ดูจิต ดูความคิด เห็นอารมณ์แล้วเฝ้าดู
หลังจากได้เล่าให้ทุกคนฟังเกียวกับการไปฝึกปฏิบัติธรรม ที่สวนสันติธรรม จะว่าไปอันที่จริงก็ไม่ได้ไปค้างที่สวนสันติธรรมหรอกนะคะ พักที่หิ่งห้อย ชาเล่ย์ รีสอร์ท เป็นที่พักที่อยู่ใกล้ๆกับสวนสันติธรรม กำหนดการทั้งหมด 4 วันคะ (วันศุกร์และเสาร์ มีโอกาสได้พบหลวงพ่อ) กิ๊กจะขอเล่ากิจกรรมเป็นวันๆไปนะคะ พร้อมกับเล่าสิ่งที่ได้เรียนรู้ นะคะ
เกือบลืมไปเลยคะ เจ้าภาพของงานนี้ อาจารย์ประทีปจาก OKLS ผู้เข้าร่วมก็เป็นทีมงาน OKLS สคส. และผู้ปกครอง ญาติมิตรของทั้งสองทีมคะ รวมๆกันประมาณ 27 ท่าน คะ
กิจกรรมของแต่ละวันมีรายละเอียดเช่นนี้คะ
วันที่1 : เตรียมกาย ใจ กระเป๋าเสื้อผ้า พร้อมสำหรับการปฏิบัติธรรม เจอที่พัก ยิ้มออกเล็กน้อย เนื่องจากแตกต่างจากที่เคยไปฝึกมา (ครั้งนั้นวัดป่าคะ) เริ่มด้วยการบอกเล่าประวัติท่านอาจราย์เล็ฏน้อย จากนั้นทำความเข้าใจเกียวกับวิธีการ ให้ข้อมูลเบื้องต้น พูดคุยแลกเปลี่ยน สอบถามข้อสงสัยกับพี่เลี้ยงจากบ้านอารีย์คะ (ขณะนั้นฟังไปง่วงไป ได้บางไม่ได้บ้าง ) สิ่งที่ได้จากการแลกเปลี่ยน การปฏิบัติของหลวงพ่อปราโมทย์นั้นเป็นการทำวิปัสนาแบบ ฝึกดูกาย และจิต แต่เน้นจิตมากกว่า (ความรู้สึกของกิ๊กเองคะ) จากนั้นมีช่วงเวลาให้ไปฝึก (ตอนนี้วัดใจผู้ฝึกมาก เนื่องจากไม่มีข้อบังคับใดๆ) ส่วนกิ๊กและทีมผู้เข้าร่วมจะฝึกแบบไหน ขอไม่บอกนะคะ แต่กระซิบนิดๆว่า ดื้อเอาการอยู่ไม่น้อย เข้าตอนตั้งแต่ 2 ทุ่มเตรียมตัวตื่นตอนเช้า (ตี4) เพือทำวัตรเช้า
ลืมบอกไปคะ อาหารการกิน อยู่ดีกินดีเลยคะ ไม่มีของว่างทานแต่มื้อหลักๆ อร่อยๆ (วันนี้ยังไม่ค่อยรู้สึกตัว ไม่ได้ดูใจสักเท่าไหร่)
วันที่ 2 : เต้นเช้าด้วยความกระตือรือล้น ทำวัตรเช้า เดินจงกลม+เดินคุยกัน (พี่เลี้ยงไปรอที่สวนสันติธรรม สมาชิกบางท่านขับรถไป บางส่วนเลือกที่จะเดินคะ) เลยทำให้เดินจงกลมบาง เดินจงใจ(คุย)บ้าง ดูใจไปบ้าง ดูกายไปบ้าง ใช่คะ! ตกหล่นไปนิดหน่อย สมาชิกที่ฝึกปฏิบัติด้วยกัน มีหลากหลายมากคะ บางคนไม่เคยฝึกเลย เรียกว่าประการณ์น้อยกันทั้งนั้น มีบางท่านที่ผ่านการฝึกมาอย่างโชกโชนคะ
เมื่อถึงสวนวันติธรรมก้ทำกันตามที่พี่เลี้ยงแนะนำ เริ่มด้วย 7.30 น. พระอาจราย์จะเทศน์ 8.00 น. ออกไปทานอาหารที่โรงอาหาร 8.30 น. เขาเรียกกันว่าส่งการบ้าน ช่วงนี้จะเป็นการถามตอบระหว่างผู้ที่ได้ฟังซีดี ศึกษาหนังสือ หรือฟังพระอาจราย์เทศน์ ถามสิ่งที่ได้ไปลองฝึกลองปฏิบัติมา ช่วงนี้ ชอบมากคะ สนุก แล้วก็ถึงกับการตอบคำถามคะ ของพระอาจราย์ ท่านตอบราวกับว่าสามารถดูจิตของคนที่ถามได้ จากนั้นกลับสู่ที่พักคราวนี้ไม่เดินแระ ขอติดรถกลับไปด้วยคะ ...ช่วงบ่บายพี่เลี้ยงมาสบทบมากขึ้น แบ่งกลุ่มย่อย 4 กลุ่มคะ พยายามทำตามคะแนะนำนะคะ แต่ยังติดคุยกัน เนื่องจากรูปแบบสบายๆไม่บังคับ วันนี้ให้ต่างคนต่างไปเดินจงกลม แล้วมาพูดคุยถามตอบ จบลงด้วยทำวัตรเย็น แยกย้ายเข้านอนคะ
วันที่ 3 : ทำวัตรเช้า ไปสวนสันติธรรม กลับมาที่พัก หลายๆท่านเดินทางกลับด้วยภาระหน้าที่ที่ติดตัวคะ เหลืออยู่ ราว 18 คน การฝึกเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม แต่ความง่วงของกิ๊กยังคงครุ่นกรุ่นคะ ง่วงแบบไม่ยอมเลิกรา คราวนี้พี่เลี้ยงชักรู้ว่าพวกเราคุยเก่ง เลยให้ปิดวาจาถึงช่วงทำวัตรเย็น ทุกคนจริงจังมากขึ้น เห็นความรู้สึกหลายๆอย่างคะ สำหรับกิ๊ก เห็นทั้งความคิด ความง่วง ความว่างเปล่า ความเบื่อหน่าย ความตกใจ และท้ายสุด ความอยาก อยากลับแล้วค๋า!!!!! ความยากกินด้วย เดินไปหิวไป แล้วจบลงด้วยทำวัตรเย็น แยกย้ายเข้านอนคะ ........คิดถึงพรุ่งนี้จังเลย
วันที่ 4 : ทำวัตรเช้า ฟังซีดี ฝึกปฏิบัติ แลกเปลียนเรียนรู้ระหว่างพี่เลี้ยงและผู้เข้าร่วม จากนั้นเดินทางกลับบ้าน ด้วยความเหนื่อยล้า ...แต่พกพาบุญกลับมาเพียบเลยคะ
ตัวอย่างประโยคสนทนากับพี่เลี้ยงคะ
กิ๊ก : ทำไมกิ๊กถึงง่วงจังเลย ฟังซีดีก็ง่วง ออกมาแลกเปลี่ยนก็ยังง่วง ทั้งพี่พยายามฝืนแล้ว บางครั้งบังคับตัวเองไม่ได้เลยคะ
พี่เลี้ยง : อันนี้ต้องดูว่ามาจากอะไร 1.สภาพร่างกาย นอนน้อย นอนไม่เพียงพอ ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ 2.จิตใจ เนื่องความตั้งใจที่มากเกินไป การพยายามเพ่ง เพ่งจนจมดึง จนกลายเป็นง่วงเป็นซึม
กิ๊ก : สงสัยจะเป็นอย่างหลังคะ มีวิธีทำให้หายไม่คะ
พี่เลี้ยง : ต้องมีสติ มีสติแล้วเราจะตื่นตัว เพราะช่วงที่เราง่วง จิตจะฟุ้ง ต้องพยายามเรียกสติคืนมาก มีสติเข้าไว้ รู้ตัวว่าง่วง เกิดอะไร ให้รู้สึกตัว ให้ดูจิตเข้าไว้ ฝึกทำไปเรื่อยๆที่
เห็นไม่คะ ง่วงก็มีประโยชน์คะ จบลงแล้วคะสำหรับการปฏิบัติธรรมนะคะ แต่ยังไม่ถึงตอนอวสานคะ ต้องกลับมาฝึกต่อในสนามชีวิตจริงคะ ฝึกต่อไปนะคะทุกคน กิ๊กก็จะพยายามคะ สู้ๆด้วยกัน ...สู้ๆๆ