การพิทักษ์รักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติและท้องถิ่น ให้ดำรงอยู่ได้อย่างมีคุณค่าในสภาวการณ์ปัจจุบันนั้น จะสำเร็จไม่ได้ ถ้าขาดความร่วมมือ ร่วมใจ จากประชาชนชาวไทย ผู้ที่เป็น” เจ้าของศิลปวัฒนธรรม “ ที่พร้อมจะอาสาเข้ามาเป็นเครือข่ายดำเนินงานด้านมรดกทางศิลปวัฒนธรรม
        เมื่อวันที่ 4 กันยายน  2552  ข้าพเจ้า  ได้รับเชิญจากสำนักศิลปากรที่ 6  สุโขทัย  ให้เข้าร่วมประชุมสัมมนา  ในโครงการสัมมนาเครือข่ายด้านการอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ  (  โครงการอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ )  ณ โรงแรมตรัง  กรุงเทพฯ  ซึ่งจัดโดยกรมศิลปากร  โครงการนี้  เรืออากาศเอก  ดร.สุริยะ  ศึกษากิจ  ผู้ช่วย  รมต.กระทรวงวัฒนธรรม  ให้เกียรติมาเป็นประธาน  กล่าวเปิดโครงการ  และมีนายเกรียงไกร  สัมปัชชลิต  อธิบดีกรมศิลปากร  ร่วมบรรยายพิเศษ  อาจารย์สุนิสา  มั่นคง  ทำหน้าที่วิทยากรในโครงการดังกล่าว

        ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน มีหลักฐาน ร่องรอยของบรรพบุรุษสืบทอดมาหลายยุคหลายสมัย เรามีโบราณสถาน โบราณวัตถุ และแหล่งโบราณคดีจำนวนมากมายทั่วประเทศ มีวัดวาอารามเก่าแก่ บางวัดร้างไปแล้ว บางวัดยังมีพระสงฆ์จำพรรษาให้เราได้ทำบุญกุศลกันอยู่ ตามสถิติในปัจจุบันประเทศไทยมีโบราณสถานที่ทำการสำรวจขึ้นทะเบียนแล้วประมาณ 1,513 แห่ง ที่พบใหม่อีกกว่า 3,500 แห่ง แต่โบราณสถานและแหล่งโบราณคดีส่วนมากกำลังประสบปัญหาถูกทอดทิ้ง เสื่อมโทรม ปรักหักพังไปตามกาลเวลา โบราณสถานที่เป็นเจดีย์ พระธาตุ ธาตุ กู่ร้าง ตามนอกเมืองหรือหมู่บ้านห่างไกลถูกขุดเจาะทำลายเพื่อหาพระพิมพ์หรือของมีค่า มีราคา โบราณสถานส่วนใหญ่ถูกบุกรุก เบียดบัง หรือไม่ก็ถูกไถทิ้งไปเพื่อเอาที่ดินสร้างบ้าน ตึกแถว หรือไม่ก็สร้างโรงเรียน เมืองโบราณ และแหล่งโบราณคดีจำนวนมาก ตามป่าเขา ถูกน้ำท่วมเพราะการสร้างเขื่อน แต่ภัยที่ร้ายแรงที่สุดซึ่งทำให้โบราณสถานถูกทำลายอย่างย่อยยับภายในเวลาไม่นาน คือ การลักลอบขุดโดยฝีมือมนุษย์ปัจจุบันเพื่อหาของมีค่าไปขาย ทำให้เกิดความเสียหายต่อโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีอย่างมากมายเกินกำลังความสามารถของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรที่จะเข้าไปดูแลอย่างทั่วถึง

       ในอดีตที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าบรรดาโบราณสถาน โบราณวัตถุ ทั้งหลายนั้นเป็นของกรมศิลปากร หากโบราณสถานหรือโบราณวัตถุแห่งใดชิ้นไหนชำรุดทรุดโทรมหรือพังทลาย กรมศิลปากรมีหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปดูแลรับผิดชอบ ซ่อมแซมบูรณะโดยที่ประชาชนไม่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งความเข้าใจดังกล่าวเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เป็นความเข้าใจผิด เพราะในความเป็นจริงแล้วโบราณวัตถุ โบราณสถานทั้งหลายล้วนเป็นสมบัติของประชาชนทุกคนในชาติร่วมกัน ผู้หนึ่งผู้ใดถือเอามาครอบครองเป็นสมบัติเฉพาะตัวไม่ได้และกรมศิลปากรเองก็เป็นเพียงหน่วยงานของทางราชการที่คอยสอดส่องดูแลรักษาสมบัติของปวงชนและของชาติ ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ประชาชนทั่วไปจะไม่มีสิทธิหรือโอกาสในการดูแลโบราณสถาน โบราณวัตถุ อันเป็นมรดกตกทอดมาในหมู่บ้านหรือตำบลแต่อย่างใด

 

      อส.มศ.  หรือ  อาสาสมัครท้องถิ่น  คือประชาชนที่อาสาเข้ามาทำหน้าที่ช่วยดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุในพื้นที่หมู่บ้านไม่ให้ชำรุดหักพังหรือสูญหายและสามารถปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรได้ในกิจกรรมการสำรวจทางวิชาการหรือการบูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถาน โบราณวัตถุ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุได้ทั่วประเทศ และจะแก้ปัญหาความเสื่อมโทรมของโบราณสถาน โบราณวัตถุได้อย่างเป็นผลดีอีกด้วย

        สำหรับกิจกรรมในโครงการนี้จัดขึ้นเพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาต่าง ๆ  อันจะนำไปสู่ความเข้าใจในหลักการอนุรักษ์ที่ถูกต้องของอาสาสมัคร  และเป็นการแลกเปลี่ยนเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนในท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม  โดยมี  อส.มศ. เป็นตัวเชื่อมโยงสร้างความเข้าใจและช่วยเหลือทางราชการในการรักษามาดกทางศิลปวัฒนธรรม  ซึ่งการอบรมสัมมนาในครั้งนี้ได้มี  อส.มศ.จากทั่วประเทศเข้าร่วมประชุม  บรรยากาศ  การอบรมมีทั้งภาคเนื้อหาวิชาการ  และการประสานความเข้าใจในการทำงาน  และหาแนวทางที่จะทำให้หน่วยงานนี้เป็นที่ย่อมรับของชุมชน  เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา  แม้จะมีการจัดตั้ง  อส.มศ.มานานแล้ว  แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จักเลย  ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่าการประชาสัมพันธ์ยังไม่เพียงพอ  บทบาทหน้าที่ในการทำงานยังไม่เป็นที่ยอมรับของชุมชน  เป็นเรื่องที่หลาย ๆ  ฝ่ายจะต้องพยายามแก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน

หน้าที่ความรับผิดชอบและแนวทางในการปฏิบัติงานของ อส.มศ.
      1. ประพฤติตนให้สมเกียรติของ อส.มศ.
      2. เป็นมิตรที่ดีและให้ความช่วยเหลือแก่ข้าราชการและประชาชนในการดูแลมรดกศิลปวัฒนธรรม
      3. ออกตรวจสอบโบราณสถานตามแผนปฏิบัติงาน บันทึกผลการตรวจสอบ และรายงาน
      4. แจ้งข่าวการชำรุดเสียหายของโบราณสถาน โบราณวัตถุ ที่กลุ่ม อส.มศ. ดูแลอยู่
      5. ร่วมมือกันกำจัดวัชพืชบนโบราณสถานและบริเวณโดยรอบ
      6. ร่วมมือในการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่มีความรัก หวงและเห็นคุณค่าโบราณสถาน โบราณวัตถุในท้องถิ่นของตน
      7. ป้องกันการลักลอบขุดทำลายโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีหรือความเสียหายที่จะเกิดกับโบราณสถาน โบราณวัตถุ ด้วยสาเหตุอื่น ๆ 
      8. อส.มศ.ไม่มีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดโดยตรง เว้นแต่เจ้าพนักงานจะขอร้องให้ช่วยเหลือ หรือความผิดเกิดขึ้นต่อหน้าซึ่งสามารถทำได้ตามกฎหมาย
      9. รายงานข่าวเมื่อทราบการทำลาย การลักลอบขุดค้น การขโมยโบราณวัตถุ ให้รายงานต่อหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งต่อไปนี้
           9.1 ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่พนักงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการจับกุม
           9.2 วัฒนธรรมจังหวัดหรือวัฒนธรรมที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำอำเภอ
           9.3 สำนักงานศิลปากร ที่ 1–15 หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หรืออุทยานประวัติศาสตร์ที่ใกล้ที่สุด
     10. ยินดีเป็นพยานในศาล ถ้าเจ้าพนักงานขอร้องหรือเห็นความจำเป็น

            สำหรับในจังหวัดกำแพงเพชร  มี  อส.มศ.จากอำเภอต่าง ๆ  รวมทั้งจังหวัดจำนวน60  คน  แต่มีหลาย ๆ  คนได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในจังหวัดอื่น  หรือไม่ก็เสียชีวิตไปแล้ว  ถ้าได้มีการทบทวน  ปรึกษาหารือกัน  กำหนดบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน  ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักทั่วไปในชุมชน  และมีการยกย่องชมเชยผู้ที่อุทิศเวลาให้กับการทำงานมีผลงานเป็นที่ประจักษ์บ้าง  จะทำให้อส.มศ.ในจังหวัดเป็นไปตามแนวทางและเจตนารมณ์ที่กรมศิลปากรต้องการ  ความรักชาติ  รักถิ่น  รักแผ่นดินเกิด  ย่อมถูกปลุกให้เกิดจิตสำนึกตามมาในที่สุด

           สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร  จัดโครงการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม  ของอาสาสมัครท้องถิ่น ฯ  จังหวัดกำแพงเพชร  เมื่อวันที่ 16  กันยายน  2552  ณ ห้องประชุม  ศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน  ตำบลนครชุม  อำเภอเมือง  จังหวัดกำแพงเพชร   โดยมี  นางนงลักษณ์  เพ็งดิษฐ์  หัวหน้าวัฒนธรรมจังหวัด  เป็นประธานในพิธี  กล่าวเปิดโครงการ  นางสาวพชรพรรณ  ชุ่มเปี่ยม  ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา  ศิลปะและวัฒนธรรมกล่าวรายงาน  พร้อมด้วยคณะกรรมการจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด  อาสาสมัคร  อส.มศ.  จากอำเภอต่าง ๆ  ในจังหวัดกำแพงเพชร

กิจกรรมในโครงการ  จะเป็นการบรรยายในเรื่องโบราณสถานที่สำคัญในจังหวัดกำแพงเพชร  และบทบาทหน้าที่ของ  อส.มศ.  ตลอดจนการจัดกิจกรรมต่าง ๆ  เพื่อการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมในจังหวัดกำแพงเพชร  โดยนายวันชัย  กลิ่นหอม  นายกสมาคมสื่อสารมวลชนเพื่อสังคม  จังหวัดกำแพงเพชร  และรองประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอพรานกระต่าย  เป็นวิทยากรในโครงการ  และในภาคบ่ายได้ร่วมกันจัดกิจกรรมทำความสะอาดบริเวณกำแพงเพชรเมืองเจ็ดร้อยปี  หมู่ที่ 3  ตำบลนครชุม

                                การพิทักษ์รักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติและท้องถิ่น  ให้ดำรงอยู่ได้อย่างมีคุณค่าในสภาวการณ์ปัจจุบันนั้น  จะสำเร็จไม่ได้  ถ้าขาดความร่วมมือ  ร่วมใจ  จากประชาชนชาวไทย  ผู้ที่เป็น” เจ้าของศิลปวัฒนธรรม “  ที่พร้อมจะอาสาเข้ามาเป็นเครือข่ายดำเนินงานด้านมรดกทางศิลปวัฒนธรรม

   

                                           โดย... อ. วันชัย  กลิ่นหอม 

                                            รองประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอพรานกระต่าย