โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าเจ้าของธุรกิจ SME นั้น แทบทุกคนมีความตระหนักในความรับผิดชอบที่พลเมืองทุกคนควรรับผิดชอบต่อเมือง และตระหนักถึงตลาดการค้าที่ CSR มีบทบาทในฐานะกลยุทธ์แต่อย่างที่พวกเราทุกคนทราบกันคือ ธุรกิจ SME ไม่ใช่ธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีทุนเป็นถุงเป็นถัง ทางเลือกที่จะพาคนขึ้นรถบัสไปปลูกป่าชายเลนนั้น จึงไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับ SME นอกจากนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มีกำลังซื้อไม่มาก ก็พิจารณาสินค้าจากความคุ้มค่าในด้านราคามากกว่าพิจารณาสินค้าและบริการจากองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคม แล้วถ้าหากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ SME ก็ไม่ควรสนใจ CSR ใช่หรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ SME ไม่ควรมองข้าม CSR เพราะ CSR เป็นโอกาส SME ควรศึกษาและองค์กรที่สนับสนุนก็ควรให้ความรู้และทางเลือกว่า CSR ไม่ใช่เรื่องของการนำเม็ดเงินไปทุ่มให้กับสังคมเพียงอย่างเดียว 

 

18ifa113

 

          การกำหนดมาตรการประหยัดพลังงานในองค์กรก็เป็นการช่วยโลกได้ แถมยังต้นลดทุนการดำเนินงาน ทุนน้อยลงกำไรก็มากขึ้นแล้วถ้าคุณเก็บข้อมูลค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานมาทำเป็นกราฟ คุณก็สามารถประชาสัมพันธ์ข้อมูลนี้ให้สาธารณะชนได้ทราบว่า คุณลดการใช้ไฟฟ้า ลดการใช้น้ำมัน และน้ำประปาได้เท่านี้ รวมเป็นเงินกี่บาทหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แล้วคุณก็ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเม็ดเงินที่ประเทศไทยเสียไปกับการนำเข้าพลังงาน มลพิษจากน้ำมัน สภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำจืดน้อยลง พร้อมเรียกร้องให้ผู้บริโภคหันมาสนับสนุนสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสังคมและสิ่งแวดล้อม เพียงแค่นี้คุณก็สามารถสร้าง Brand Positioning ความรับผิดชอบต่อสังคม ให้กับธุรกิจ SME ของตนเองได้ นี่ยังไม่รวมประเด็น CSR อื่นๆ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทุนมาก แต่ดูดีในการประชาสัมพันธ์และแทบทั้งหมดก็เป็นผลดีต่อโลกใบนี้ เช่น การไม่ใช้แรงงานเด็ก การไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นทุจริตคอรัปชั่น การดำเนินกิจการที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ

 

27sfo833

 

          ทุกธุรกิจการค้านั้นมองผลกำไรซึ่งหมายถึงความอยู่รอดขององค์กรมาก่อนความอยู่รอดของโลกใบนี้ การที่องค์กรประเภท NGO จะเข้ามาจุดประเด็นชวน SME มาช่วยกันทำ CSR เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ประเด็นการสร้างความตระหนักโดยใช้กรณีศึกษาน้ำท่วมโลก ป่าน้อยลง เขื่อนแห้งแล้ว ก็น่าจะใช้ได้ แต่ผมเสนอให้ใช้ความสำเร็จขององค์กรที่มีบริบทใกล้เคียงกับกลุ่มเป้าหมายที่ NGO ต่างๆ ต้องการจะให้หันมาทำ CSR มาเป็นตัวอย่าง เช่น “SME ก.ไก่” หันมาทำ CSR ตามแนวทางนี้ๆ แล้วก็ลดค่าใช้จ่ายได้ร้อยละเท่านี้ กำไรเพิ่มขึ้นร้อยละเท่านี้ ผู้บริโภคมีผลตอบรับกับผลิตภัณฑ์หรือบริการในทิศทางนี้ และต่อไปในอนาคตก็วางแผนที่จะทำ CSR ในด้านใหม่อีกเพื่อหวังผลอื่นๆ ที่สร้างผลดีให้กับองค์กร คือผมกำลังจะสื่อว่า เราควรใช้ SME ที่ประสบความสำเร็จในทางธุรกิจโดยมี CSR เป็นปัจจัย มาเป็นตัวล่อ SME อื่นๆ 

 

21emd949

 

          โดยเรานำเสนอว่า หาก SME ไหนสนใจมาทำ CSR กับเรา เรามีพี่เลี้ยงที่เค้าประสบความสำเร็จในทางธุรกิจจาก CSR มาประกบนะ ซึ่งนอกจากคุณจะได้ช่วยโลก ธุรกิจคุณก็จะมีพาร์ตเนอร์ อย่ามองว่าธุรกิจแตกต่างกันจะช่วยกันไม่ได้ บางทีนอกจากคุณจะได้ช่วยโลกแล้ว คุณอาจพบตัวแปรทางธุรกิจใหม่ๆ จากมุมมองใหม่ๆ ในลักษณะกัลยาณมิตร แล้วถ้าหากเรามี SME ที่เข้าร่วมอุดมการณ์มากพอ เราก็จัดตั้งเป็นเครือข่าย มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีการสร้างนวัตกรรมความร่วมมือในทางธุรกิจและ CSR และเครือข่ายเหล่านี้ก็จะเป็น Communication Brand ของ NGO ที่สามารถปั้นได้สำเร็จ ในมิติหนึ่งอาจมองได้ว่าเป็นการดึง SME จาก Red Ocean มาอยู่ใน Blue Ocean ที่เน้นการสร้างนวัตกรรม แต่เราเน้นที่นวัตกรรมทาง CSR ส่วน SME จะสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจด้วยกันนั้น ก็เป็นผลที่เค้าควรจะได้ เช่นนี้ก็จะเป็นไปในลักษณะ WIN-WIN SITUATION คือธุรกิจได้ประโยชน์ โลกก็ได้ประโยชน์ และที่สำคัญมนุษยชาติที่รวมทั้ง NGO และ เจ้าของกิจการ SME ก็จะได้ประโยชน์กันอย่างถ้วนหน้า ซึ่งก็จะเข้าประเด็น White Ocean Strategy ที่หลายๆ ท่านต้องการให้เป็น

 

"""""""""