การช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยนอกจากการฟื้นฟูด้านร่างกายแล้ว การฟื้นฟูจิตใจ สร้างความเชื่อมั่น ความหวังในชีวิตให้กลับมาอีกครั้ง ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

ผู้เล่า คุณพรพิสมัย พินิจมนตรี (บัวชมพู) นักกายภาพบำบัด

แก่นของเรื่อง  การช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยนอกจากการฟื้นฟูด้านร่างกายแล้ว การฟื้นฟูจิตใจ สร้างความเชื่อมั่น ความหวังในชีวิตให้กลับมาอีกครั้ง ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

เนื้อเรื่อง

        สมุดบันทึกเล่มน้อย หน้าปกสีสดใส   เล่มนั้น บันทึกเรื่องราวชีวิตลี่  ทำให้เรา ทมงานไม้เลื้อยได้ทราบ ได้เห็นถึงพัฒนาการของลี่ ลี่เป็นอีกหนึ่งในผู้ป่วยที่อยู่ในการดูแลของเรา ลี่ประสบอุบัติเหตุ จากรถมอเตอร์ไซด์ ( Head injury , MCA ) ที่ต้องได้รับการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะ หลักจากการผ่าตัดทีมงานได้เข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟู ดูแลอย่างต่อเนื่อง จากการสอบถามลี่ ลี่บอกทีมงานว่า ลี่รับรู้ทุกอย่าง รับรู้ถึงความจริงใจ ที่ทีมงานมีต่อลี่

      ลี่บอกว่า หมอเป็นเหมือนแรงบันดารใจ เป็นเหมือนอะไรหลายๆสิ่ง หลายๆอย่าง ที่ทำให้ลี่อยากดำเนินชีวิตอยู่ต่อ อยากทำงานช่วยเหลือครอบครัว

      ก่อนประสบอุบัติเหตุ ลี่เป็นคนขยันขันแข็ง ช่วยเหลืองาน พ่อแม่ทุกอย่าง ตอนนี้ลี่ก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ ลี่ขยันขันแข็งดี ช่วยเหลืองานบ้านเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่ทำได้ หลายต่อหลายครั้งที่ทำให้ลี่ท้อแท้ หดหู่ อาจด้วยเพราะความที่ร่างกายไม่สมบูรณ์เหมือนแต่ก่อน ไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ตอนนี้ลี่มีอาการสั่นเพราะฤทธิ์ยา และผลจากการผ่าตัดสมอง คิด อ่าน จะทำอะไรก็ช้ากว่าคนปกติ และอาจเพราะลี่อยู่ในช่วงวัยรุ่น ตอนนี้ลี่อายุ 22 ปี กำลังอยู่ในช่วงอยากลองอยากรู้

      ครั้งแรกที่ผู้เขียนเองได้ไปพบลี่ ลี่บอกว่า “ลี่อยากมีแฟน” ผู้เขียนยิ้ม และถามลี่กลับว่า “ทำไมถึงอยากมีแฟนล่ะลี่”  ลี่ตอบว่า “ผมอยากได้กำลังใจ อยากมีคนคุยด้วย เวลาเหงา” นี่ล่ะค่ะคือสิ่งที่นำเรา ให้เข้าถึง สิ่งที่เป็นแรงจูงใจผู้ป่วย ต่อเลยนะค่ะ

ผู้เขียนตอบลี่ว่า “ผู้หญิงทุกคนอยากได้แฟนที่ ร่างกายแข็งแรง คิดว่าปกป้องดูแลเขาได้  มีความคิดอ่านดี เป็นผู้นำ  ตอนนี้ลี่มีหรือยังครับ” ลี่ตอบหน้าเศร้าๆว่า “ยังครับ”ถ้าอย่างนั้นลี่จะแข็งแรงได้ลี่ต้องตั้งใจออกกำลังกาย และอีกอย่างที่จะทำให้ลี่คิดอ่านได้ดี ลี่ต้องเขียนบันทึกด้วย

ทีมงานเฝ้าดูลี่อยู่ห่างๆหลังจากที่ ดูแลอย่างใกล้ชิดมาสักระยะหนึ่ง เพื่อรอดูพัฒนาการของลี่

ลี่อาการดีขึ้นเป็นลำดับ เดินได้เก่งขึ้น และจดบันทึกทุกวัน ช่วงแรกเราฝึกให้ลี่จดบันทึกเฉพาะชีวิตประจำวัน ต่อมาให้จดความคิดความรู้สึกด้วย

ทุกวันศุกร์ลี่จะเฝ้ามอง ว่ารถหมอเยี่ยมบ้าน จะมาเยี่ยมลี่หรือไม่ ถ้านับวันนี้ก็สองสัปดาห์แล้วที่หมอไม่มาเยี่ยมลี่  วันนี้ลี่ตั้งใจกับตัวเองว่า ถ้าหมอไม่มา ลี่จะไม่เขียนบันทึกอีกต่อไป....คอยจนเย็น...

หมอมาจนได้ มาพร้อมกับหนังสืออีกสามเล่ม พร้อมสมุดบันทึกเล่มใหญ่ ที่มามอบให้ลี่ “ได้เขียนจนได้” ลี่กล่าวกับทุกคน ทีมงานมองหน้ากับ และถามลี่ว่า “ทำไมถึงว่าอย่างนั้น” ลี่บอกว่า สัปดาห์ที่แล้ว หมอไม่มาหาลี่ ลี่น้อยใจ เลยตั้งใจกับตัวเองตั้งแต่เช้าว่า ถ้าหมอไม่มา ลี่จะเลิกจดบันทึกแล้ว

เราเลยย้อนถามลี่กลับว่า “แล้วตอนนี้จะยังเขียนต่อไหม”เขายิ้มหน้าแป้น และตอบเสียงดัง ฟังชัดว่า   “เขียนต่อครับหมอ”

 

ผู้บันทึก คุณพรพิสมัย พินิจมนตรี  นักกายภาพบำบัด      วันที่ 23 ตุลาคม 2552

 

ประเด็นที่น่าสนใจ

  1. เมื่อคนหนึ่งเจอเรื่องร้ายในชีวิตเปรียบเสมือนชีวิตที่ซวนเซจะล้มแหล่ ไม่ล้มแหล่ สิ่งหนึ่งที่บุคลากรสาธารณสุขทำได้นอกเหนือจากการรักษาตามวิชาชีพ คือการเป็นกำแพงให้เขาพิง
  2. การเป็นกำแพง คือการปฏิบัติต่อเขาราวกับเพื่อนคนหนึ่ง ห่วงใยทุกข์สุข และคอยประคองทั้งร่างกายและจิตใจด้วยความปรารถนาดี มิใช่เห็นเป็นเพียงคนไข้ที่เรามาดูแลตามหน้าที่เท่านั้น
  3. แต่กำแพงก็ต้องเข้าใจว่าเขาคงพิงเราไปตลอดชีวิตไม่ได้ เราจึงต้องสอนทักษะที่จำเป็นเพื่อให้เขาแข็งแรงขึ้น เมื่อผู้ป่วยของเราแข็งแรงขึ้นแล้ว ก็ต้องผลักให้เขาไปสู้ชีวิต และแก้ปัญหาด้วยตัวเองให้ได้ที่สุด

 

ผู้สรุปประเด็นนพ.สิริชัย นามทรรศนีย์