นั่งพิจารณาย้อนหลังแห่งการมาพำนัก  ณ  ที่พักใจมาลัยทองคำฯ

หนึ่งพรรษากับการมาพำนัก  ณ  ที่พักใจมาลัยทองคำฯ  ช่างเป็นเวลาที่รวดเร็วแต่มีคุณและค่าแก่ใจยิ่งนัก

ได้ดูลักษณะของใจตัวเองที่ห่อหุ้มไปด้วยกิเลสแห่งความเขลาแล้ว

ก็พอได้เรียนรู้ทำความรู้จักกับมันมากยิ่งขึ้น

ลักษณะแห่งความเป็นจริงของกาลเวลาย่อมหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามลำดับ

ไม่มีช้า ไม่มีเร็ว ไม่ตามใจใครและไม่อยู่ใต้อาณัติสัญญาณของใคร

ถ้าหากจะมีใครมาขู่บังคับหรือขอร้องให้ช้าลง  หรือเร็วขึ้นอย่างไรย่อมไม่เป็นผลทั้งนั้น   คงหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามปกติวิสัยอย่างนั้น  มิได้เป็นความดี

 มิได้เป็นความชั่ว มิได้ให้คุณให้โทษแก่ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการเฉพาะ 

แต่ย่อมพัดพากลืนกินชีวิตของสรรพสัตว์ไปถ้วนทั่วกัน 

ดังนั้น พระพุทธองค์จึงตรัสเป็นเชิงบอกให้ทราบถึงสถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่ว่า

อัจเจนติ  กาลา ตะระยันติ รัตติโย วโยคุณา อนุปุพพัง ชะหันติ

กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป ชั้นแห่งวัยย่อมละไปตามลำดับ

หมายถึงว่า เวลามิได้ล่วงเลยไปเปล่า แต่ได้คร่าเอาชีวิตเราไปด้วย และในขณะเดียวกันก็ตรัสเตือนให้มีความสำนึกและตระหนักในคุณค่าของเวลา เพื่อจักให้เกิดความกระตือรือร้นในการประกอบการว่า

กะถัมภูตัสสะ เม รัตตินทิวา วีติปะตันติ     

แปลความว่าควรพิจารณาเนือง ๆ ว่าวันคืนล่วงไป เราทำอะไรอยู่ละ

เป็นพระพุทธพจน์ที่ตรัสสอนให้บุคคลเร่งเร้าในการประกอบการ  

 มิใช่เฉื่อยชา ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์

เพราะชีวิตแต่ละชีวิตนั้นเกิดมาก็แสนยาก เมื่อได้สมบัติคือความเป็นมนุษย์แล้ว ควรที่จะได้สร้างสรรค์สิ่งอันเป็นประโยชน์แก่

ตนและส่วนรวม อันเป็นการสั่งสมความดีเพื่อเพิ่มบารมีของตน

ให้สูงยิ่ง ๆ ขึ้นไป             และในขณะเดียวกัน ก็เป็นการ

สอนให้สำเหนียกในสิ่งที่ทำอยู่นั้นว่าถูกต้อง 

ชอบควรแก่การแล้วหรือ เพราะการกระทำบางอย่างจะเป็นด้วยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือรู้อยู่แต่ขืนทำลงไปก็ตาม อาจมีผลร้ายต่อตนเองและส่วนรวมได้

อันธรรมดาวิสัยของปุถุชนนั้น มักจะตกอยู่ในอำนาจแห่งความประมาท

 ปล่อยตัวปล่อยใจให้ตกอยู่ในอำนาจแห่งอกุศลธรรม

เมื่อไม่มีผู้เตือนสติแล้ว จะถลำตัวจมอยู่ในปลักแห่งความชั่วร้ายยิ่ง ๆ ขึ้นไป....

ท่านละกำลังถลำตัวอยู่ในปลักแห่งสิ่งไหนในแต่ละวัน..

ธรรมะสวัสดีขอรับ