ไปน่าน ผ่านแพร่....2 เมืองนี้ต้องตั้งใจไป

ปลายฝนต้นหนาว...เรายังติดใจหมอกจากเมืองเลยที่เราไปออกรอบกันเมื่อสามสัปดาห์ก่อนไม่หาย

พอมีวันหยุดในช่วงวันปิยะมหาราช....ไปกันเล้ย พรรคพวก 1 2 3 4 นับคนได้เต็มรถแล้วเฟ้ย...ออกรถได้

ปกติขึ้นเหนือที่ไร จะเตลิดไปนู้น เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน...

งานนี้เราจอดป้ายที่แพร่และน่าน???

แพร่กะน่าน มีอะไรดี นอกจากกองดินที่แพะเมืองผี และก็วัดเก่า

และแล้วที่คิดไว้ก็คิดผิด   เพราะที่แพร่และน่านมีอะไรให้เรียนรู้มากมาย ธรรมชาติสวยงาม คนใจดี  3 วัน 2 คืนนี่เที่ยวได้เฉพาะตัวเมืองเท่านั้นเอง...แถมปลายฝนต้นหนาวยังนี้ ต้นไม้และภูเขายังเขียวสดชื่น ไม่แห้งแล้งผลัดใบเหมือนช่วงใกล้ปีใหม่

 

โปรแกรม ของเราแถมวันเดินทางอีกประมาณ 4-5 ชม.

วันที่ 1 ออกเดินทางจากขอนแก่น ตอนบ่ายแก่ๆ กินข้าวเย็นที่วังทองแวะร้าน Rain Forest Resort เจ้าเดิม ค้างที่พิษณุโลก

  • ความสวยงามของถนนสายแพร่-น่าน ทำให้ต้องแวะกินข้าวเหนียวหมูทอดห่อใบตอง ที่ข้างทาง พร้อมกาแฟร้อนล้างปาก...ได้บรรยากาศจริงๆ อีกอย่างก๋วยเตี๋ยวหมูเด้งเด่นชัยก็อร่อยไม่แพ้กัน

วันที่ 2 เดินทางไปแพร่ กินอาหารว่างด้วยก๋วยเตี๋ยวหมูเด้งแถวๆ ท่ารถนครชัยแอร์ที่เด่นชัย  ชมวนอุทยานแพะเมืองผี ผ่านไปน่าน ถึงน่านตอนบ่าย เข้าชมพิพิธภัณฑ์ รอแดดอ่อนนิดหนึ่ง  ข้ามไปไว้พระบริเวณข่วงเมือง (วัดภูมินทร์ วัดช้างค้ำวรวิหาร วัดหัวข่วง) ใกล้ค่ำ ขึ้นเขาน้อย ไปไหว้พระที่พระธาตุเขาน้อย และชมทัศนียภาพของเมืองน่านจากมุมสูง แวะไหว้พระและชมการสร้างเจดีย์โสฬส เจดีย์ขนาดใหญ่ที่จำลองมาจากเขาพระสุเมรุ  เข้าที่พักที่     ศศิดารา รีสอร์ท  ทานอาหารเย็นแล้วออกไปชมเมืองน่านในตอนค่ำคืน

  • วัดต่างๆ ในตัวเมืองน่าน นับแล้วทริปนี้รวมเบ็ดเสร็จเราได้ไหว้พระมากกว่า 9 วัดแฮะ

วันที่ 3 ไปตลาดเช้าที่น่าน ตักบาตร ยังมีเวลาไปไหว้พระที่วัดในตัวเมืองน่านได้อีก 2-3 วัด เดินทางไปบ้านหนองบัว-หมู่บ้านวัฒนธรรมชาวไทยลื้อ ย้อนกลับมาทานกาแฟและเสพงานศิลป์ ก็เป็นเด็กอาร์ตนี่คะ...(อิอิ) ที่หอศิลป์ริมน่าน กลับมาไหว้พระธาตุแช่แห้ง เดินทางจากน่านกลับสู่เมืองแพร่ ไหว้พระธาตุช่อแฮ ในตอนแดดร่มลมตกพอดี

  • ตลาดเช้าเมืองน่าน ความอุดมสมบูรณและวัฒนธรรม ความเป็นอยู่

กิโลละ 13 บาทหน่ะลูกอะไรหว่า...ถามแม่ค้าแล้วน้า...แต่ Memory ไม่จำเลย

วันที่ 4  ตื่นแต่เช้าไปไหว้พระธาตุจอมแจ้ง แวะซื้อเสื้อผ้าราคาถูกที่แยกร่องฟอง (ถูกจริงๆ ทั้งที่ตัดเย็บเองและมาจากจีน) กลับพิษณุโลกตั้งใจไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ป้าล้อม และกินกาแฟตอนบ่ายที่ Coffee Hill เขาค้อ ไม่ค่ำก็ถึงขอนแก่นแล้ว  ถึงขอนแก่นแล้วถ้ายังติดอากาศยังเย็นๆ ก็ลองแวะทานอาหารสไตล์อิตาเลี่ยนที่ร้านกรีนลีฟ ทางไปสนามบิน ขก.

  • สีสันของธรรมชาติในช่วงปลายฝนต้นหนาว และร้านกาแฟที่เขาค้อ

ก่อนจะบันทึกเรื่องราวของเมืองแพร่และน่าน ขอบันทึกความประทับใจของทริปนี้เสียก่อน

  • เริ่มกันกับ แก๊งค์หนุ่มๆ เจ้าของมอเตอร์ไซด์ใหญ่ ชมรมนินจา ที่ตั้งก๊วนไปทอดกฐินในนามกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเข็ก ที่เราเดินผ่านตอนแวะกินข้าวที่ร้าน Rain Forrest วังทอง เพลงที่เค้าเปิดชื่อเพลงทะเลใจ แหมเวอร์ชั่นนี้ใครร้อง เพราะเสียจริง เพียงเราเข้าไปถามว่า “น้อง...เวอร์ชั่นนี้ใครร้องคะ” หนุ่มมาดแมนบอก พี่เปิดบูลธูทเลยผมจะส่งให้ จะแถมให้อีกตั้ง 3 เพลงแหน่ะ...แหม้...มัวแต่ซึ้งในน้ำใจลืมถามชื่อไปเลย

  • วัดต่างๆ ในบริเวณลานข่วงเมือง จ.น่าน โชดดีที่ไปเจอการเตรียมงานสมโภชกฐิน

คงเป็นด้วยวันหยุดยาว แก็งค์มอเตอร์ไซด์ใหญ่และรถซีเต็มถนนเลย  งานนี้หลานชายไปด้วย ผ่านเมื่อไหร่ จะมีเสียง ป้าป้า รถรุ่นนั้น....รุ่นนี้....” ทำให้การเดินทางมีสีสันอีกเยอะ ภาพรถซีคันเล็กๆ บิดตามแก๊งค์มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ ทำให้สายลมและแสงแดดในฤดูนี้น่าพิสมัยขึ้นตั้งเยอะ...ป้าอยากถามเสียจริงว่า...มีคนซ้อนท้ายยังคะ

 

  • วัดในบริเวณลานข่วงเมืองน่านตอนค่ำคืน

น้ำใจของพี่ต้อยและพลพรรครักเอยที่แก้วมาเฮือนโฮมสเตย์ แอนด์ สปา จังหวัดแพร่ ทำให้รู้สึกเหมือนไปบ้านญาติ  และหลังจากชำระค่าที่พักและอาหารแล้ว ปรากฏว่าพวกเราหอบต้นไม้ถุงใหญ่ที่พี่ต้อยแบ่งให้มาปลูก ตามด้วยคำชวนว่า วันหลังมาใหม่นะ....อย่าชวนเรานะ....เพราะถ้าชวนเราจะไปจริงๆ...

 

นอกจากนั้นเสียงซอของคุณตาที่วัดหนองบัว ห่างจากน่านประมาณ 55 กม. หมู่บ้านวัฒนธรรมของชาวไทยลื้อ....ทำให้แดดกลางวันที่ร้อนคลายไปได้ แถมไปเจอคณะอาจารย์จาก มข. ที่มาศึกษาวิจัยทางด้านศิลปะวัฒนธรรม...เฮ้ย คนบ้านเดียวกัน...นี่แหละน้า...โลกมันกลม

 

  • Location สุด Cool กับโรงบ่มใบยาสูบ บนนถนนสายแพร่-น่าน ที่นับวันจะไม่มีให้เห็นแล้ว ภาพด้านล่างคือ Befor&After กับก๋วยเตี๋ยวป้าล้อม พิษณุโลก ที่ไก่ตัวหนึ่งตักได้ 4 ชาม....มันเยอะ จนเส้นหมดเหลือแต่ไก่นั่นแหละ...เอิ้ก...อิ่ม

และที่ประทับใจอีกอย่าง คือ ความเป็นบ้าเป็นบอของคนในทริป ที่เพดานอายุสูงสุดก็มากถึง 50 ปีแล้ว....สิ่งที่ทำไปลงไปนั้น จนสงสัยว่าทำไปได้ยังงัย...นั้นเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม...ทำให้ทริปนี้เป็นที่จดจำไปนานทีเดียว

อ้อ...เกือบลืมความประทับใจไปอย่างหนึ่ง...คือคำอวยพรให้ท่องเที่ยวสุขใจจากแก๊งค์สาวสวยหน้าตาดี ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวให้สนุกๆ น้า เดินทางโดยสวัสดิภาพหล่ะ แม้กระทั่งสั่งให้เที่ยวเผื่อด้วย

นิตยสารขวัญเรือนฉบับที่ 912 ปักษ์หลัง พฤศจิกายน 2552 ได้ทำสกุ๊ปท่องเที่ยวเมืองน่าน แนะนำที่กิน ที่เที่ยวและที่พัก แวะชมนะคะเผื่อได้มุมมองที่แตกต่าง