วันนี้ช่วงเย็นประมาณ 17.30 น. ได้ขับรถกลับบ้าน ระหว่างที่ขับรถอยู่ มองกระจกด้านหลัง เห็นรถยนต์เปิดไฟหน้าขอทางและขับมาท่าทางเร่งรีบสัก 2-3 คัน จะว่าเป็นรถพยาบาลก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเป็นไฟสีแดง รถพยาบาลที่เคยเห็นจะเป็นไฟสีฟ้า ไม่ค่อยแน่ใจว่าเป็นรถนำขบวนอะไรหรือเปล่า จึงค่อย ๆ เบารถหลบข้างทาง รอให้ขบวนรถดังกล่าวผ่านไป พอเข้ามาใกล้ ๆ จึงเห็นว่าขบวนรถดังกล่าวมีรถทั้งหมด 3 คัน (ใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพรถขบวนได้ชัด ๆ 2 ภาพด้านล่าง) รถตู้นำ และรถบรรทุก 2 คันตามมา พอขับตามรถบรรทุกคันท้ายสุด  ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ขบวนรถดังกล่าวคือ รถของ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเดินทางเพื่อไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางภาคเหนือตอนล่างที่กำลังเดือนร้อนอยู่ในตอนนี้

    

         ข่าวภัยธรรมชาตินี้คงเป็นข่าวที่สำคัญอีกข่าวหนึ่ง ที่ดึงความเป็นห่วงจากคนไทยได้ไม่น้อย ยิ่งถ้าใครได้ดูภาพข่าวประกอบแล้วจะเห็นถึงความโหดร้ายของภัยธรรมชาตินี้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นภาพที่เด็กทารกเดือนเศษ ถูกอุ้มส่งต่อๆ กัน เพื่อหนีน้ำป่าที่กำลังทะลักเข้ามา ภาพคนแก่ถูกอุ้ม สั่นด้วยความหนาวเย็นและความกลัว ภาพน้ำป่าทะลักสูงท่วมบ้านเรือนสูงกว่า 4 เมตร สารพัดภาพที่เห็นแล้วสะเทือนใจทั้งสิ้น แต่คนไทยก็ยังมีน้ำใจต่อกัน คอยช่วยเหลือกันทุกระยะ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงแค่ไหน

         ที่สำคัญที่สุดครั้งนี้ก็เช่นกันที่ประชาชนผู้เดือดร้อน ได้รับพระกรุณาจากมูลนิธิของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมอบความช่วยเหลือดังส่วนหนึ่งของวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งของมูลนิธิว่า “เพื่อให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ” ชื่อของ “มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์” นี้ หมายความว่า "พระราชา" และ "ประชาชน" อนุเคราะห์ซึ่งกันและกัน เป็นการแสดงน้ำพระทัยว่า เวลาทำงานควรจะได้ให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย
(ข้อความเน้นดังกล่าวอ้างอิงมาจาก
http://www.thaigiving.org/foundation_detail.php?id=70)

         เห็นได้ว่าในหลวงของเรา ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนเลยสักครั้ง แล้วเราคนไทยจะมัวทำเรื่องร้าย ๆ กันไปเพื่ออะไร จากที่เพียงแค่ได้เห็นรถขบวนนี้วิ่งผ่านใกล้ ๆ ทั้งที่ตัวเองไม่ได้รับความช่วยเหลือนี้โดยตรง แต่ก็รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ยิ่งนัก อาจเป็นเพราะจังหวัดที่ประสบภัยเป็นจังหวัดใกล้เคียงกับที่ตัวเองอยู่ เลยดูเหมือนเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก

         ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่งขอน้อมถวายพระพรขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน และในฐานะคนพิษณุโลก บ้านใกล้เรือนเคียงกับคนอุตรดิตถ์ สุโขทัย แพร่ ก็ขอส่งแรงใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งหมดครั้งนี้ด้วย และขอร่วมบริจาคซึ่งแม้จะเป็นจำนวนไม่มากเท่าไรนัก แต่ก็ขอให้เหตุการณ์ร้าย ๆ อย่างนี้ผ่านไปเร็ววัน และอย่าได้เกิดขึ้นอีกเลย และขออนุญาตบอกผ่านเพื่อการรับบริจาคทาง blog นี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งที่รู้มานอกจากทางโทรทัศน์สถานีต่าง ๆ แล้ว มี 2 ที่ คือ

         1. มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในบริเวณกรมประชาสงเคราะห์
             โทรศัพท์สอบถามได้ที่ 0 – 2282 – 9596 และ 0 – 2281 – 1902 

         2. ศูนย์ประสานความช่วยเหลือที่กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์นเรนทร ตลอด 24 ชั่วโมง 
             โทรศัพท์ 0-2590-1739, 1745 และ 0-9130-9838

         ทั้ง 2 ที่นี้ไม่ได้ขอให้มาเรี่ยไรแต่ประการใด แต่ขออนุญาตบอกการรับบริจาคเองค่ะ

         RO_NUQA

 .