การไปท่องเที่ยว "ดอยอินทนนท์" ที่ผ่านมานั้น ผมได้ใช้กล้องบันทึกภาพ 2 ตัว ซึ่งได้ภาพรวม ๆ กันมากกว่า 900 ภาพ แต่ไม่สามารถนำเสนอภาพได้ทั้งหมด

หลังจากไปนั่งทานกาแฟ แล้วไปเห็นการนำเสนอภาพในรูปแบบภาพเล็ก ๆ นำมาเรียงร้อยต่อกัน ก็จึงเกิดไอเดียอยากลองทำดูบ้าง เพื่อจะได้นำเสนอภาพทั้งหมดออกมาได้ในบันทึกเพียงบันทึกเดียว

ผมจำไม่ได้จริง ๆ ว่า คำศัพท์ที่เรียกภาพลักษณะนี้ คือ คำว่าอะไร ?

สมัยก่อนเวลาที่ถ่ายภาพด้วยฟิล์มสไลด์ เวลาไปที่ร้านจะบอกให้เขาทำภาพลักษณะนี้ไว้ เพื่อดูภาพรวมทั้งหมดของฟิล์มม้วนนั้น (ท่านใดทราบ บอกผมด้วยนะครับ)

ผมเลือกใช้คลังภาพจากกล้อง Olympus SP-570UZ นะครับ เพราะภาพจะไม่เยอะมากเท่าไหร่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความรู้ในเรื่องของป่าดึกดำบรรพ์ล้านปี

จาก เที่ยวทั่วไทยไปกับนายรอบรู้

http://www.nairobroo.com/nairobroo_monthly/2004/09/travel_forest.htm

 

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับป่าดงดิบเขาเสียก่อน จะได้ทราบลักษณะเด่นว่าแตกต่างจากป่าทั่วไปอย่างไร เมื่อมีคำว่าเขา (mountain) มาเกี่ยวข้อง แน่นอนต้องพบตามภูเขา และไม่ใช่ภูเขาเตี้ย ๆ เสียด้วย จุดเด่นอยู่ตรงนี้นี่เอง ป่าดงดิบเขาพบปกคลุมภูเขาในระดับความสูงตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ม. ขึ้นไป  พื้นที่ระดับสูงแบบนั้นย่อมมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี แถมยังมีความชื้นสูง เนื่องจากอิทธิพลของเมฆที่ปกคลุมอยู่เสมอ บางคนเลยตั้งนิคเนมให้ว่า "ป่าเมฆ" เสียเลย

ป่าดงดิบเขาพบอยู่ทั่วประเทศ แถบไหนมีภูเขาสูงเกิน ๑,๐๐๐ ม. พบได้ทั้งนั้น แม้กระทั่งภาคอีสาน บนภูเขียว ภูหลวง หรือภูกระดึง ไปดูได้เลย ส่วนคนใต้คงรู้จักเขาหลวงเมืองนครกันดี ถ้าต้องการรู้จักป่าดงดิบเขาให้ดีที่สุด ต้องไปดอยอินทนนท์ เพราะเป็นจุดสูงสุดในสยาม ส่วนใครไม่ชอบเดินทางไกลก็ไม่ต้องห่วง แถวภาคกลางมีป่าดงดิบเขาให้ไปเที่ยวง่าย ๆ เหมือนกัน บนยอดเขาเขียวที่ อช.เขาใหญ่ไง สูงตั้ง ๑,๒๙๒ ม. หาชมต้นไม้ห่มผ้าได้ตามเส้นทางไปผาเดียวดาย ระยะฝนฉ่ำแบบนี้น้อง ๆ ดอยอินทนนท์เหมือนกัน

ทีนี้จากระดับ ๑,๐๐๐ ม. ขึ้นไปกว่าจะถึงยอดสูงสุด มันมีระยะห่างกันเยอะ ป่าดงดิบเขาจึงแบ่งแยกออกได้อีกสองระดับ เริ่มจากป่าดงดิบเขาระดับต่ำ พบในระดับต่ำกว่า ๑,๕๐๐ ม. ลงมา บริเวณนี้มีต้นไม้สูงใหญ่เหมือนป่าดงดิบทั่วไป แต่มีสิ่งต่างอยู่ที่พรรณไม้ โดยพบต้นก่อเป็นพันธุ์ไม้เด่น พร้อมด้วยทะโล้ มณฑาดอย เชียด เป็นต้น ป่าดงดิบเขาระดับนี้ยังมีมอสเฟินคลุมลำต้นไม่มาก พูดง่ายๆ ต้นไม้ยังห่มผ้าบาง ๆ อยู่ ป่าดงดิบเขาส่วนใหญ่ในเมืองไทยก็มักอยู่ระดับประมาณนี้ ทั้งที่เขาใหญ่ แก่งกระจาน ภูหินร่องกล้า แม่วงก์ ฯลฯ

พอพ้นจากระดับ ๑,๕๐๐ ม. ขึ้นไปเป็นป่าดงดิบเขาระดับสูง สูงเทียมเมฆแบบนี้เรียก "ป่าเมฆ" ได้เต็มปากแล้ว พอขึ้นมาถึงป่าระดับนี้ ต้นไม้มีลำต้นไม่สูงนัก อย่างเก่งที่สุดไม่เกิน ๓๐ ม. ทั้งนี้เพราะดินบนที่สูงไม่หนาพอจะช่วยต้นไม้พยุงตัวเองให้สูงไปกว่านี้ได้ สายลมบนยอดเขาสูง ๆ ยังพัดแรง จนต้นไม้ต้องปล่อยให้กิ่งก้านคดงอบิดเบี้ยวไปตามทิศทางของลม พอมีเมฆหมอกแผ่ปกคลุมจนป่าขมุกขมัว แสงแดดส่องผ่านเรือนยอดของป่าเพียงสลัว ช่วยเสริมบรรยากาศให้ดูสมกับอีกชื่อหนึ่งว่า "ป่าดึกดำบรรพ์"

ยิ่งเป็นป่าดงดิบเขาที่อยู่สูงเกิน ๒,๐๐๐ ม. ขึ้นไปอย่างบนดอยอินทนนท์ ความชื้นยิ่งมีมาก ภายใต้ร่มครึ้มของเรือนยอดไม้ใหญ่ มองไปทางไหนมีแต่สีเขียวของมอส เฟิน และตะไคร่ห่อหุ้มลำต้นและกิ่งก้านเต็มไปหมดทุกอณู ป่าดงดิบเขายามนี้ช่างสวยงามไร้ที่ติ ต่างจากที่เห็นตอนหน้าหนาว แม้จะยังมีผ้าห่มคลุมอยู่ แต่เป็นผ้าผืนเก่าที่ดูโทรมจนออกสีน้ำตาลแห้งๆตามประสาพืชไร้น้ำไปเสียหมด

เมื่อเฟิร์นแย่งกันงอกงาม เป็นโอกาสดีที่จะได้รู้จักเฟินชนิดต่าง ๆ ว่ากันเฉพาะกลุ่มเฟิร์นภูเขาที่เห็นขึ้นปะปนกับมอสตามต้นไม้ก็เต็มไปหมดแล้ว ชนิดที่น่าสนใจมีเฟินข้าหลวงใบหอก กูดแฉก เถานาคราช ช้องเมรี รวมทั้งฟิล์มมีเฟิร์น เฟิร์นเล็กที่สุดในโลก ถัดลงไปบนพื้นป่าเป็นกูดฉาก กูดใบห้า เฟิร์นข้าหลวงก้านดำ เฟิร์นเหล่านี้พบได้ทั่วไป (เฟิร์นนี่ โครงการหลวงนำมาจำหน่ายทุกปีที่งานโครงการหลวง -- ผู้เขียนบันทึก)

ขณะเดียวกันตามพื้นดินในป่าดงดิบเขาบางแห่งอาจเห็นมอสขึ้นเขียวขจีเต็มไปหมดราวกับปูพรมไว้ เรียกกันว่าข้าวตอกฤาษี เป็นมอสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ชอบขึ้นอยู่เฉพาะป่าดงดิบเขาที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปีและความชุ่มชื้นสูง ยิ่งสูงยิ่งมีมาก บนยอดดอยอินทนนท์ถือว่าเป็นบริเวณที่ดูข้าวตอกฤาษีได้สะดวกที่สุด

ท่ามกลางความชื้นก็มีดอกไม้สีสวยให้ดูเยอะแยะ พวกบีโกเนีย ดอกหรีด สาวสนม และเทียนต่างๆ พบได้ทั่วไป หรือเลยไปช่วงปลายฝนดอกไม้ยิ่งบานสะพรั่ง ไม่ว่าจะเป็นส้มแปะ ไคร้มด ข้าวสารหลวง ต่างไก่ป่า หรือกล้วยไม้สารพัดชนิด ขึ้นไปบนดอยสูงมากๆ ก็มีพวกกุหลาบดอย สะเภาลม คำหยาด บัวทอง แต่ใครอยากเห็นกุหลาบพันปีคงต้องรอไปถึงระยะปลายหนาวโน้นเลย

คนที่ชอบดูนกอาจทักว่า ไปป่าดงดิบเขาช่วงนี้จะมีนกให้ดูหรือ อ้าว ! ลืมนกประจำถิ่นไปแล้วหรือไร ช่วงฤดูฝนพากันออกหากินคึกคักมากเสียด้วย ฝนฉ่ำ มีอาหารเยอะ และนกหนุ่มสาวก็เติบโตกันฤดูนี้ นกหายากของป่าดงดิบเขาอย่างนกปีกแพรสีเขียวก็เห็นได้ง่ายกว่าฤดูอื่น พวกขาประจำอย่างนกกะรางหัวแดง นกมุ่นรกหัวน้ำตาลแดง และนกศิวะหางสีตาลเป็นของตายอยู่แล้ว นี่ยกตัวอย่างมาเฉพาะบนดอยอินทนนท์

 

............................................................................................................

 

มุมมองของภาพจำนวนมาก ๆ สามารถทำให้เราเห็นภาพรวมของภาพได้ แต่หากต้องการเจาะลึกในรายละเอียดของภาพ ภาพลักษณะคงไม่สามารถตอบสนองได้ดีนัก

ขอบคุณที่ติดตามชมภาพในมุมมองใหม่นี้ครับ

บุญรักษา ทุกท่าน ;)

 

............................................................................................................

 

ข้อมูลภาพถ่าย

สถานที่ : อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

วันที่บันทึก : 15 ตุลาคม 2552

กล้อง : Olympus SP-570UZ

ผู้บันทึก : wasawatdeemarn