วันที่ 20 ตุลาคม (วันที่ 3 ของการเดินทาง) วันนี้ตื่นเช้ากว่าเมื่อวาน เพราะมีรายการทัวร์ค่อนข้างยาว ตอนเช้าออกาจากโรงแรมเวลา 7.30 น. นั่งกระเช้าลอยฟ้าสู่ “ภูเขาสิงโตเหลือง” หรือ “หวงซือจ้าย” ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในบริเวณนี้ (ความสูง 1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล) ผู้คนเปรียบเปรยไว้ว่างดงามเหมือนอยู่ในแดนสวรรค์ ถ้าใครที่มาจางเจียเจี้ยแล้วไม่ไปขึ้น “หวงซือจ้าย” ก็ได้ชื่อว่ายังมาไม่ถึงที่นี่
บริเวณด้านล่างก่อนขึ้นภูเขาสิงโตเหลือง
ห้องน้ำมีพัฒนาการค่อนข้างมาก เข้าแถวรอคิวขึ้นกระเช้าลอยฟ้า

ทัศนียภาพบนยอดเขา และจุดชมวิว
ลงจากเขาคุณสุนิตเข้าไป "ช้อป" เข้าไป "ชิม"
หลังอาหารเที่ยง เดินทางสู่ “เทียนเหมินซาน” หรือ “ภูเขาประตูสวรรค์” ซึ่งเป็นช่องเปิดที่ธรรมชาติสร้างไว้ ขนาดความสูง 131.5 ม. ความกว้าง 57 ม. ความลึก (หนา) 60 ม. ช่องเปิดในภูเขานี้เคยมีนักบินชาวรัสเซียแสดงการบินผาดโผนผ่านช่องประตูนี้มาแล้ว การขึ้นไปยังยอดเขาต้องนั่งกระเช้าลอยฟ้า (อีกแล้ว) แต่ครั้งนี้เป็นกระเช้าลอยฟ้าที่ยาวที่สุดในโลก คือมีความยาวถึง 7.5 กม. ใช้เวลาอยู่ในกระเช้านานถึงครึ่งชั่วโมง
ไกด์แนะนำว่าไม่ควรลงที่ตรงบริเวณยอดเขา เพราะจะต้องมีเวลาเดินอยู่ข้างบนนั้นนานพอสมควร แนะให้ลงที่สถานีกลางทาง แล้วนั่งรถต่อไปยังช่องเปิดบนภูเขา ส่วนการที่จะขึ้นไปถึงตรงช่องเปิดนั้น จะต้องขึ้นบันไดไปอีกเกือบ 900 ขั้น ตอนนั้นผมก็ลังเลเหมือนกันว่าจะขึ้นไปดีไหม? จะไหวหรือเปล่า? แต่ได้รับแรงเชียร์จากภรรยา ในที่สุดก็ตัด (สิน) ใจปีนขึ้นไป ทั้งๆ ที่ในใจก็ยังกลัวอยู่เหมือนกัน แต่ครั้นเมื่อขึ้นไปถึงบนนั้นพูดได้เต็มปากว่า “สูง เสียว สวย”
ที่เห็นคดเคี้ยวไปมาคือเส้นทางขึ้นเขา แต่ขึ้นกระเช้าเร็วกว่ามาก
ตัดสินใจลำบากเหมือนกันว่าจะขึ้นไปดีไหม?
มีภาพเด็กๆ น่ารักมาฝากด้วยครับ
ถ้ามีโอกาสจะไปเที่ยวตามรอยของอาจารย์ประพนธ์และครอบครัวบ้างค่ะ
เที่ยวแบบผม ค่อนข้างมีเวลาจำกัด แทนที่จะำได้พัก กลับเหนื่อยกว่านั่งทำงานครับ . . . อาจารย์วัลลา
ด้านหลังของโรงแรม เป็นบ้านและโรงงาน (เล็กๆ) กำลังปล่อยควันเสียออกมา