
การที่ได้ไปพบกับผู้รู้ในงานระพีเสวนา ทำให้เรารู้ว่าเราไม่รู้อะไรอีกเยอะแยะ เอาแค่เรื่องการดื่มน้ำซึ่งเราทำมาตั้งแต่เกิด รู้แค่ว่าหิวก็ดื่ม และควรดื่มน้ำสะอาด ลดละน้ำอัดลม แต่พอเจอข้อเท็จจริงเราจะรู้ว่าที่ดื่นๆมาตลอดนั้น ยังดื่มผิดๆถูกซึ้งสัมพันธ์กับสุขภาพมาก ..ก่อนหน้านี้ผมมีสวนควรรอบบ้าน แต่ตอนนี้จะขยับมาเป็นสวนครัวหน้าบ้าน ต่อไปไม่แน่นะครับอาจจะพัฒนาเป็นสวนในครัว หรือยกครัวมาไว้ในสวน คนอยู่บ้านนอกก็ดียังงี้แหละครับ พลิกแพลงทำอะไรตามอำเภอใจ
ผมมีที่ปรึกษาเรื่องสุขภาพชั้นยอด พวกเราบางคนอาจจะรู้จักป้าหวานบ้างแล้ว ป้าหวานมีคลินิกเจาะโลหิตอยู่ใกล้ๆกับโรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น เมื่อเดือนที่แล้วคุณป้าได้กรุณาเจาะเลือดไปตรวจ ผลของเลือดบ่งบอกระดับและอาการของโรคได้หลายชนิด เจาะไปแล้วคุณป้าก็เมตตาอธิบายสภาพสังขารของเรา ว่าตอนนี้กำลังเผชิญกับโรคอะไรบ้าง เบาหวาน ความดัน ตับ ไต ไส้ พุง เป็นยังไง ควรจะประคับประคองดูแลสุขภาพตนเองวิธีไหนอย่างไร การรู้จักโรคในตัว ก็เหมือนกับการรู้เขารู้เราอย่างในเรื่องทั่วๆไป ที่ผ่านมาเราไม่รู้ตัวว่าเราป่วยใจกายด้วยสาเหตุใด เราจึงชะล่าใจ เมื่อมีข้อมูล เราจึงจะออกทำการอนุบาล ”ก่อนจะย่ำแย่ เดียวจะแก้ไม่ทัน”
คุยกับป้าหวานแล้วผมก็มาปรับที่ตัวเอง การกิน-อยู่-หลับนอน-พักผ่อน-ออกกำลังกาย ผมปรับมารับประทานมื้อเช้ากับมื้อเย็น กลางวันรับประทานผลไม้/น้ำมะพร้าว/ธัญพืชบ้าง ลดเนื้อสัตว์ใหญ่หันมารับประทานปลากับผักเป็นหลัก เช้าๆดื่มน้ำสมุนไพรปั่น ก็ดูกระเตื้องขึ้นบ้างแล้วนะครับ แต่วันก่อนเผลอไปทานกล้วยทอดร้อนๆ เจ้าดังแถวนางเลิ้ง ป้าหวานรู้เข้าว๊ากให้หลายยก “กินผัก10วัน มาเผลอกินกล้วยทอด แบบนี้ก็ลบล้างกันหมดนะสิ” กิ้งกือยังก้าวพลาด คนไม่ฉลาดแถมไม่เฉลียวก็ยังงี้แหละป้าจ๋า อิอิ..
ในงานระพีเสวนาเจอเรื่องที่ตรงกันตรงใจหลายเรื่อง เขาพูดกันถึงว่า “ตัวเรานี่แหละเป็นหมอคนแรก” ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง จึงตัดสนใจเอาวิถีชีวิตประจำวันนี่แหละมาเป็นเนื้อหาเรียนเรื่องสุขภาวะตนเองและครอบครัว เช้าๆแม่ทูนหัวของผม (ชื่อฉวี แต่เรียกออกเสียงหวีๆ) จะถือตะกร้าเดินไปเด็ดใบกระวานฮ็อก ใบคาวตอง ใบมะยม ใบย่านาง ใบบัวบก หัวกระชายสด แกะเนื้อมะขามป้อม ใส่น้ำเสาวรส แล้วก็ปั่นๆ แยกกากออก..ยกมาชิมกันทั้งครอบครัว ชิมกันทั้งเจ้าบ้านและลูกน้อง
“ทำเป็นโครงการยกโขยงสุขภาพครัวเรือน”
เพื่อความยั่งยืน ผมรีบปรับแผนสภาพแวดล้อม จัดระบบพืชผักและสมุนไพรให้กว้างขวงมากขึ้น สร้างโครงหลังคาเหล็กคลุมพื้นที่ลานอาหาร ด้านข้างปลูกไม้เลื้อยสมุนไพร ปลูกฟักข้าว เสาวรส ฟักทอง น้ำเต้า ให้ไต่คลุมหลังคา ตอนนี้ต้นไม้ร่วมมือดีมาก..ตั้งหน้าตั้งตาทอดยอดไต่ราว บางอย่างก็ออกดอก ออกผลเล็กๆแล้วละครับ
ก่อนหน้านี้ใครว่าสมุนไพรชนิดไหนดีผมเอามาแปะปลูกไว้หมด แต่ไม่ค่อยสนใจเอามาใช้จริงจัง พอจะทำเรื่องนี่ขึ้นมา อ่านตามตำรายกเครื่องสุขภาพของสำนักต่างๆ อ้าวของเรามีหมดเลยนี่หว่า.. ตอนนี้เร่งขยายพันธุ์ ใส่ปุ๋ยดูแลประณีตขึ้น อีกหน่อยก็ปะเลอะปะเต๋อแล้วละครับ ทำให้เมืองไทยใหญ่อุดม ดินดีสมเป็นนาสวน นะครับ
ในส่วนผักพื้นบ้านก็พร้อมพอควร มีมะเขือ พริก ตำลึง บวบ ขิง ข่า คะไคร้ มะกรูด มะนาว มะปลิง มะขาม มะเฟือง มะตูม มะกอก มะรุม มะระขี้นก มะกล่ำ เสาวรส ส้มโอ ละมุด กล้วย มะม่วง น้อยหน่า ส่วนโปรตีนเลี้ยงปลาเขียวมรกตไว้3บ่อ ตอนนี้ตัวโตจับมาทำอาหารได้แล้ว แต่เลี้ยงเองกินเองไม่สนิทใจ จึงซื้อจากตลาด ส่วนไข่เป็ด-ห่าน-ไก่แจ้ แอบแบ่งเอาจากรังไก่วันละ 5-6 ฟอง ถ้ามีแขกมาเข้าค่ายเยอะๆก็ซื้อไข่จากตลาด เรายังทำแบบพึ่งตนเองไม่ได้ทั้งหมด อยู่ในขั้นพึ่งพาบ้างในบางส่วน
ช่วงปลายฝนก่อหน้านี้เธอเอ๋ย เห็นละโหงก เห็ดป่าที่กินได้โผล่ดินมา4-5 เดือน หน่อไผ่หมาจู ไผ่เขียวปราจีน ไผ่ซางนวล ไผ่บงหวาน ไผ่ตงดำ แย่งกันออกหน่อเป็นกะตั๊ก ต้มใส่กระดูกสุกรหม้อใหญ่ๆซดได้หลายมื้อ ทำเอาพุงกางไปตามๆกัน นอกจากสุขภาพจะดีแล้ว ภายใต้เศรษฐกิจฟุบแฟบอย่างนี้ ถ้าออกแบบดีๆก็ไม่ต้องรัดเข็มขัดหรอกนะครับ เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสด้วยการกินอยู่เป็นสไตล์พื้นบ้านไทยนี่แหละสุดยอดที่สุดแล้ว ลองเอาใบมะรุมทอดใส่ไข่เจียว หรือหั่นพริกอ่อนใส่หน่อย ทำร้อนๆรับประทานร้อน ชมไปชมไป แค่นี้แม่ครัวก็หน้าบานเป็นจานเชิงแล้วละครับ การเอาใจใส่สุขภาพจิตสุขภาพกายของกันและกัน ทำฝันให้เป็นจริง นิ๊งน่องทั้งครอบครัว
ไม่ใช้หาเงินเป็นบ้าเป็นหลังทั้งชีวิต
เพื่อจะเอามาจ่ายค่ายาค่าหมอตอนนอนอยู่ในห้องไอซียู
ชีวิตไม่เป็นสับปะรดเท่าไหร่หรอกนะครับ
ไม่รักไม่ชวนนะนี่ คิ คิ..
สวัสดีค่ะพ่อครูบา
ตามพ่อหล่อมาชมงานค่ะ เห็นเมนูทั้งหลายแหล่ที่พ่อครูสาธยายมา ทำให้น้ำลายสอเลยคะ
มีความสุขในวันศุกร์สุขสันต์ หรรษา พาเพลิน เจริญจิต อิ่มอร่อยนะคะ
เห็นศัพท์นี้ ปะเลอะปะเต๋อ ต้องรบกวนให้พ่อครูไปบรรยายความหมายแล้วค่ะ
nuch
ครูคิม
poo
ขอบคุณทั้ง 3 ท่าน
สบายดีนะครับ
ถ้ามีวาสนาอาจจะได้เจอกันอีก คิดถึงเด็กๆ ครูคิดทุกคน คงจะเก่งขึ้นมากแล้วนะครับ
สวัสดีค่ะท่าน
ชื่นชมยินดี ท่านคือบล็อกเกอร์ชั้นหนึ่ง
ของผู้รักสุขภาพค่ะ
รับประทานแบบนี้ไม่ต้องพึ่งมดพึ่งหมอ ไม่ต้องมีรายจ่ายเรื่องซ่อมสุขภาพนะคะ
ประหยัดงบประมาณโครงการ30บาทเอาไว้ใช้งานอื่นได้ดีทีเดียวค่ะ
ขอบคุณมากๆค่ะท่าน
อ่านข้อความที่เขียนแล้วก็เพลินดี ถูกใจคนวัยเลขห้านำหน้าเลขอื่นๆ อย่างดิฉันน่ะ ท่านงดมื้อกลางวัน ดิฉันงดมื้อเย็น เพราะมีความรู้สึกว่าไม่ต้องการแล้ว หมายถึงทานข้าว สุขภาพก็เป็นไปตามวัยน่ะ ไม่คล่องแคล่วเหมือนหนุ่มสาว แต่ความสวยยังคงอยู่และอยากรักษาไว้ให้นานเท่านาน ในส่วนนี้ดิฉันอยากจะขอเสริมจากที่ท่านครูบาพูดไป ความงามจะคงทนต้องเป็นผู้มีจิตใจงามบวกกับอาหารแบบท่านครูบาบอกมา นั่นแหละคือความสุขความสมบูรณ์ของชีวิตมนุษย์ บนพื้นฐานของความพอเพียง
ที่แวะมาพูดคุยทักทาย ด้วยมีเหตุจูงใจ แต่ขาดความมั่นใจเพราะไม่ถนัดในเรื่องที่ต้องการจะดำเนินการในอนาคต อยากถามท่านครูบาว่าดิฉันเองเป็นข้าราชการครู ในอนาคตอันใกล้จะเกษียณอายุราชการ หรืออาจจะอำลาชีวิตราชการก่อนกำหนด อยากจะไปการเกษตร ปลูกพืชสวนครัว ไม้ดอกไม้ประดับบ้าง ไม้ผลต่างๆ และเลี้ยงปลา สัตว์สวยงามบ้าง มีสถานที่ปฏิบัติธรรมในบริเวณเดียวกัน(ปัจจุบันมีที่ดินแล้วมากกว่าสิบไร่) เช่นกุฏิกรรมฐาน ประมาณ สิบถึงยี่สิบหลัง สร้างไว้สำหรับพวกพ้องคนรักใคร่ ไว้ใช้สำหรับพักพิงไปมาหาสู่ อยากได้ข้อแนะนำเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ เพราะเห็นภาพในBlogท่านแล้ว..คิดว่าน่าจะได้ประมาณนี้ ก็okน่ะ
pa_daeng
คุณ บุญนาค ฮายีมา
vaแปลว่าดอกไม้
ขอบคุณทั้ง 3 ท่านนะครับ
ป้าแดงไม่หน้าอ้วน ยิ้มบ่อยๆไขมันลดเองละครับ
ส่วนอาจารย์ va ท่านทำล่วงหน้าไปแล้วพอสมควร เติมอะไรลงไปนิดหน่อยก็สมบูรณ์แล้วละครับ โดยเฉพาะต้นไม้นานาพันธุ์ นานวันก็ยิ่งโต อาจจะปลูกไม้ผักยืนต้นให้ได้มากที่สุด ทุกอย่างก็จะเจริญๆตามกาลเวลา ขอให้ประสบสมดั่งใจหวังนะครับ
อ่านบันทึกนี้แล้วรักธรรมชาติขึ้นอีกมากโขเลยค่ะพ่อครู
พืชสมุนไพร ของดีทั้งนั้น
ขอบคุณค่ะ