บทเรียนจากข่าวลือ กับภาวะเสี่ยงของสังคม ในยุคโลกาภิวัตน์ กับสมรรถนะของนักบริหารการพัฒนาระบบสุขภาพ

 

เมื่อพฤหัส (๑๕ ตุลาคม) ที่แล้ว หุ้นร่วงลงไปอย่างถล่มทลาย เพราะเกิดความลือที่ไม่เป็นมงคล ความอ่อนไหวต่อข่าวลือ เป็นเรื่องที่เราน่าให้สนใจ โดยเฉพาะในสังคมยุคโลกาภิวัตน์ ที่ Friedman ได้ตั้งข้อสังเกตว่า นับแต่การทะลายเบอร์ลินวอลล์ในทศวรรษที่ 1980 ขั้วอำนาจของโลกได้เปลี่ยนแปลง จากเคยมีสองขั้วคือค่ายทุนนิยมที่มีสหรัฐฯ เป็นขั้วอำนาจ กับค่ายสังคมนิยมที่มีรัสเซียเป็นขั้วอำนาจ ทำให้เกิดการแพร่ของแนวคิดระบบเศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่ ที่เน้นการแข่งขันและระบบตลาดเสรี ประกอบกับความก้าวหน้าด้านการติดต่อสื่อสาร ผ่าน Internet เป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โลกแบนลง เพราะการสื่อสารติดต่อถึงกันอย่างทั่วถึงมากขึ้น การติดต่อถึงกันในแนวราบแบบไม่มีขั้ว ทำให้เสมือนว่า โลกแบนลง ดังที่เขาเขียนไว้ใน The World is Flat เขายังตั้งข้อสังเกตไว้ด้วยว่า การแพร่และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร จะทำให้สังคมมีการโปร่งใส (Transparent) มากขึ้น เพราะการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจะทำให้ไม่สามารถปิดบังข้อมูลข่าวสาร และสามารถตรวจสอบกันมากขึ้น ซึ่งเราคงจะเห็นจากกรณีการตรวจสอบการจัดซื้อในโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุขที่กำลังเป็นประเด็นร้อน

อย่างไรก็ดี Stiglitz ได้โต้แย้งว่า โลกไม่ได้แบนลง เพราะประเทศต่างๆ มีความเหลื่อมล้ำกันด้านการลงทุนพัฒนาระบบการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ เพราะเป็นการลงทุนสูงและจะต้องมีการพัฒนากำลังคนด้านนี้ด้วย ทำให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารยังไม่ทั่วถึง  ซึ่งก่อนหน้านี้ นักสังคมวิทยาได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสังคมเสี่ยง (Risk Society) ที่เป็นผลมาจากโลกาภิวัตน์ ที่ความก้าวหน้าด้านการคมนาคมสื่อข่าวสาร โดยเฉพาะการสื่อสารผ่าน Internet จะมีผลเกิดแนวคิดค่านิยม ความทันสมัย (Modernization) การใช้เทคโนโลยีและการปนเปื้อนทางสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการค้ามากขึ้น และผลของการโฆษณาสินค้าเชิงพานิชย์ จะทำให้บุคคลที่เข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสาร หรือการใช้ข้อมูลข่าวสารโดยขาดการกรอง จะตกเป็นเหยื่อและสังคมอยู่ในภาวะเสี่ยงมากขึ้น

การสร้างข่าวลือ และความอ่อนไหวต่อข่าวลือ สะท้อนให้เห็นถึงภาวะสังคมเสี่ยง แน่นอน ข่าวลือย่อมกระจายอย่างรวดเร็ว คนที่เข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสาร หรือไม่กรองข้อมูลข่าวสาร จะตกเป็นเหยื่อ การสื่อสารด้านสุขภาพในยุคนี้ ก็เช่นกัน

ในฐานะที่ท่านเป็นผู้บริหารการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน น่าจะนำบทเรียนจากสถานการณ์เหล่านี้ เชื่อมโยงกับภาวะสังคมตื่นตระหนกเมือเกิดไข้หวัดใหญ่ 2009 และกลับมามองตนเองซิครับว่า “ท่านจำเป็นจะต้องพัฒนาสมรรถนะในการสื่อสาร และมีข้อพึงระวังอะไรบ้างในการสื่อสารกับสาธารณะ”