หนังสือทั้งคันรถก็สู้ครูคนเดียวไม่ได้

กราบเท้า คุณลุงคุณป้าด้วยความเคารพรัก

            วันนี้โรงเรียนเปิดเรียนเป็นวันแรกค่ะ   หนูหน่อยยังไม่ได้สอนเพียงแต่พบปะพูดคุยกับนักเรียน  แจกตารางเรียน  เก็บค่าบำรุงการศึกษาเล็กน้อยค่ะ       ไม่ได้ใช้ไมโครโฟน  เพียงพูดไม่นานก็เริ่มเจ็บคอ.. "ความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย"  จริง ๆ ค่ะ 

           
พูดถึงเรื่องเจ็บคอ  และไอ  โดยเฉพาะไอเรื้อรังเนื่องจากลำไส้แห้ง  คุณลุงทราบไหมคะว่ากินอะไรแก้ได้   เพิ่งจะทราบจากแพทย์แผนไทยค่ะ       เขาว่า  เม็ดแตงโมนี่แหละแก้ไอได้     แล้วเม็ดแตงโมก็ยังช่วยลดความดันโลหิตสูง  ช่วยหล่อลื่นลำไส้  ขับเสมหะแก้อาเจียนเป็นเลือดได้ด้วย  .... ไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ  ใช่ไหมคะ ?

          
  ตอนบ่ายนั่งทำงานอยู่ก็ระลึกได้ว่ารับปากรับคำรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง    ซึ่งเขาจะทำสารคดีเกี่ยวกับจังหวัดนครปฐม   บังเอิญเจ้าหน้าที่เขาไปได้เบอร์โทรศัพท์จากอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยมหิดลมา....  ถามเรื่องต่าง ๆ  รู้บ้างไม่รู้บ้าง  คำถามที่ถามแล้วตอบไม่ได้เจ็บใจตัวเองไม่หายก็คือ  เรื่องข้าวหลามนครปฐมค่ะ คุณลุง  คุณป้า   เรื่องใกล้ตัวแท้ ๆ          แต่ไม่รู้ประวัติความเป็นมา     รับปากว่าจะไปค้นหาข้อมูลให้เขา   แล้วก็ทราบดังนี้....    (ใครอยากทราบคลิกไปอ่านค่ะ)
http://www.lib.ru.ac.th/journal/nakornpathom/nakhonpathom_rice.html


           

            ว่าจะโทรศัพท์ไปบอกข้อมูลเพิ่มเติมก็มานั่งคิด ๆ ดู   ลำพังตนเองก็ไม่รู้อะไรมากมาย   คิดถึงอาจารย์บัญญัติ  เรืองศรี  ผู้รู้เรื่องคติชนวิทยาเป็นอย่างดี   มือไวเท่าความคิดโทรศัพท์ไปปรึกษาอาจารย์        เพื่อขออนุญาตอาจารย์ให้เบอร์โทรศัพท์แก่เจ้าหน้าที่    อาจารย์ก็ออกตัวว่าไม่รู้ไปหมดทุกเรื่อง แต่ก็ยินดีที่จะให้ความรู้ในเรื่องที่ท่านถนัด  แล้วก็แนะนำอาจารย์อีกท่านหนึ่งก็คือ     ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมประสงค์  น่วมบุญลือ    ใช่เลย... คิดเหมือนกันค่ะคุณลุง    

                                                 
   
             วางสายจากอาจารย์บัญญัติ  เรืองศรี       ก็รีบโทรศัพท์ถึงอาจารย์สมประสงค์ทันที     โชคดีที่ท่านว่าง   แค่แนะนำตัวอาจารย์ก็จำลูกศิษย์คนนี้ได้น่าปลื้มใจจริง ๆ ค่ะ   ท่านสอนสาขาวิชาสังคมศึกษา    หนูหน่อยเรียนสาขาการสอนภาษาไทย   แล้วสนิทกันได้อย่างไร  มันแปลกดีนะคะ เรื่องมีอยู่ว่า   ตั้งแต่เรียนปริญญาตรีหนูหน่อยก็ชอบไปเรียนวิชาเลือกกับสาขาสังคมศึกษา   ชอบเรียนวิชาสังคมค่ะ  สนุกดี  ได้มุมมองชีวิตที่กว้างและลึกซึ้ง

                เวลาอาจารย์พานักศึกษาไปสัมมนานอกสถานที่  ไปภาคใต้  ภาคอีสาน  ก็ติดตามเขาไปด้วย    ทั้ง ๆ ที่เป็นคนนอกเอก ฯที่ไปอยู่คนเดียว        อาศัยสนิทกับเพื่อนรู่นเดียวกันค่ะ  แล้วอาจารย์ก็เมตตาเสมอ...  ตอนมาเรียนปริญญาโท   วิชาเกี่ยวกับสังคมศึกษาก็ได้เรียนกับอาจารย์สมประสงค์อีกค่ะ.... ท่านมีวิธีการสอนที่ไม่เหมือนใคร  ให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองและเก็บข้อมูลภาคสนามเกี่ยวกับกลุ่มสังคมที่ตนเองสนใจ  เวลาสอบยิ่งแปลกค่ะ....ไว้ค่อยเล่านะคะ  เรื่องมันยาวค่ะ....

                ในชีวิตถ้าถามว่าให้ยกตัวอย่างอาจารย์ที่รอบรู้   รู้กว้าง  รู้ลึกมากที่สุด 
หนูหน่อยจะคิดถึงอาจารย์ท่านนี้เป็นอันดับแรก....
(ใครอยากรู้จัก  ศึกษาผลงานทางวิชาการ  เด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่่านดีไปที่http://my.opera.com/somprasong/blog/)

               ได้พูดคุยกับอาจารย์ขอความอนุเคราะห์    อาจารย์ก็บอกยินดีแต่ออกตัวว่าไม่ได้รู้อะไรมาก   ซึ่งนักปราชญ์มักอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ

               นาน ๆ  มีโอกาสคุยกับอาจารย์ซึ่งเป็นพหูสูตทั้งที     ก็เลยซักถามปัญหาต่าง ๆ ที่ข้องใจ    อาจารย์อธิบายอย่างละเอียดชนิดที่เราไม่ต้องถามซักไซ้   จะคุยเรื่องอะไรละคะคุณลุง  ศาสตร์ศิลป์แทบทุกแขนงอาจารย์รู้หมด   ความรู้ทั่วไป   ศาสนา   ปรัชญา   แม้แต่หมอดูอาจารย์ยังเขียนตำราออกมาวางขาย   ไปเจอโดยบังเอิญ  งงเลยค่ะ   อาจารย์เราเป็นหมอดูตั้งแต่เมื่อไรไม่เคยบอกลูกศิษย์....

             สรุปแล้วเราคุยกันหลายเรื่องค่ะ     ตั้งแต่กลุ่มชาติพันธุ์ลาวครั่งซึ่งก็คือ
"ไทแดง"  อาจารย์รู้ขนาดว่า  คนลาวครั่งยังเข้าใจผิดว่าตัวเองมาจากหลวงพระบาง  จริง ๆแล้วมีหมู่บ้านไทแดง     อยู่เหนือหลวงพระบางไปทางซำเหนือ        ที่เรียกว่า ไทแดง   เพราะมีความชำนาญในการเลี้ยงครั่ง  และนำครั่งมาย้อมเป็นสีแดง   ชอบนุ่งเสื้อผ้าสีแดง จึงเรียกว่า  "ไทแดง"      อาจารย์ยังบอกว่า  แท้จริงในประเทศลาว  มีคนอยู่ ๖๐  เผ่า  เป็นคนไทเสีย ๔๐  เผ่า  เป็นลาวเพียง ๒๐  เผ่า   แล้วลาวก็ยังแบ่งประเภทย่อยอีกค่ะ...ฟังแล้วเพลินเลยค่ะ   ต้องอ่านหนังสือเรื่องนี้ค่ะ
http://www.thaisurat.com/j-tai.htm  คงต้องไปหาซื้อมาอ่านแล้วนะคะ...

               อาจารย์ยังแนะนำวิธีสังเกตวัฒนธรรมคนไทยก็คือ 
 
                       ๑. กินข้าวเหนียว  เป็นอาหารพื้นบ้าน  หากไปต่างประเทศเห็นใครกินข้าวเหนียว  ใช่เลยค่ะ
                       ๒. กินปล้าร้า  ปลาแดก (ยัดไห)  คนชาติอื่นไม่กินค่ะ
                       ๓. บ้านใต้ถุนสูงจนคนลอดได้  ทรงจั่ว  ทรงเพิงหมาแหงน
                       ๔. ลายผ้า  ลายช้าง  ลายไก่  มีมากประมาณ  ๔๐ - ๕๐  ลาย

              คุยเรื่องข้าวหลาม  อาจารย์บอกว่าเป็นวัฒนธรรมไทย  สมัยก่อนคนไทย คนลาวเข้าป่า  ไม่ต้องหอบหิ้วอะไรไปมากนำไปแต่ข้าวเหนียว  ข้าวเจ้า  แล้วก็อาศัยไม้ไผ่จากธรรมชาติ  นึ่งด้วยกระบอกไม้ไผ่  ใช้ถ้วย ใช้ช้อน  ทำมาจากไม้ไผ่ทั้งสิ้น  น่าชื่นชมภูมิปัญญาไทยไม่น้อยนะคะ...

              เข้าเรื่องศาสนาบ้างค่ะ   เรื่องเกี่ยวกับการฝึกสมาธิจนได้ฌาน   สืบเนื่องจากมีลูกศิษย์เข้าฌานมาถามปัญหาหนูหน่อยผ่านความฝันค่ะ    อาจารย์ก็เล่าประสบการณ์ดี ๆ ให้ฟัง  แล้วก็พูดถึงเรื่องของฌานหากฝึกบ่อย ๆ จะหยั่งรู้ถึงจิตใจคนอื่นได้  ใครสนใจอ่าน http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%93

            คุณลุงคะ   เชื่อไหม ?  เราคุยกันหลายเรื่องจนหมดเวลาไปเป็นชั่วโมงเป็น
การพูดคุยที่สนุกสนาน   เพราะทั้งสองฝ่ายต่างสนใจในเรื่องเดียวกัน       ผู้ถามอยากรู้ ผู้ตอบก็อยากตอบ...  เห็นว่าควรแก่เวลา  แล้วก็เกรงใจอาจารย์ด้วยค่ะ  ท่านสูงวัยแล้ว  (ท่านเกษียณอายุราชการแล้วแต่ก็ยังไปช่วยสอนอยู่ค่ะเพราะเป็นบุคลากรผู้ทรงคุณค่าด้วยภูมิรู้ และภูมิปัญญา)

             คุยเสร็จมานั่งคิด   ครูที่รู้ลึกรู้กว้าง รู้รอบนี่แหละ  คือครูที่ลูกศิษย์ภูมิใจทำให้คิดถึงคำคมที่ว่า  “หนังสือทั้งคันรถก็สู้ครูคนเดียวไม่ได้”   ต้องพยายามเจริญรอยตามอาจารย์เสียแล้วค่ะ ......

                          

                                                               ด้วยความเคารพรัก

                                                                     หนูหน่อย
                                                                ๒๖  ตุลาคม ๒๕๕๒

 

                   

 ขอบคุณภาพจาก  อินเทอร์เน็ต