ในการประชุม กกอ. เมื่อวันที่ ๑ ต.ค. ๕๒ มีการนำเรื่อง “ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. ๒๕๕๒ – ๒๕๖๑) และ ร่างพระราชบัญญัติสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ...” เข้าเป็นวาระแจ้งเพื่อทราบ แต่ในที่สุดก็เปลี่ยนเป็นวาระขอความเห็น และที่ประชุมมีมติให้ สกอ. นำความเห็นเสนอ รมต. ศึกษาฯ อีกทางหนึ่งด้วย บันทึกนี้เป็นเรื่อง beyond ร่าง พรบ. ฯ ดังกล่าว แต่เป็นเรื่องของ กกอ. เรื่องของการทำหน้าที่กำกับดูแลระบบอุดมศึกษาให้แก่สังคมไทย ของ กกอ. ผมกลับมา AAR กับตัวเองที่บ้านหลังการประชุม ว่าเป็นที่พิสูจน์เรื่อยมา ว่า สกอ. / กกอ. เป็นเสือกระดาษ หรือของปลอม ไม่มีฤทธิ์จริงในการทำหน้าที่ดูแลระบบอุดมศึกษา อย่างกรณีร่าง พรบ. สถาบันคุรุศึกษาฯ ซึ่งเป็นการตั้งมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาแห่งใหม่ ไปตั้งท้องที่สภาการศึกษา เลี่ยง สกอ./กกอ. ไป กรรมการท่านหนึ่งเรียกว่า “ท้องนอกมดลูก” ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบที่น่าฟัง แต่ไม่สมจริง เพราะตามธรรมชาติ ท้องนอกมดลูกจะแท้งเสมอ ไม่คลอด แต่เรื่องแบบนี้ในสังคมไทย คลอดเสมอ ดังตัวอย่างการคลอดมหาวิทยาลัยราชภัฎทีเดียว ๓๖ แห่งนั่นไง ผมกลับมาทบทวนบทบาทของ กกอ. และถามตนเองว่า ผมได้ทำหน้าที่ประธาน กกอ. ที่ดีหรือไม่ ผมตอบว่าไม่ เพราะ • ผมสงสัยว่า ในบริบทของสังคมไทย การทำหน้าที่ประธาน กกอ. ที่ทำงานได้ผล มีผลต่อการกำหนดนโยบายอุดมศึกษา และดูแลระบบอุดมศึกษาของประเทศได้จริง อาจต้องทำงานแบบงานการเมือง คือเข้าไปคลุกคลีกับนักการเมืองและผู้มีอำนาจในวงราชการ แลกเปลี่ยนผลประโยชน์บางอย่าง เพื่อหาทางทำให้ระบบเดินตรงทาง ผมทำงานแบบนั้นไม่เป็น และรังเกียจที่จะทำ คิดอย่างนี้ผมไม่ทราบว่าถูกหรือผิด ผู้รู้หรือผู้มีความเห็นโปรดชี้แนะ • ที่จริงคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ที่แต่งตั้งโดยสภาการศึกษา มีประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (คือผม) เป็นกรรมการอยู่ด้วย ประธานอนุกรรมการชุดนี้คือ ศ. ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ผมคิดว่าผมทำผิด ๓ อย่าง คือ (๑) เมื่อผมไปประชุมครั้งแรก ผมก็สรุปกับตนเองว่า การประชุมนี้จะนำการปฏิรูปการศึกษาของประเทศไปผิดทางอีก และผมได้ให้ความเห็นที่สำคัญต่อท่านประธานไปหมดแล้วทั้งทางวาจาในที่ประชุม และทางส่งเอกสารความเห็นที่เขียนไว้ใน บล็อก จำนวนมาก ในสภาพที่ผมมีภารกิจมาก ผมเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า ผมจึงไม่ได้ไปประชุมอนุกรรมการชุดนี้อีกเลย (๒) แม้ไม่ไปประชุมเอง ประธาน กกอ. ก็สามารถตั้งผู้แทนไปร่วมประชุมและออกความเห็นจากมุมของ กกอ. ได้ ผมไม่ได้ทำ (๓) ผมไม่ได้เอาสาระเกี่ยวกับการตั้งมหาวิทยาลัยใหม่ คือ สถาบันคุรุศึกษาฯ เข้าหารือวางท่าทีของ กกอ. เสียแต่เนินๆ กลับมาที่เสือกระดาษ คำถามคือ กกอ./สกอ. ทำงานอย่างไรจึงจะไม่เป็นเสือกระดาษ คำตอบของคนบ้าแบบผม ตอบว่า ก็อย่าทำงานโดยอิงกระดาษ ให้ทำงานโดยอิงความจริง อิงข้อมูล อิงสารสนเทศ อิงความรู้ อิงความรู้เชิงระบบ อิงสังคม ไม่เป็นเสือ top down หรือ regulate by law and regulation เท่านั้น แต่ regulate by communication ด้วย โดยทำงานคู่ขนานระหว่าง conventional regulation กับ unconventional regulation คือ social regulation สร้างความเข้าใจในสังคมวงกว้าง ด้วยความรู้เชิงระบบ ซึ่งต้องมีการทำงานของ secretariat แนวใหม่ สรุปว่า เสือกระดาษ (regulate by law) ก็ต้องเป็น และเสือสังคม (regulate by social force) ก็ต้องทำ ในระดับ 50 : 50 หรือ 40 : 60 ถ้าคิดและทำแนวนี้ ผมพอจะมีเหตุผลให้อยู่ทำหน้าที่นี้ต่อไป (โดยปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น) แต่ถ้า กกอ. มุ่งทำงาน regulate by law 100% หรือ 90% ผมควรจะเปิดช่องให้คนอื่นมาทำหน้าที่ประธาน กกอ. บ้านเมืองจะได้ประโยชน์มากกว่า วิจารณ์ พานิช๒ ต.ค. ๕๒
"สถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ" เป็นงานทับซ้อนกับ "คุรุสภา" และ "สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา" ทำให้ได้รับการต่อต้านจากสถาบันที่ผลิตครู เพราะจะมีกำหนดนโยบายและการผลิตครูทับซ้อนกัน
ผมได้ข่าวเช่นนั้น แต่ยังไม่ได้มีการวิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียว่า อย่างไร
กกอ. ยังคงเป็นเสือกระดาษ และกำลังทำอะไรอยู่หนอ ???