ด้วยความค้างคาใจ เมื่อคราวที่เรียนเรื่อง informal sector ตอนนั้นผมเรียกเองว่า "แรงงานนอกระบบ" ซึ่งมีนักเศรษฐศาสตร์หลายท่านได้ศึกษาวิจัยและเขียนเรื่องนี้ มีคำอธิบายการเกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้นว่า....
"เมื่อสิ้นค้าภาคเกษตรกรรมมีมูลค่าตกต่ำ มีผลทำให้รายได้ของเกษตรกรลดลงไปด้วย อีกทั้งปัญหาความแห้งแล้ง ภัยธรรมชาติ ทำให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนกับภาคเกษตรกรรมและดูเหมือนว่าจะเป็นเหตุผลหลักที่นักเศรษฐศาสตร์ตั้งข้อกล่าวหา จนในที่สุดเกิดภาวะหนี้สินมากมายในครอบครัวเกษตรกร ต้องตัดสินใจ ทิ้งถิ่น(ชั่วคราว จนถึงยาวนานก็มี) เพื่อไปหางานทำ เพื่อล้างหนี้สินที่มี เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่า"
สิ่งที่คาใจผม ก็คือ คำอธิบายนั้นกล่าวถึงความเป็นเหตุ เป็นผลในมิติเศรษฐกิจ มองที่เงิน มองที่รายได้ มองที่หนี้สิน จนดูเหมือนว่าเป็นคำตอบสุดท้ายของ "ชีวิตมนุษย์" ว่าต้องมีเงิน มีงาน มีรายได้แล้วจะนำพาชีวีให้มีสุข
ประเด็นนี้ ยังเป็น "คำถาม" ที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะตั้งต้นคำถามว่าอย่างไรดีในเรื่องนี้ และติดค้างมานาน
เลยคิดว่าลองรวบรวมเหตุการณ์ หรือปรากฏการณ์ที่พบเจอในชีวิตประจำวันแล้วนำมาปะติดต่อดู เผื่อว่าจะได้คำตอบอะไรบ้าง
และนี่คือที่มาของสมุดบันทึกฉบับนี้ "สังคมนอกระบบ"
สลามครับอาจารย์ ธวัช
ตามหาบันทึกอจาจารย์ อยู่นาน
ตามพบวันนี้เอง
ภาษคอนภาษาลุงเขาบอกว่า" หาจบหยบอยู่เข่พังไกร"อิอิอิ
แวะมาแลกเปลี่ยนครับอาจารย์ เมื่อสังคมให้คุณค่าที่เงินทอง ผลประกอบการทางเศรษฐกิจ ซึ่งมันเป็นภาพลวงตาและทำให้คนต้องหลงทางกับสิ่งที่ได้มาว่าเป็นความสุขและพยายามไขว่คว้าให้ได้มาทำให้วิถีชิวิตของคนเราเปลี่ยนแปลง และไม่สามารถค้นพบความสุขที่มันออกจากจากข้างในกลายเป็นความสุขจากการเสพหรือบริโภคจากสิ่งภายนอกซึ่งมันมีอยู่อย่างจำกัดและต้องมีการไขว่คว้าหามาเรื่อยๆ แต่สุขจากภายในนั้นมีใช้ไม่มีวันหมด ต้องให้ทุกคนนึกพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแล้วน้อมนำมาปรับใช้ให้ตรงกับบริบทของตนเองครับ