ตอนที่ 1 เทคนิคสำคัญในการปฏิบัติต่อผู้อื่น

 ได้อ่านหนังสือเรื่อง วิธีชนะมิตรและจูงใจคน ของ เดล  คาร์เนกี แล้วอยากแบ่งปัน   ข้อคิดดี ๆ จากหนังสือเล่มนี้

ตอนที่ 1  เทคนิคสำคัญในการปฏิบัติต่อผู้อื่น

1. จงอย่าตำหนิติเตียนผู้อื่น

ธรรมชาติของมนุษย์ ผู้ที่กระทำความผิดย่อมจะโทษใครต่อใครดะไปหมด นอกจากตัวของเขาเอง 

การตำหนิติเตียนเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ เพราะจะทำให้ผู้ถูกติเตียนแก้ตัวต่าง ๆ และพยายามที่จะเข้าข้างตัวเอง การตำหนิติเตียนเป็นภัยก็เพราะมันสามารถทำให้จิตใจอันภาคภูมิของมนุษย์ได้รับความปวดร้าว ทำลายความรู้สึกแห่งการเป็นคนมีความสำคัญ และก่อให้เกิดโทสะ

กองทัพบกของเยอรมันไม่อนุญาตให้ทหารยื่นฟ้องและวิพากษ์วิจารณ์ในทันทีทันใดเมื่อเกิดเรื่องราวขึ้น เจ้าทุกข์ต้องเก็บความขุ่นข้องหมองใจไว้เสียก่อนหนึ่งคืน เพื่ออารมณ์จะได้สงบเยือกเย็นลง  จากนี้ไปจนตราบกัลปาวสาน ควรใช้กฎเช่นเดียวกันในชีวิตของเรา  กฎซึ่งจำเป็นสำหรับพ่อแม่ที่ขี้บ่น  เมียที่จู้จี้ขี้เอาเรื่อง  นายจ้างที่ขี้ดุว่า  และผู้มีนิสัยน่าเกลียดน่าชังที่ตั้งหน้าแต่คอยจับผิดผู้อื่น

ลิงคอล์น มีบทเรียนจากประสบการณ์ว่า การติเตียนและดุด่าผู้อื่นโดยไม่ไว้หน้ามักจะปรากฎผลร้ายเสมอ  เขาจึงไม่กล่าวร้ายกับผู้ใด และกล่าวเฉพาะแต่ความดีของมนุษย์ทุกคน ดังนั้น แทนที่จะตำหนิติเตียนผู้อื่น ทางที่ดีเราควรพยายามเห็นใจ  คนเหล่านั้น จงมาค้นหาความจริงว่าทำไมเขาจึงได้กระทำลงไปอย่างที่เขาได้กระทำ การปฏิบัติเช่นนี้จะเกิดประโยชน์ และจะอบรมนิสัยของเราให้เป็นผู้รู้จักเห็นใจผู้อื่น  รู้จักอดทน และเป็นผู้มีความกรุณาปรานี   

เราควรให้เกียรติ และเคารพในการตัดสินใจของผู้อื่น พยายามคิดว่า ถ้าเราอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกับเขาเราก็จะทำเช่นนี้เหมือนกัน การเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง  คือการให้อภัยทุกสิ่งทุกอย่าง  การแก้ไขตนเองให้ดีขึ้นเป็นผลกำไรอันงามยิ่งกว่าพยายามจะแก้ไขผู้อื่น  และเป็นการกระทำที่มีภัยน้อยกว่ากันมากมายหลายเท่า

อย่าตัดสินผู้อื่น ถ้าท่านไม่ต้องการให้ผู้อื่นตัดสินท่าน พระเจ้ายังไม่เคยมีความประสงค์ที่จะตัดสินบุคคลใดจนกว่าจะถึงวันสุดท้ายของเขา

2.  จงยกย่องสรรเสริญด้วยความจริงใจ

ลิงคอล์น กล่าวว่า "หลักสำคัญที่สุดแห่งธรรมชาติของมนุษย์ก็คือ ความหิวกระหายที่จะได้รับการยกย่อง" ในทำนองเดียวกัน จอห์น ดิวอี้ย์ กล่าว:  สิ่งกระตุ้นเตือนอย่างรุนแรงที่สุดแห่งธรรมชาติของมนุษย์ก็คือ "ความปรารถนาที่จะเป็นคนสำคัญ" 

ร็อคกีเฟลเลอร์ มีความรู้สึกเป็นคนสำคัญด้วยการบริจาคเงินสร้างโรงพยาบาลทันสมัย ในกรุงปักกิ่ง เพื่อรักษาพยาบาลคนเจ็บป่วยที่ยากจนจำนวนนับล้านซึ่งเขาไม่รู้จัก และไม่มีวันรู้จักเลย 

ในบางครั้งมนุษย์เรากลายเป็นคนป่วย ทั้ง ๆ ที่มิได้ป่วยไข้ เพื่อหวังว่าจะได้รับความเห็นอกเห็นใจและความเอาใจใส่ และเพื่อจะได้รับความรู้สึกเป็นคนสำคัญ  ในเมื่อมนุษย์มีความหิวกระหายที่จะมีความรู้สึกเป็นคนสำคัญถึงเพียงนี้  โปรดคิดดูเถิดว่าจะเป็นวิธีอันล้ำเลิศประเสริฐสักเพียงใดถ้าท่านจะให้เฉพาะแต่สิ่งที่เขาคลั่งไคล้อยากได้ - คำยกย่องสรรเสริญด้วยความจริงใจ

3.  จงพูดถึงสิ่งที่เขาต้องการ - ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการให้เขาทำ

วิธีเดียวในโลกนี้ที่เราจะจูงใจผู้อื่นก็คือ จงพูดถึงเรื่องสิ่งที่เขาต้องการ และบอกเขาว่า ทำอย่างไรเขาจึงจะได้สิ่งที่เขาต้องการนั้น ๆ

สิ่งแรก จงปลุกความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่งให้เกิดความต้องการอย่างแรงกล้า ผู้ที่สามารถทำได้เช่นนี้ โลกทั้งโลกจะอยู่ข้างเขา ผู้ที่ทำไม่ได้จะเดินไปตามหนทางอันอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว 

จงหยุดถามตนเอง "ฉันจะปฏิบัติอย่างไรจึงจะทำให้เขาต้องการทำตามที่ฉันชักจูง"  เมื่อเรามีความคิดที่ดีบางอย่าง แทนที่เราจะให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้าใจว่าเป็นความคิดของเรา ทำไมเราจึงไม่ปล่อยให้เขาคิดว่าเป็นความคิดซึ่งเขาได้ปรุงแต่งมาจากสมองของเขาเอง เมื่อเขาเข้าใจว่าความคิดนั้นเป็นของเขา เขาจะต้องชอบมัน และพยายามทำตามความคิดนั้น

เฮนรี่ ฟอร์ด ได้ให้คำแนะนำสั้น ๆ เกี่ยวกับศิลปะแห่งมนุษยสัมพันธ์ เคล็ดลับที่ส่งเสริมให้ไปสู่ความสำเร็จ "ความสามารถเข้าใจในแง่คิดของอีกฝ่ายหนึ่ง และความสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ในมุมมองของเขาได้ดีเท่า ๆ กับมุมของท่านเอง"  ดังนัน บุคคลที่สามารถจะเปลี่ยนตัวของเขาให้เป็นตัวของผู้อื่น และสามารถเข้าใจจิตใจของผู้อื่น อย่าได้เป็นห่วงว่าอนาคตของเขาจะไม่ก้าวหน้าไปอย่างมั่นคง

 (โปรดอ่านต่อ ตอนที่ 2)