ทุกเย็นหลังเลิกงาน ผมมักจะไปออกกำลังกายโดยการวิ่งที่พระราชวังสนามจันทร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่สวยงามและมีต้นไม้มากมายทำให้การวิ่งของผมมีความสุขท่าม กลางธรรมชาติ
หลายคนเลือกที่จะทำเช่นเดียวกับผม ทำให้สนามจันทร์ในตอนเย็นจะเต็มไปด้วยคนรักสุขภาพมาเดินและวิ่งออกกำลังกาย กันมากมายทั้งเด็ก หนุ่มสาว และคนชรา และหลายคนเลือกที่จะมาเดินพักผ่อนถ่ายรูปกันหลังแดดร่มลมตก ก็มีความสุขไปอีกแบบ
วันนี้ก็คงเช่นทุกวัน การวิ่งของผมนั้นผมมักจะมองดูรอบๆ บนเส้นทางที่วิ่งผ่านเพื่อเก็บเกี่ยวภาพที่ได้เห็นต่างๆ เก็บเป็นความทรงจำ ทำให้การวิ่งของผมไม่จำเจน่าเบื่อ
และผมก็ต้องสดุดในเสียงหนุ่มสาว คู่หนึ่งที่กำลังยืนอยู่หน้าอนุสาวรีย์ "ย่าเหล" ซึ่งผมก็วิ่งผ่านทุกวันเป็นปกติที่มีหลายคนสาละวนถ่ายภาพ

หญิงสาวยกมือขึ้นเสมือนหนึ่งว่ากำลังมีเจตนาไหว้ "ย่าเหล"
ชายหนุ่มยื่นมือไปจับแขนหญิงสาวที่กำลังยกขึ้นให้ลง พร้อมบอกว่า "หมา..จะไหว้ทำไม"
ผม วิ่งไป พร้อมกับจับคำพูดนั้นมาคิดโดยอัตโนมัติ ว่า "เออ .. แล้วจริงๆ อนุสาวรีย์ ย่าเหล เราจะต้องไหว้ไหม" เพราะหลายครั้งที่ผมเคยเห็นคนยืนยกมือไหว้ก็มี
หมา...จะไหว้ทำไม
คนเราจะยกมือไหว้อะไรสักอย่าง เอาอะไรมาเป็นมาตรฐานกันหนอ
ผมเห็นไหว้ต้นไม้ ไหว้จิ้งจก ไหว้ปลาไหล ไหว้งู ....มากมาย ยังเห็นจุดธูปยกมือไหว้กัน .....
หมาที่จงรักภักดีสักตัว ทำไมถึงไหว้ไม่ได้
หรือ การยกมือไหว้ของคนในปัจจุบัน หาได้สื่อถึงความรู้สึกที่ออกมาจากจิตใจที่อ่อนละเอียด แต่กลับถูกสั่งมาจากจิตที่ซับซ้อนเกินกว่าจะจับมาพิจารณาเป็นสาระมาตรฐาน
หมา ... จะไหว้ทำไม
หากเป็นเช่นนี้ ..... ผมและคนในหน่วยงานที่ผมดูแล คงโชคดี
เพราะเราจะยกมือไหว้กันในตอนเช้าที่พบหน้ากันก่อนทำงาน และก่อนกลับบ้านทุกวัน
โชคดีที่อย่างน้อย ผมและคนในหน่วยงาน เราก็ต่างไม่ได้เป็น หมา ในสายตาของกันและกัน ...ว่ามั๊ย