เพื่อนแท้ๆพากันมาสามารถทิ้งกันได้เพื่อเอาใจหัวหน้า

         แว หรือชื่อเขา คือวัชรชัย พ่อเป็นเซียนพระจากศรีสะเกษ แม่เป็นชาวมุสลิมอยู่อำเภอแว้ง  แวเป็นลูกคนโต เรียนจบ ม.ศ. 3 จากโรงเรียนเวียงสุวรรณ ทำงานช่วยพ่อแม่ ตัดยางและแบกข้าวสารอยู่ที่ท่าเรือบูเก๊ะตา ตรงกันข้ามบ้านตาเนาะแมเราะ ประเทศมาเลเซีย  ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีสะพานข้ามฝั่งระหว่างไทย-มาเลเซีย ทำงานอยู่ 3 ปี ก่อนมาสอบเป็นตำรวจ ตชด.ที่ กฝ. 2 อ.สะเดา (สมัยนี้เป็น กฝ.9) จ.สงขลา  เมื่อ ปี พ.ศ.2524 เรียกตำรวจรุ่นนี้ว่ารุ่นทดลอง เพราะรับบุคคลที่ผ่านเกณฑ์ทหารมาแล้ว คืออายุระหว่าง 23-27 ปี หรือในอีกชื่อที่นิยมเรียกกันคือ รุ่น 4 คน 100 เพราะมีอายุมากรวมกัน 4 คน ก็ปาเข้า 108 ปีเข้าไปแล้วนั่นเอง  แวและเพื่อนๆเริ่มฝึกเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2524 และมาปรับพื้นฐานเป็นตำรวจตระเวนชายแดนที่ อ.นาทวี จ.สงขลา อีก 3  เดือน จบออกมาแยกย้ายกันไปประจำตามกองร้อยต่างๆ แวโชคดีกว่าเพื่อนได้ลงประจำที่กองร้อยที่ 5 (ร้อย ตชด.447 ปัจจุบัน)ในรุ่นนี้มีแวคนเดียวที่ได้ลงกองร้อย 5  นอกนั้นลงกองร้อย 3 เบตง ยะลาเสีย 1 หมวดกว่า กองร้อยอื่น 5 คนบ้าง 10 คนบ้าง ซึ่งในตอนนั้นยังเป็นเขต 9 เขตเดียว 9 กองร้อย ยังไม่ได้แยกเป็นกองกำกับ 43 กองกำกับ 44 อย่างปัจจุบัน
         การปฏิบัติงานในหน้าที่ของแว ก็เจริญก้าวหน้าเป็นลำดับ เพราะแวเป็นคนขยันขันแข็งในหน้าที่นั่นเอง รับราชการได้ 2 ปีแวก็ได้แต่งงานกับเจ้าสาวที่เป็นญาติห่างๆ มีอาชีพรับราชการเป็นครูโรงเรียนใน อ.แว้งนั้นเอง สำหรับการปฏิบัติตัวของแวในหน้าที่ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม มีการละหมาดวันละ 5 เวลา เมื่อมีการตั้งฐานปฏิบัติการตามหมู่บ้านต่างๆ ในทุกวันศุกร์ แวก็ไปละหมาดไม่เคยเว้น แต่ในขณะเดียวกันเนื่องจากแวเป็นลูกเซียนพระ พ่อของแวเคยเป็นนักเลงพระเครื่องตังยง ก่อนที่พ่อแวรับเข้าเป็นอิสลาม พระเครื่องดีๆรุ่นต่าง ทั้งพระกรุ พระเบญจภาคี ตะกรุดของขลังต่างๆ ก็ตกเป็นมรดกตกทอดให้แก่แว เพราะฉะนั้นเมื่อใครมีพระรุ่นไหนอาจารย์ไหนมาให้แวดูก็จะไม่ผิดหวัง ของขลังจากฝ่ายเขมรต่ำแวมีเพียบ  อย่างเมื่อมีผู้กองท่านหนึ่งที่ตอนนี้ท่านเป็นรองผู้บังคับการ ซึ่งท่านชอบเล่นพระมีพระเครื่องดีๆที่ไหนท่านก็จะเสาะหามามาสะสมอยู่เสมอ พอท่านรู้ว่าแวมีพระดีก็มีการพูดคุย และเป็นที่มาของพระหลวงพ่อทวดเนื้อว่านรุ่นแรก ซึ่งราคาให้เช่าตอนนั้นคงประมาณ 5 แสนบาทติด แวก็ให้ผู้กองท่านนั้นด้วยความเสน่หา พอสิ้นปีแวก็ได้บำเหน็จ 2 ขั้น สำหรับบุคลิกลักษณะนิสัยแว จะเป็นคนเอ็กเซอร์ไซด์ตลอดอยู่นิ่งไม่ค่อยได้ เพราะเมื่อสมัยแวทำงานเป็นกรรมกรแบกข้าวสารที่บูเก๊ะตา แวจะกินยาขยันชนิดหนึ่ง มีชื่อว่ายาเป๊บปิ้นท์ ซึ่งกินแล้วทำให้อยากทำงานออกแรงตลอดเวลา ทำงานหนักก็ไม่เหนื่อย ทำให้แวเป็นคนขยันไม่ยอมอยู่นิ่ง เหงื่อออกตลอดเวลา คำพูดได้หน้าลืมหลัง ชอบเอาคำพูดของเพื่อนที่เล่าที่บอกเดี๋ยวนั้น มาโม้เอามาเป็นคำพูดของตัวเอง นิสัยขี้อิจฉาตาร้อน อิจฉาริษยาเห็นคนอื่นได้ดีไม่ได้ ผุดลุกผุดนั่งมีแต่ความวิตกกังวล มีความวิตกจริตเป็นนิจ เป็นคนกลัวความลำบาก หลีกงานที่ไม่ชอบ โดยเฉพาะเกี่ยวกับวิทยุสื่อสารของทางราชการเป็นสิ่งที่แวไม่ชอบเลย มีมารยาสาไถยที่แม้แต่ผู้หญิงก็ต้องชิดซ้าย ที่น่าเกลียดมากๆในตัวแวคือมีจิตใจที่เรียกว่าใจปลาซิว อ้างการป่วยไข้ทันทีถ้าเขาส่งไปทำงานที่ไม่ถูกใจหรือชอบใจตนเอง โดยเฉพาะอาการปวดท้อง ท้องเสียเป็นโรคกระเพาะ แล้วแต่จะอ้าง หรือไม่ก็ปวดหัวรุนแรงมีอาการเป็นไข้ สารพัด ชีวิตการทำงานแวจะไม่นึกถึงหัวอกคนอื่น จะมีก็แต่ทำอย่างไรก็ได้ให้ตัวเองได้ประโยชน์ ในหัวสมองของแวคือ อยากได้ๆ ไปเสียทั้งหมด นึกๆน่าเสียดายที่แวเป็นคนเคร่งศาสนาละหมาดไม่เคยเว้น มีพ่อเป็นเซียนพระ แต่ไม่รู้ว่าเคยสอนให้แวรู้จักความเป็นมนุษย์หรือไม่  ใครขึ้นมาเป็นผู้บังคับหมวด รองหมวดหรือเป็นหัวหน้า แวก็จะเอาอกเอาใจ ซื้อเสื้อผ้า ซื้อรองเท้า  ให้ยืมเงินโดยไม่เอาคืน รองหมวดคนไหนชอบกินเหล้าหรือสูบบุหรี่ แวก็จะซื้อมาประเคนให้ แน่นอนผลงานปลายปีสองขั้นจะไปไหนเสีย
        มีอยู่ครั้งหนึ่งในปี 2549 ตอนนั้น ฉก.13 ตั้งอยู่ที่ บ้านอาเส็น อ.ยะหา จ.ยะลา และกองร้อย ฉก.4402 ตั้งฐานปฏิบัติการที่หลังโรงเรียนบ้านปะแต  ช่วงนั้นเป็นช่วงปลายปีงบประมาณเดือนกรกฎาคม ทางกองร้อย 447 เรียกกำลังกลับเพื่อไปสร้างศาลารอบๆสระน้ำในกองร้อย เป็นสถานที่อบรมเยาวชน ตอนนั้นกำลังอยู่ในฐาน 4 คน ไปทำงานให้ ผบ.ฉก.เสีย 4 นาย แล้วที่ยังไม่เข้ามาอีก 4 นาย พวกเราที่เหลือ 4 คนจึงช่วยกันเก็บข้าวของเครื่องใช้ทั้งของตนเอง และของเพื่อนที่ไม่สามารถมาได้ รวมทั้งเครื่องครัว ซึ่งก็หนักเอาการ แต่ด้วยความสามารถมีความละเอียดรอบคอบ ทำให้รถกะบะอีซูซุ คันใหม่เอี่ยมของพี่โญ(ด.ต.ภิญโญ) บรรทุกได้หมด ในขณะที่รถกะบะของแว บรรทุกได้แต่ของตัวเอง พอดีรองหมวดโทรศัพท์ให้แวช่วยขนเสื้อผ้าสิ่งของในเต็นท์เอาไปให้ด้วย แวก็รีบกุลีกุจอเก็บให้รองหมวดโดยไม่ขาดตกบกพร่อง ในขณะที่เสื้อผ้าข้าวของของวิศิษฏ์ซึ่งนอนอยู่เต็นท์เดียวกับแว แวก็ไม่คิดที่จะเอาไปให้เขาด้วยเลย ทั้งๆที่รถของแวยังสามารถวางของเหล่านี้ได้อยู่ ซึ่งต้องเดือดร้อนวิศิษฏ์ ต้องขอช่วยเพื่อนเข้าไปเอาของหลังจากนั้น เพื่อนแท้ๆพากันมาสามารถทิ้งกันได้เพื่อเอาใจหัวหน้า  ซึ่งในทุกๆครั้งที่ย้ายฐานฯ แวจะรีบๆเก็บข้าวของเฉพาะของตัวเองโดยไม่มีน้ำใจที่จะเอาของส่วนรวมหรือของเพื่อนร่วมงานเลยสักครั้ง แต่แปลกเวลาแวพูดอะไร หรือ สร้างเรื่องไม่จริงอย่างไรผู้บังคับบัญชาแต่ละคนก็ยังเชื่อ นี่แหละแว นาเวาะ.