ตนเราเลือกกทางเดินได้ ..แต่เลือกทางที่จะไปไม่ได้

เมื่อวันที่ 20-21 ตุลาคมที่ผ่านมามีโอกาสได้มาสัมมนาและร่วมงานสถาปนากรมส่งเสริมการเกษตรตรบรอบ 42 ปี วันแรกเป็นการสัมมนามีการพูดคุยกันในเรื่องของการประกันรายได้ของเกษตรกร และการจดทะเบียนเกษตรกร รวมทั้งการจดทะเบียนการปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก 3 ชนิด ได้แก่ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยเฉพาะข้าวเริ่มตั้งแต่เดือนคุลาคมนี้เป็นต้นไป หน้าที่หลักของกรมส่งเสริมการเกษตรคือ รับจดทะเบียน การทำประชาคมเพื่อรับรองข้อมูลและออกหนังสือรับรอง หลังจากนั้นเป็นเรื่องของเกษตรกรที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการกับ ธกส ที่ต้องดำเนินการกันต่อไป สำหรับราคา และเงินชดเชยขึ้นอยู่กับราคาประกาศของคณะกรรมการ

วันที่ 21 ตุลาคม ร่วมงานสถาปนากรมส่งเสริมการเกษตร ช่วงเช้ามีพีธีกรรม ทางศาสนา พุทธ  พราหมณ์ การมอบรางวัลดีเด่นประเภทต่างๆเช่นเกษตรตำบลดีเด่น เกษตรอำเภอดีเด่น เคหกิจเกษตรดีเด่น สำนักงานเกษตรจังหวัดดีเด่น ศูนย์ปฏฺบัติการดีเด่น ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรดีเด่น (ระดับประเทศ) โดยมี รมว เกษตร มาเป็นประธานหลังจากนั้นก็เป็นการชมนิทรรศการแสดงผลงานและความรู้ทางวิชาการซึ่งจัดไว้อย่างยิ่งใหญ่สวยงาม ช่วงบ่ายมีการฝึกอบรมอาชีพการเกษตรแก่เกษตรกรที่สนใจสมัครมาอบรมจำนวนมากเช่นการเพาะเห็ด การจักสาน ฯลฯ

วันที่ 22 ตุลาคม ผมจะเดินทางกลับยะลา รถส่วนใหญ่จะออกช่วงบ่าย เย็น บ่า สองโทรเช็ครถทัวร์ไปที่สายใต้ ได้รับคำตอบว่ารถทัวร์ไปยะลาเต็มแล้วคะ  ออออรถไปหาดใหญ่ละครับ...เต็มตั้งแล่เมื่อวานแล้วคะ ..เอาละซิ จะทำอยังไงดี...พอดีมีเบอร์โทร.สถานีรถไฟยะลา ลองโทร.ไปถาม ไรบคำตอบว่า วันนี้มีรถไปวื่ง 2 ขบวนครับคือ รถด่วนระหว่างประเทศ บัตเตอร์เวิร์ธ และรถเร็วยะลา-กรุงเทพ ต้นทางอยู่ที่หาดใหญ่ คนรับโทรศัพย์ บอกว่าคงไม่ทันแล้วแหละ ป่านนี้รถเร็วคงออกไปแล้ว..ฉิบ.......แน่จะทำอย่างไรดี

ไหนๆก็ไหนๆลองขึ้นรถเมล์จากป้ายก่อนถึงแยกเกษตรหวังว่าจะไปลงปากเกร็ดแล้วค่อยต่อรถไปสายใต้...เผื่อว่ามีรถเสริมหรือไม่ก็จองตั๋วรถเที่ยวพรุ่งนี้ รถเมล์วิ่งขึ้นสะพานข้ามแยกวิภาวดี ไป 2 ป้ายรถติดยาวยืด....และผมคิดได้ว่าที่ผมถามไปที่ยะลานั้นหมายถึงรถเที่ยวขึ้น คือรถไฟที่มาจากหาดใหญ่..ผมจึงตัดสินใจลงจากรถเมล์เดินกลับมาที่สถานีบางเขน เข้าไปสอบถามพนักงานขายตั๋วปรากฏว่ารถไฟที่จะลงหาดใหญ่วันนี้ มี 2 ขบวนคือบัตเตอร์เวิร์ธ และรถเร็วยะลา ที่นั่งรถนอนยังว่างอยู่ครับตนขายตั๋วบอก ..พี่ๆขึ้นรถขบวนนี้เลยครับพี่ไปซื้อตั๋วที่สถานีบางซื่อก็แล้วกัน

ผมไปถึงสถานีบางซื่อตั้งแต่บ่ายสองโมง ซื้อตั๋ว บอกว่านอนแอร์ล่าง มีบัตรลดครับ..379บาทครับ คันที่ 13 เลขที่ 30 คนขายตั๋วบอก ฮ่าๆผมนึกในใจว่ารถเร็วทำไมถูกจัง ...รอๆๆเวลารถถึงบางซื่อ 4 โมงเย็น มาถึงจริง 4.30 น.2 สถานีช้าไปแล้วครึ่งชั่วโมง ผมขึ้นไปบนรถเดินหาเลขที่นั่ง สำรวจสภาพรถด้วยสายตาซอกแซก..นึกในใจทำไม่ร้ายจังเลย(หมายถึงเก่าและสกปรก)เลขคุ่เตียงล่างเลขคี่เตียงบน เลขที่ 30 อยู่ติดประตูครับ ปรากฏว่ารถเร็วมีโบกี้นอนพัดลม 1 ตู้และรถนั่งชั้น2 3โบกี้ที่เหลือเป็นชั้น 3 ที่สำคัญในช่วงนั้นรถไฟหยุดวื่ง มีลงใต้ขบวนเดี่ยว รมว.แถมตู้ฟรี ชั้น3 2โบกี้ คือคันที่ 14-15 อยู่ติดกับที่ผมนั่งนั่นเอง

ผมหันไปมองคันถัดไปซึ่งเป็นรถฟรี จากกรุงเทพ- หาดใหญ่ มีผู้คนมากมายแน่นเอี๊ยด มีหลายคนจับจองบริเวณบันได  รอยต่อ ยืนกันเบียดเสียด ถึงโพธารามเริ่มมืด  ผมเริ่มมองตัวเอง นั่งเอกขเนกสบายแถมมีที่นอนอีกด้วย ทั้งที่ผมสั่งนอนแอร์นะนี่ แต่เป็นพัดลม  มีเด็กรุ่นราวคราวลูก 2คนขายหญิงจับจองตรงบันไดตั้งแค่นครปฐม แต่บันไดที่เขาจองนั้นเป็นบันไดตู้รถนอน ประมาณ 3 ทุ่ม พนักงานจะปิด ซึ่งหมายถึงคน ประมาณ 4-5 ตนจะถูกไล่ที่ ..ผมมองพวกเขาแล้วความคิดเตลิดไปไกล ทำไมโลกนี่จึงเป็นเช่นนี้ ทำไมจึงไม่มีความเท่าเทียม ความเสมอภาค หรือเพราะเขาไม่มีทางเลือก หรือเพราะขาดโอกาส หรือเพราะว่าเขายากจน..คงไม่จริงหรอกเพียงแต่ว่าเขาประหยัดเพื่อจะเอาเงินไว้ซื้อเสื้อผ้าสวยๆใส่ หรือซื้อรองเท้าใหม่สักคู่ หรือว่าเขายอมลำบากเพื่อวันพรุ่งนี้เขาจะมีเงินเหลือพอที่จะทำอย่างอื่นได้.........ไม่จริงๆเขาลำบาก เขามีเงินไม่พอ..ต่างหาก ใจหนึ่งคิด  ทุกคนอยากมีความสุข..ทุกคนอยากสบาย

ตนเราก็เป็นเช่นนี้แหละ ย่อมป็นไปตามกรรม มีขั่วมีดี มีรวยมีจน บางคนเรามีทางให้เลือกเดินหลายทาง แต่สำหรับบางคนไม่มีทางให้เลือกครับ..แต่ในใจของผมยังคงมีคำถามว่าทำไม.......ตนเราถึงมีความแตกต่างกันเหลือเกิน นับวันมันยิ่งห่างกันออกไป....ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆและแล้วรถขบวนนี้มาถึงสถานีหาดใหญ่ เวลา 12.10 น ให้เวลาเดินทางเกือบ 20 ชั่วโมงนะครับ นี้ไม่มีขบวนรถวิ่งสวน..นะนี่ ขอบคุณมากครับ