โลกาภิวัฒน์(globalization)เป็นทั้งโอกาสและภาวะคุกคาม สำคัญคือเรารู้เท่า ทัน และปรับตัวได้ทันหรือไม่ โดยเฉพาะข้อมูลข่าวสารที่มีการส่งผ่านถึงกัน นับระยะเวลาเป็นวินาที่หรือเสี้ยววินาที ซึ่งหากพิจารณา ทบทวนดูแล้ว จะพบว่า ข่าวลือสร้างขึ้นได้ง่ายขณะเดียวกันการแก้ การตอบโต้ข่าวลือก็ทำได้ง่ายและรวดเร็วเช่นกันจะเห็นตัวอย่างเช่นช่วงเหตุการณ์ช่างสงกรานต์เลือด ที่มีข่าวการใช้กองกำลังทหารทำให้คนตายจำนวนมาก แต่เมื่อข่าวจริงปรากฏในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน จากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ หลายแหล่งก็ช่วยสยบข่าวลือนั้นได้ แล้วเมื่อนั้นผลสะท้อนกลับถึงแหล่งต้นตอ ความน่าเชื่อถือและความชอบธรรมจะหายและผลในทางลบกลับไปทันที
ซึ่งกระบวนการตอบโต้ข่าวลือก็ควรที่จะ รวดเร็ว น่าเชื่อถือ และอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับภาวะการณ์นั้นๆ โดยการดำเนินการควรมีหน่วยงานที่รับผิดชอบที่ทั้ง รับ กรอง และตอบโต้ ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งที่ผ่านมา ของเราอาจมีหน่วยงานลักษณะนี้อยู่แต่ผมยังมองว่าบางครั้งก็ไม่ไวพอจนเกิดผลเสียหายเกิดขึ้น
สำหรับข่าวสารด้านสุขภาพนั้นมีลักษณะของความเป็นวิชาการอยู่มาก และบ่อยครั้งจะพบปํญหาว่า
1.น่าเบื่อ เพราะมีเนื้อหาวิชาการมากเกินไป
2.การส่ง รับ ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน(อันนี้ คุ้นๆนะครับเช่นข่าวบอกว่าฝ่ายนั้นรับสัญญาณที่ผิด แล้วตกลงว่าฝ่ายไหนถูกกันแน่)
เช่นต้องการสื่อสารลงไปอย่างหนึ่งแต่ ผู้รับเข้าใจไปอีกทางเพราะมีความแตกต่าง(gap)ในพื้นฐานความรู้ ความเข้า
ใจ วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
3.ข้อเท็จจริง,ข้อมูลทางวิชาการที่ถูกต้อง บางครั้งเนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ พวกเราเองก็ไม่ทราบว่าเป็นยังไงเช่น ไข้หวัด
2009 ทีแรกเข้ามาชื่อว่า swine flu พวกเราหลายคนก็ยังไม่กล้ากินหมู หรือการรักษา การป้องกัน เมื่อถูกชาวบ้านถาม
เราก็ยังไม่มีความมั่นใจในการตอบ เพราะไม่ทราบจริงๆว่าเป็นยังไง
4.จรรยาบรรณ ของผู้เสนอข่าว จะพบว่าบ่อยครั้งข่าวสารจะถูกแต่งเติมเพื่อให้รู้สึกตื่นเต้นน่าสนใจ จนทำให้ผู้รับข่าวเข้าใจ
ความคลาดเคลื่อน หรือตื่นตระหนกเกินความเป็นจริง
(พอดี ถูกตามไปดูคนไข้ครับ เดี๋ยวจะกลับมาpostต่อ ครับ)