คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอททิงแฮม UK กล่าวว่า คนเราจะมีความเครียดจากการทำงานมากที่สุดในช่วง 50-55 ปี หลังจากนั้นความเครียดจะลดลงเมื่อเริ่ม "ทำใจ" ปรับสภาพเตรียมเกษียณ [ VMC ]

ศ.อะแมนดา กริฟฟิตส์ ผูเชี่ยวชาญสาขาสุขภาพจิตการทำงาน และคณะทำการศึกษาทบทวนผลการวิจัยนับร้อยๆ รายงานในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

...

ผลการศึกษาพบว่า ความเครียดจากการทำงานสามารถสะสมไว้ และคงอยู่ต่อไปจนถึงวัยเกษียณ

ความเครียดจากการทำงานเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการสูญเสียวันทำงาน และเป็นปัจจัยที่ทำให้แรงงานที่มีอายุมากขึ้นตัดสินใจทำงานต่อไป หรือเกษียณก่อนกำหนด 

...

ปัจจัยที่ทำให้คนทำงานช่วง 55-60 ปีเครียดน้อยลง คือ วัยนี้มีอาวุโสในที่ทำงานค่อนข้างมาก ทำให้มีโอกาสย้ายไปทำงานในตำแหน่งที่ถูกคาดหวัง หรือกดดันน้อยลง แถมยังมีอิทธิพลต่อคนรอบข้างมากขึ้น

แถมเป้าหมายในชีวิตก็เริ่มเปลี่ยนไป จากงานสู่เรื่องอื่นๆ ที่ชอบ เช่น เลี้ยงหลาน งานอดิเรก ฯลฯ ทำให้ชีวิตมีสมดุล (balance) ดีขึ้น

...

อ.กริฟฟิตส์แนะนำว่า คนทำงานที่มีอายุมากขึ้นควรใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้น เนื่องจากมีโอกาสที่จะต้องเลิกงานก่อนกำหนดจากปัญหาสุขภาพ

และควรเตรียมการเกษียณไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้อะไรๆ ในชีวิตยอบแยบไปหมดหลังเกษียณ

...

ตัวอย่างแผนการใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างหนึ่ง คือ การสะสมทุนทรัพย์และสุขภาพไว้ตั้งแต่อายุน้อยๆ

การมีงานอดิเรกทั้งประเภทที่ทำคนเดียวและทำเป็นกลุ่ม เช่น มีกลุ่มออกกำลังด้วยกัน ฯลฯ และมีงานอดิเรกทั้งประเภทใช้สมองและใช้แรง เช่น กลุ่มเล่นหมากรุก (ใช้สมอง), กลุ่มเดิน-วิ่งออกกำลัง (ใช้แรง) ฯลฯ จะช่วยให้คนเราเข้าสู่วัยเกษียณได้อย่างมีความสุข

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ภาษาอังกฤษสบายๆ สไตล์เรา                                

ต้นฉบับเรื่องนี้คือ 'Older workers are the healthy 'survivors' of the workplace' = "คนทำงานวัยสูงกว่าเป็นกลุ่มคนที่อยู่รอดในที่ทำงานได้อย่างมีสุขภาพดี"

@@ health = สุขภาพ > healthy = อย่างมีสุขภาพดี

@@ survive = มีชีวิตรอด > survivor (n.) = ผู้รอดชีวิต ผู้อยู่รอด

@@ work = งาน + place = สถานที่ > workplace = ที่ทำงาน

...

 ติดตามบล็อกของเราได้ทางทวิตเตอร์ > [ Twitter ]

ที่มา                                                             

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า > 3 กันยายน 2552.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.