“มันเป็นหน้าที่ของหนูและคนในชุมชนทุกคนต้องช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพราะมันคืออู่ข้าวอู่น้ำของพวกเรา”

 

 

ลูกไม้ป่าเลน” ปักธงสานต่ออุดมการณ์สร้างเครือข่ายเยาวชนเข้มแข็งรักษ์สิ่งแวดล้อม

 

                              

 

 

     การดูแลป่าชายเลนเป็นหน้าที่ของใคร ?หากมีคนถามคำถามนี้กับคุณ.. คุณจะตอบอย่างไร สำหรับ “น้องทราย” รัชฎากรณ์ อินทสุวรรณ วัย ๑๗ปี ตอบว่า“มันเป็นหน้าที่ของหนูและคนในชุมชนทุกคนต้องช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพราะมันคืออู่ข้าวอู่น้ำของพวกเรา”

 

     ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ระหว่าง ๑๖.๐๐-๑๘.๐๐. น้ำเสียงเจื้อยแจ้วของ “น้องทราย”และเพื่อนๆ จากกลุ่ม ลูกไม้ป่าเลน จะแพร่กระจายไปตามบ้านเรือนต่างๆ ผ่านเสียงตามสายที่ใช้เป็นสื่อกลางในการรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้คนชุมชนได้ทราบถึงความเคลื่อนไหวจากกิจกรรมต่างๆ ที่ได้จัดทำขึ้น บางครั้งเด็กๆ ก็จะค้นข้อมูลหาเกร็ดความรู้ที่มีคุณประโยชน์เกี่ยวกับสมุนไพรไทย เทคนิคการเลี้ยงปลา โรคระบาดในปลา ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนในชุมชน

 

                        

 

     น้องทราย บอกว่า หลังสิ้นรายการเสียงตามสาย กลุ่มของเราจะมานั่งประชุมหารือกันในการที่จะช่วยปลูกฝั่งจิตสำนักรักและหวงแหนมรดกในท้องถิ่นให้กับเยาวชนรุ่นต่อไป เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของชุมชน “โครงการพาน้องท่องป่าชายเลน” จึงเกิดขึ้นเพื่อต้องการให้เยาวชนรุ่นหลักรู้จักชนิดและพันธุ์ไม้ สรรพคุณ ประโยชน์ รวมถึงการนำน้องๆไปพบกับแกนนำชุมชน หรือปราชญ์ชาวบ้านเพื่อรับการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านเรื่องราวในอดีต

 

     เพราะกว่าจะมาเป็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์เป็นอันดับ ๒ ของประเทศถึงทุกวันนี้ บรรพบุรุษรุ่นแล้วรุ่นเล่าได้เสียสละตัวเองต่อสู้เพื่อแลกกับป่าชายเลนอันมีคุณค่ามหาศาล เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ เป็นที่ทำกินของชาวประมงพื้นบ้าน กระนั้นก็ยังมีคนบางกลุ่มฉกฉวยโอกาสจากการทำสัมปทานลักลอบตัดไม้โกงยาง และโปรงแดง ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งมาทำเป็นถ่าน และไม้สร้างบ้าน ในที่สุดชาวบ้านทนไม่ไหวจึงได้รวมตัวลุกขึ้นมาต่อสู้ขับไล่กลุ่มนายทุนให้ออกไปจากพื้นที่ได้สำเร็จ

 

                               

 

     นับแต่นั้นมาชาวบ้านจึงได้ร่วมกันปลูกป่าทดแทนเพื่อเร่งฟื้นฟูป่าที่เสื่อมโทรม พร้อมจัดตั้งกลุ่มลาดตระเวน โดยจะแบ่งกลุ่มดูแลพื้นที่ เก็บข้อมูลชุมชน จัดตั้งสหกรณ์ กลุ่มพัฒนาสวัสดิการ กองทุนเพื่อชุมชน เพื่อนำเงินมาเป็นค่ารักษาพยาบาลดูแลกันเอง

 

   "สำหรับหนู ถือว่าโชคดีที่เกิดมาเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ “ป่าชายเลนบ้านเปร็ดใน” ตั้งอยู่ที่แหลมศอก ต.ห้วงน้ำขาว อ.เมือง จ.ตราด ซึ่งเป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์เป็นอันดับ ๒ของประเทศ มีพื้นที่อยู่ราว ๑๒,๐๐๐ไร่ ถือเป็นป่าชุมชนขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านได้ร่วมดูแลรักษากันเอง กระทั่งปัจจุบันถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อนและเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ โดยมีกลุ่ม “ลูกไม้ป่าเลน”ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์น้อยประจำถิ่น "

 

                           

 

     กิจกรรมที่กลุ่ม “ลูกไม้ป่าเลน”ได้ร่วมกันทำเพื่อชุมชนแม้จะดูเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ แต่นับเป็นจุดสำคัญในอันที่จะสร้างความเข้มแข็งของชุมชน พร้อมสร้างภาคีเครือข่ายตอกย้ำอุดมการณ์ ดังนั้น ปัญหาจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปถ้าคนในชุมชน ดูแลสมบัติของเราไม่ปล่อยให้ใครมาทำลาย เหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เด็กสาว ชั้น ม. ๖ จากโรงเรียนสตรีประเสริฐศิลป์ กล่าวด้วยเสียหนักเน้นและย้ำว่า สิ่งที่เธอได้ทำในวันนี้เชื่อว่าในอนาคตแม้เธออาจจะไม่สามารถเข้ามาดูแลป่าเลนได้อย่างเต็มที่ แต่จะมี“ลูกไม้ป่าเลน บ้านเปร็ดใน” รุ่นใหม่ๆ เกิดขึ้นและเข้ามาทำหน้าที่แทนพวกเธอ

 

             

 

 

กลุ่มเยาวชนลูกไม้ป่าเลน

รัชฎากรณ์ อินทสุวรรณ โรงเรียนสตรีประเสริฐศิลป์ จ.ตราด

E-mail : [email protected]

 ที่มา: "หนังสือร้อยพลังเยาวชน..พลังสังคม..ร่วมสร้างประเทศไทยด้วยการให้" ของโครงการมหกรรมพลังเยาวชน พลังสังคม ร่วมสร้างประเทศไทยด้วยการให้" ตุลาคม ๒๕๕๒