ธีรชนท่านเรียกว่า 'บัณฑิต' เพราะยึดไว้ได้
ซึ่งประโยชน์ (ทั้ง ๒) คือประโยชน์ในทิฏฐธรรม
และประโยชน์ในสัมปรายภพ."
ชนจำพวกใด ตัดเสียซึ่งประโยชน์ทั้ง ๒ ถือเอาแต่สิ่งอันมิใช่
ประโยชน์ทั้ง ๒, ชนจำพวกนั้น ชื่อว่าพาล. ความจริง ท่านเรียกชน
จำพวกนั้นว่าพาล ก็เพราะถือเอาสิ่งอันมิใช่ประโยชน์ทั้ง ๒ และเรียก
ว่าพาล ก็เพราะตัดเสียซึ่งประโยชน์ทั้ง ๒. กิริยาศัพท์ว่า " ลนฺติ"
นั้น จัดเข้าในหมวดธาตุมีภูธาตุเป็นต้น โดยข้อบังคับว่า ลา ธาตุ
มี ทฺวิ ศัพท์เป็นบทเคียง เป็นไปในความถือ. กิริยาศัพท์ว่า ลุนนฺติ
นั้น จัดเข้าในหมวดธาตุมีกี่ธาตุเป็นต้น โดยข้อบังคับว่า ลุธาตุ (มี
ทฺวิ ศัพท์เป็นบทเคียง) เป็นไปในความตัด.
ในคนพาลและบัณฑิตทั้ง ๒ พวกนั้น พวกบัณฑิตเท่านั้น
ควรเสพ, พวกคนพาล หาควรเสพไม่; เพราะพวกคนพาลเป็นเช่น
กับปลาเน่า, ผู้เสพคนพาลนั้น ก็เช่นกับใบไม้ห่อปลาเน่า ถึงความ
เป็นผู้อันวิญญูชนทั้งหลายควรทิ้งและเกลียดชัง. (ฝ่าย) บัณฑิต เป็น
เช่นกับของหอมมีกฤษณาและมาลาเป็นต้น ถึงความเป็นผู้ควร
กับใบไม้ที่พันของหอมมีกฤษณาและมาลาเป็นต้น ถึงความเป็นผู้ควร
สรรเสริญและฟูใจของวิญญูชนทั้งหลาย.
เพราะกลัวโดนสูบ(๕๕)
นมัสการด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะท่านธรรมฐิต
กล่าวโดยรวมท่านสอนให้เป็น"
ผู้คิดแต่เรื่องที่คิดดี พูดแต่คำพูดที่ดี และทำแต่กรรมที่ทำดี."
รวมถึงให้คบผู้ที่เป็นบัณฑิต
เช่นเดียวกับการเป็นใบไม้ที่พันห่อของหอมเช่นกฤษณาและมาลาจึงจะมีกลิ่นหอมไปด้วย
กล่าวเช่นนี้ได้หรือไม่เจ้าคะ .................สาธุ..สาธุ..สาธุ
เฉกเช่นนั้นแหละพี่นก..
แต่มีคนสงสัยแล้วสิพี่นก
ถามยาวเลย ธรรมฐิตวิสัชนาเรียบร้อมแล้ว
ก่อนนอนอย่าลืมวิจัยลมก่อนละ..
สาธุๆๆ
ร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยคนครับ ดีใจที่ได้อ่านบทความนี้ และดีใจที่ได้ร่วมบุญในบอร์ดด้วย 1 คนครับ
และดีใจที่ได้พบบัณทิต อีกหลาย ต่อหลายท่านในบ้านหลังนี้ครับ
นมัสการขอบพระคุณค่ะท่านธรรมฐิต
ที่ท่านกลับมาเฉลยข้อธรรมของวันนี้
เป็นพิมเสน บอกว่าเป็นเกลือ อย่างไรก็หาใช่ไม่
คงเป็นเช่นที่เป็นอยู่แล้วนั่นเองเจ้าค่ะท่าน...ถึงท่านกลัวจะโดนสูบเพียงใด
ก็หาได้ป้องกันอะไรได้ไม่......เห็นส่งคำปุจฉาสูบวิญญาณบัณฑิตจากท่านทุกวัน
ทำใจเถอะเจ้าค่ะท่าน....ยอมหรือไม่ก็ต้องโดนสูบอยู่ดี..ยิ่งให้ยิ่งได้เจ้าค่ะ
ได้บัณฑิตระดับนายแพทย์ที่แตกฉานทางธรรมด้วยเจ้าค่ะท่าน....สาธุ
อย่าใช้คำว่าคารวะเลยนะคะ
ตัวพี่นกเองเป็นคนที่ธรรมดา บ้านๆ มากๆไม่มีภูมิความรู้อะไรเลย
ยังไม่ควรค่าแก่การรับคารวะค่ะ เพียงมีโอกาสได้เป็นมิตรกับทุกๆท่าน
ณ ที่นี้ ก็รู้สึกเป็นบุญมากแล้ว
แวะไปฟังเสียงบ่นของแม่เฒ่าแล้วนะคะ
คนที่อัดเสียงบ่นมานี่ช่างพินิจพิเคราะห์ ละเมียดละไมดีเหลือเกิน
ทึ่งจริงๆเลย.....เครื่องบันทึกรุ่นนี้ดีจริงๆ
แวะมาเยี่ยมครับ
ผมอยากจะเขียนบันทึกทำนองนี้เหมือนกัน
ชื่อน่ารักจังค่ะ พี่นกก็เคยเป็นสาวบ้านนอกเหมือนกันค่ะ
แต่ตอนนี้เป็นคุณป้าบ้านนอก เพราะใครๆก็ไม่ยอมรับให้เป็นสาว
ดีใจที่แวะเข้ามาทักทายนะคะยินดีต้อนรับค่ะ
เขียนเรื่องที่ใช้ความสามารถน้อยๆไม่เป็นนั่นเอง
งานเขียนของคุณบ่งบอกอัตลักษณ์อันรอบรู้ลุ่มลึก
............ชื่นชมและชมชอบอยู่...ขอบคุณที่แวะมานะคะ
ฝากหอมแก้มนักเรียนน้อยๆ หนึ่งฟอดนะคะ
เลิกร้องไห้ไม่อยากไปโรงเรียนแล้วยังค่ะ
ขอให้มีความสุขทุกๆวันเหมือนที่เป็นมาตลอดไปค่ะ
สวัสดีค่ะ
มาเยี่ยมในวันหยุด
ประทับใจประโยคนี้ของท่านเจ้าบ้าน
"บัณฑิต อาจเป็นใครก็ได้ เช่น อาจเป็นผู้อ่านหนังสือไม่ออก อาจเป็นชาวไร่ชาวนา อาจเป็นผู้มีการศึกษาสูง อาจเป็นญาติของเรา ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม จะต้องเป็นผู้มีจิตใจผ่องใส และดำเนินชีวิตอยู่ด้วยปัญญา คือเป็นคนดีนั่นเอง"
และธรรมะจากพระคุณเจ้าธรรมฐิต
"บัณฑิต ๓ ประการเหล่านี้. ๓ ประการอะไรบ้าง ? ภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตในโลกนี้ ย่อมเป็นผู้คิดแต่เรื่องที่คิดดี พูดแต่คำพูดที่ดี และทำแต่กรรมที่ทำดี."
ได้ปัญญากลับไปค่ะ
ขอบพระคุณมาก ทั้งสองท่านเลยค่ะ
สวัสดีค่ะคุณณัฐรดา
เย้!..........ดีใจจังที่คุณณัฐรดามาเยี่ยมในวันหยุดแสนสุข
ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจนะคะ
กำลังใจจากบัณฑิตที่นกภาคภูมิใจยิ่งที่มีโอกาสได้รู้จักและเป็นมิตรด้วย
คุณณัฐรดาเปรียบเสมือนครูอีกหนึ่งท่านที่เมตตาต่อทุกผู้คน
และชี้นำการปฏิบัติดีอย่างเรียบง่าย สงบงาม
เป็นบัณฑิตผู้มีจิตใจเนียนเรียบไปกับความดีงามอย่างน่านับถือชื่นชม
ด้วยดวงจิตน้อมขอบคุณในคุณณัฐรดาอย่างจริงใจ........ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะพี่คิม
ดีใจจังพี่คิมก็มา ..... พี่สาวคนนี้อบอุ่นทุกทีที่ได้เห้นรอยยิ้มทัก
ยิ่งเห็นวิถีแห่งการงานในแต่ละบันทึกของพี่คิม
....นี่แหละบัณฑิตที่แท้จริงในแวดวงการศึกษาไทย
เส้นทางแห่งงานของพี่คิมนอกจากจะเป็นผู้ประกอบแต่ความดี
อันบ่งบอกได้อยู่แล้วว่ามาจากความรู้ดี รู้ถูกแล้วยังเป็นแบบอย่าง
เป็นผู้ชี้นำสนับสนุนทุกวิถีทางที่จะให้นักเรียนของแม่ครูคิม
ร่วมเรียนรู้และพร้อมที่จะเติบโตเป็นบัณฑิตไปด้วย
เป็นกำลังใจให้เช่นกันนะคะพี่คิมที่น่ารัก"พี่คิมบัณฑิตที่แท้จริง"
สวัสดีค่ะพี่นก
เย้!!!พี่นกบุษราคนนี้พึ่งมีโอกาสได้รู้จักเป็นเวลาไม่นาน
แต่สิ่งที่ซึมซับได้นั้น เป็นความงามในใจระดับหาตัวจับได้ยากเลยล่ะค่ะ
เป็นบัณฑิตอีกท่านที่ภาคภูมิใจที่มีโอกาสได้รู้จัก ขอสมัครเป็นมิตรถาวรอีกท่านนะคะ
ขอบคุณค่ะ
(ป.ล.มีความกังขาว่าพี่นกบุษราดูหน้าตาอ่อนเยาว์จัง ถ้าลำดับวัยผิดขอความกรุณาอย่าว่ากันนะคะ)