๓๐ – ๔๐ ปีมาแล้ว ผมถามตัวเองบ่อยๆ ว่าทำไมผมจึงขยันทำงาน ในลักษณะบ้างาน ทั้งๆ ที่เงินเดือนต่ำมาก ต่ำอย่างไร้เหตุผลสำหรับคนที่ทำงานแบบทุ่มสุดตัวอย่างผม
คนรอบข้างต่างก็ยืนยันว่า “อุดมคติกินไม่ได้” และพูดใส่หูอยู่บ่อยๆ เป็นเวลาหลายปี จนเบื่อไปเอง
ลอง AAR ชีวิตตัวเองในช่วง ๓๐ – ๔๐ ปีก่อน ที่รายได้ต่ำและต้องระมัดระวังการใช้จ่ายอย่างมาก ว่าทำไมผมจึงมุ่งใช้ชีวิตแนวนั้น
• ผมเคยบอกท่านผู้ใหญ่ ว่าผมมี “เสียงเพรียกจากพงไพร” ให้ผมต้องเข้าไปใช้ชีวิตใน “ป่า” ที่ผม belong to คือผมรู้สึกว่าชีวิตผมเกิดมาเพื่อจะมีชีวิตแบบนี้แหละ ไม่รู้ว่าจะให้เหตุผลอย่างไร คล้ายๆ มันอยู่เหนือเหตุผล
• ชีวิตแบบนี้สนุกสนานและ rewarding หรือมีคุณค่าในตัวของมันเอง เมื่อจับทำงานวิชาการ หรือบริหารวิชาการ ผมก็ดื่มด่ำกับมัน ทำไปเรียนรู้ไป มันให้ความตื่นเต้นมีชีวิตชีวา ผมเคยบอกคนใกล้ชิดว่า ทำไมต้องดูหนังดูละครดูกีฬาหรือเล่นเกมเพื่อความตื่นเต้น ในเมื่อชีวิตจริงมันให้ความตื่นเต้นยิ่งกว่า
• ผมเชื่อว่าเป็นชีวิตที่มีค่าต่อสังคมมาก คือได้มีโอกาส “ให้” แก่สังคมมากกว่างานแบบอื่นๆ ผมอยากให้ชีวิตของผมเป็นชีวิตที่ “ให้” มากกว่า “เอา”
• การขยันทำงานเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ คือเรียนรู้วิธีขยัน ฝึกขยันแบบ work smart ไม่ใช่ work hard
• การทำงานเป็น means ไม่ใช่ end คุณสมแข พวงเพชร เพื่อนร่วมงานของผมที่หน่วยพันธุศาสตร์ มอ. ถามผมเมื่อประมาณปี ๒๕๒๗ ว่าผมขยันทำงานวิจัยแบบหามรุ่งหามค่ำไปทำไม ในเมื่อผมมีตำแหน่งศาสตราจารย์แล้ว ผมตอบเธอว่า ตำแหน่งศาสตราจารย์มันช่วยให้ผู้คนไว้วางใจว่าจะสามารถทำงานวิชาการยากๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้ คือเป็นตัวเสริมการทำงาน ไม่ใช่ตัวบอกให้หยุดทำงาน
• ตอนนี้ผมมีรายได้หลายทาง ช่วยให้มีชีวิตที่ไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน งานหลายอย่างไม่มีรายได้เลย หรือค่าตอบแทนต่ำแบบน่าเกลียด แต่ผมก็ยินดีทำ เพราะมันช่วยการเรียนรู้ และมันทำให้ผมสบายใจ ว่าได้ฝึกปฏิบัติธรรมข้อ จาคะ คือการให้ แก่สังคม
• งานบางอย่าง แม้เงินเดือนต่ำ แต่ผู้เข้าไปทำงานนั้นเขาแสวงหาผลประโยชน์ทางอ้อมได้มาก ผมไม่ทำ เพราะคิดว่าการทำเช่นนั้นเป็นการทำร้ายสังคมทางอ้อม คือเป็นการสร้างสังคมแห่งผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนพวกพ้อง มากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม
วิจารณ์ พานิช
๙ ต.ค. ๕๒
ขอบคุณครับ อาจารย์หมอ
ขอน้อมนำวิธีคิด วิธีทำงานของอาจารย์
ไปเป็นหลักเป็นแนว ในการทำงาน และการใช้ชีวิตครับ
ขอบพระคุณอาจารย์มากครับ สำหรับข้อคิดดีๆ เพื่อเป็นตัวอย่างในการดำเนินชีวิตครับ
สุดยอดไปเลยครับ
ขอบคุณค่ะ กับแนวคิดดีๆๆ แต่ไม่รู้ว่างานที่ทำอยู่ เป็นการทำเพื่อใครกันแน่ แต่ที่ทำอยู่ทุกวันคิดว่าดีที่สุดแล้ว เลยไม่คิดเสียใจเลยที่ตนเองจะต้องจากโลกนี้ไปในเร็ววันนี้ คือ ถ้าตายไปในวันนี้ พรุ่งนี้ตนก็พร้อมที่จะตายไปโดยที่ไม่ต้องเป็นห่วงผู้ที่อยู่ข้างหลัง เพราะคิดไว้เสมอว่าการมีมรดกชีวิตเป็นการให้รางวัลกับตนเอง ... เราทุกคนต้องเตรียมตัวตายตลอดเวลา ..และต้องขอบคุณว่าพรุ่งนี้ที่เรายังได้ลืมตามองเห็นโลกนี้อีก..... ในวงการสาธารณสุขพวกเราทำงานกันเพื่อคนอื่นตลอด ให้คนอื่นตลอด โดยไม่ได้วางแผนการตายไว้ล่วงหน้า เมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือโรคร้ายแรง...อาจทำใจไม่ได้ ยอมรับกับเหตุการณ์ไม่ได้...
เข้ามาอ่านและอนุโมทนาค่ะ
มือที่ให้ ย่อมอยู่สูงกว่ามือที่รับ
เป็นตัวอย่างที่ประทับใจค่ะ