นึกได้ว่านี่แหละคือการแบ่งชนชั้นวรรณะในประเทศไทยอย่างหนึ่ง

    อันเนื่องมาจากบันทึกนี้ มีผู้สนใจอยากฟังเรื่องราวอันน่าตื่นเต้น จริงๆ มันก็เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับผม แต่สำหรับคนอื่นๆ จะเป็นอย่างไรก็ไม่ทราบครับ..

    เริ่มเรื่อง...ขากลับกลับจากระยอง เรามาเข้าทางด่วนหมายเลข ๗ มอเตอร์เวย์ตรงทางจะเข้าเมืองชลบุรี โดยมีผมเป็นพลขับหรือที่พวกเด็ก (ซึ่งมีความฝันอย่างน้อยให้ได้ขึ้นเครื่องบินสักครั้ง มากกว่าการจะได้เป็นนักบิน) สมมุติให้เป็นกัปตัน

    เราผ่านด่านพานทองมาและเลยจุดบริการนักท่องเที่ยวบนทางหลวงมาแล้ว กัปตัน beeman ชักอาการไม่ดี เพราะมีปัญหากับระบบย่อยอาหาร

  • เริ่มแรกตอนเที่ยงดื่มนมมาครึ่งแก้ว (เซลล์ที่ผลิต "เอนไซม์เคซีน" ซึ่งย่อยนมไม่ค่อยได้ใช้งานเลยทำหน้าที่ได้ไม่ดี)
  • และตอนบ่ายสองทานผัดไทยกับถั่วงอกดิบและหัวปลีดิบ

   สองอย่างนี้เป็นตัวกระตุ้น ทำให้ระบบย่อยอาหารของผมทำงานผิดปรกติ by pass สารอาหารอย่างเร็ว ไม่ยอมดูดซึมสารที่มีประโยชน์ในลำไส้เล็กตอนกลางและตอนปลาย รวมทั้งลำไส้ใหญ่ก็ไม่ยอมดูดซึมน้ำกลับเข้าระบบหมุนเวียนโลหิต

    เป็นผลทำให้พะอืดพะอม และดูเหมือนว่าจะมีข้าศึกลอบโจมตีทางประตูหลัง (เป็นศัพท์ของใครก็ไม่รู้) ตอนนี้มันก็ยุ่งแล้วละครับ เพราะระยะทางระหว่างด่านพานทองกับด่านลาดกระบังห่างกันประมาณ ๓๒ กิโลเมตร

    กัปตัน beeman เกิดอาการกล้ามเนื้อแขนขาเกร็งทนกับทุกขเวทนา ครั้นจะจอดข้างทางมันก็ดูมืด และไม่ปลอดภัย แล้วรถบนทางด่วนก็ขับกันเร็วมาก

    และแล้วก็ทนมาได้ถึงด่านลาดกระบังขาเข้า เข้าไปช่อง ๔ จ่ายเงิน ๓๐ บาท แล้วถามพนักงานซึ่งกำลังจะเปลี่ยนกะตอน ๑ ทุ่มว่า "มีห้องน้ำไหม" พนักงานตอบว่าฝั่งนี้ไม่มี มีแต่ฝั่งขาออก ให้ขับรถไปชิดขอบทางด้านขวาแล้วเปิดไฟฉุกเฉินเอาไว้

    ผมขับรถชิดขอบทางด้านขวาไปจอดที่ด้านตรงข้ามกับ Office ของด่าน ซึ่งอยู่ห่างจากสะพานลอยข้ามถนนของพนักงานไปราวๆ ๑๐๐ เมตร...ผมต้องเดินย้อนมา ๑๐๐ เมตรเพื่อมาขึ้นสะพานลอยและต้องเดินไปอีก ๑๐๐ เมตรเพื่อไปถึง Office ในเวลาที่เร่งด่วนอย่างนั้น

    ไปถามรปภถึงห้องน้ำพนักงาน และก็ขออนุญาตไปใช้บริการ ห้องน้ำมีอยู่ ๒ ห้อง สภาพค่อนข้างชำรุด ดูแตกต่างราวฟ้ากับดินเมื่อเทียบกับห้องน้ำผู้บริหาร นึกได้ว่านี่แหละคือการแบ่งชนชั้นวรรณะในประเทศไทยอย่างหนึ่ง

    เรื่องภายในห้องดับทุกข์หรือเรียกให้โก้แบบตรงกันข้ามว่า "ห้องสุขา" (ภิรมย์) คงไม่ต้องเล่าครับ..เป็นอันว่าเสร็จภาระกิจก็กลับมาตามทางเดิม เดินมา ๑๐๐ เมตร มาขึ้นสะพานลอยแล้วก็กลับมาที่รถ

   มาถึงรถอาการยังไม่หายดี รู้สึกว่าข้าศึกยังไม่ยอมถอย บุกมาอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ก็ดูท่าทางจะจริงจังกว่าเดิม จึงออกจากรถอีกครั้งปีนเกาะกลางถนนข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง บอกรปภถึงเป้าหมายอีกครั้ง....

    กลับมาที่รถรอบสองตามทางเดิม (ปีนเกาะข้ามถนน) รวมเวลาที่จอดรถฉุกเฉิน ๓๐ นาทีพอดี..นี่แหละครับเหตุการณ์ตื่นเต้นที่จะต้องจดจำเอาไว้..กัปตันบีแมนกับ flight 337 (flight 337 ดูไม่มีความหมายอะไร ตั้งชื่อให้โก้โก้ไว้อย่างนั้นเองแหละครับ)

     เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้มองเห็นความจำเป็นของการมีพนักงานขับรถสาธารณะสำรอง และกัปตันเครื่องบินมือสอง หากว่าเกิดความเหตุการณ์ที่เจ็บป่วยกระทันหันหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดกับมือหนึ่งนั่นเอง

beeman by Apinya

มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์  
神奇的蜂爷
  
(shen2  qi2  de1  feng1  ye2)