การศึกษาใหม่จากมหาวิทยาลัยโกเตนบวก มินต์ เยอรมนี พบไวน์ขาวทำลายเคลือบฟันชั้นนอก (enamel) มากกว่าไวน์แดง เพิ่มเสี่ยงเสียวฟัน [ MailOnline ]

...

 [ kidshealth ]

ภาพตัดขวางฟัน ภาพซ้ายแสดงส่วนที่พ้นแนวเหงือก (crown) และเหงือก (gum) [ kidshealth ];

ภาพขวาแสดงเคลือบฟันชั้นนอก (enamel - อีนาเมล แต้มสีขาว); เคลือบฟันชั้นใน (dentin - เดนทิน แต้มสีเหลือง; โพรงฟัน (pulp - พัลพ์) ซึ่งมีหลอดเลือดดำ-แดง เส้นประสาทอยู่ภายใน ถ้าเคลือบฟันสึกมากพอจะเกิดอาการเสียวฟัน ฟันผุได้

...

อ.ดร.บริตา วิลเลิสเฮาเซน และคณะ ทำการศึกษาตัวอย่างฟันที่ถอนจากกลุ่มตัวอย่างอายุ 40-65 ปี นำไปแช่ในไวน์ แล้วทำการตรวจวิเคราะห์ด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบละเอียดถี่ถ้วน

ผลการศึกษาพบว่า ไวน์ขาวทำฟันสึกมากกว่าไวน์แดง

...

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า น้ำอัดลมและเครื่องดื่มที่มีฟองฟู่ (fizzy drinks), น้ำมะนาว, น้ำส้ม น้ำเสาวรส (grapefruit) ทำให้เคลือบฟันสึกกร่อนได้

กรดในอาหารและเครื่องดื่มจะทำให้เคลือบฟันอ่อนตัวลงประมาณ 30-60 นาที ถ้ามีการแปรงฟันในช่วงนี้จะทำให้ฟันสึกมากขึ้น

...

ความถี่ของการจิบ (sipping) เพิ่มเสี่ยงฟันสึก-เสียวฟันมากกว่าการดื่มรวดเดียว

ตรงกันข้ามการบ้วนปากทันทีหลังดื่มหลายๆ ครั้ง และรอให้เวลาผ่านไป 30-60 นาทีก่อนแปรงฟันช่วยลดเสี่ยงฟันสึก-เสียวฟันได้ เนื่องจากน้ำช่วยลดความกรดในช่องปาก

...

น้ำลายมีส่วนช่วยลดความเป็นกรดในช่องปากได้เช่นกัน วิธีทำให้ปริมาณน้ำลายมากพอ คือ ดื่มน้ำให้มากพอทั้งวัน อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ การเคี้ยวหมากฝรั่งชนิดไม่มีน้ำตาลมีส่วนช่วยเพิ่มการหลั่งน้ำลายได้

อาหารและเครื่องดื่มที่ทำให้เคลือบฟันบางลงมีส่วนทำให้ผิวฟันชั้นนอก หรืออีนาเมล (enamel) หยาบ ขรุขระ มีลักษณะเป็นร่อง (grooves) หรือหลุมบ่อ (spots) ทำให้ฟันติดสีจากอาหาร ชา กาแฟ และบุหรี่ได้ง่ายขึ้น

...

อาหาร-เครื่องดื่มที่เพิ่มเสี่ยงฟันสึก-เสียวฟันได้แก่

(1). น้ำอัดลม

(2). น้ำผลไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้เปรี้ยวจัด เช่น กระท้อน ฯลฯ > การปั่นผลไม้รวมกาก ดื่มด้วยหลอดดูดเร็วหน่อย ไม่จิบนานๆ ช่วยลดเวลาสัมผัสผิวฟัน ลดเสี่ยงฟันสึกได้

(3). เครื่องดื่มกระตุ้นกำลัง เช่น กระทิงแดง, เอ็ม-150, ฉลาม ฯลฯ

(4). นมเปรี้ยว โยเกิร์ต

(5). วิตามิน C > ถ้าอมไว้ในปากนานๆ (ถ้าจะกิน... ให้กลืนลงไปเลยปลอดภัยกว่า)

(6). เครื่องปรุงรสเปรี้ยว เช่น น้ำส้มสายชู ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ ซอสเปรี้ยว แอปเปิ้ลไซเดอร์ (น้ำหมักแอปเปิล) ฯลฯ

(7). โซดา หรือเหล้าผสมโซดา

...

การใช้แปรงสีฟันแข็ง (ควรใช้ชนิดขนแปรงนุ่มหรือนุ่มพิเศษ), แปรงฟันแรง, แปรงฟันนานเกิน (เกิน 3 นาที/ครั้ง), แปรงฟันบ่อยเกิน (เกิน 3 ครั้ง/วัน), หรือแปรงทันทีหลังกินอาหารที่มีกรด (ควรบ้วนปากหลายๆ ครั้งทันที และบ้วนปากเป็นพักๆ รอจนครบ 30-60 นาทีค่อยแปรง หรือถ้าใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์ช่วยยิ่งดี)

เคลือบฟันชั้นนอกที่แข็งหรืออีนาเมลมักจะ "ครอบ" ฟันไว้เฉพาะส่วนที่โผล่พ้นแนวเหงือก, การแปรงฟันแรง แปรงฟันผิดวิธี หรือมีเหงือกอักเสบจากการมีคราบจุลินทรีย์-คราบหินปูนตกค้าง อาจทำให้เหงือกสึก ฟันโผล่พ้นแนวเหงือกมากขึ้น

... 

เหงือกที่สึกกร่อน หรือเหงือกร่นอาจทำให้เคลือบฟันชั้นในหรือเดนทีนที่มีความแข็งแรงน้อยกว่าโผล่พ้นแนวเหงือก ทำให้เคลือบฟันสึกกร่อนจนใกล้โพรงฟันชั้นใน (pulp) เกิดอาการเสียวฟันได้ง่ายเช่นกัน

ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ > [ วิธีป้องกันฟันสึก-เสียวฟัน ]; [ แปรงฟันระวังเหงือก ]

...

ภาษาอังกฤษสบายๆ สไตล์เรา                   

ต้นฉบับเรื่องนี้คือ 'White wine rots your teeth... and brushing makes it worse' = "ไวน์ขาวทำให้ฟันผุ (rot = ทำให้เน่าเปื่อย ทำให้ผุพัง)... และการแปรง (brush = แปรง) ทำให้มันแย่ยิ่งขึ้น"

คลิกลิ้งค์ > คลิกลำโพง-ธงชาติ > ฟัง-ออกเสียงตามเจ้าของภาษา 3 รอบ เพื่อให้จำศัพท์ได้ถูกต้องและเร็ว

@@ [ rot ] > [ รอท - t ] > verb, noun = ทำให้เน่าเปื่อย ผุพัง

@@ [ rotter ] > [ ร็อท - เถ่อ ] > noun = คนเลว (คำไทย = คนเน่าใน)

@@ [ rotten ] > [ ร็อท - เถิ่น ] > adjective = เน่าเปื่อย เลวร้าย

...

## Water rots wood. = น้ำทำให้ไม้ผุพัง.

## Don't talk rot! = อย่าพูดเรื่องไร้สาระ (rot = nonsense = ไร้สาระ เหลวไหล).

## Our food is rotten. = อาหารของเราเน่าเสีย (= บูด).

## They are rotters. = พวกเขา (พวกเธอ) เป็นคนเน่าใน (เลว).

...

 ติดตามบล็อกของเราได้ทางทวิตเตอร์ > [ Twitter ]

ที่มา                                                                      

  • Thank MailOnline > White wine rots your teeth... and brushing makes it worse. 21 October 2009. / J Nutrition Research.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า > 26 ตุลาคม 2552.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.