พริกกระเหรี่ยงเป็นวัฒนธรรมของคนกระเหรี่ยงจริงๆ บ้านใดมีข้าว มีพริก มีฟืน ไม่ต้องมีเงินก็อยู่ได้

หลายคนคงเคยทานก๋วยเตี๋ยวน้ำพริกกระเหรี่ยง แต่พริกกระเหรี่ยงคืออะไร ?

 1.พริกกระเหรี่ยงไม่ใช่พริกขี้หนูเหมือนที่หลายคนเข้าใจ เพราะพริกขี้หนูชอบร่ม และไม่ทนแดด แต่พริกกระเหรี่ยงชอบแดด บริเวณใดแดดดีจะลูกดกและสีสวย 

 2.พริกขี้หนูปลูกเป็นพิชสวน คือ ต้องเพาะกล้า ถางหญ้า รดน้ำ แต่พริกกระเหรี่ยงปลูกแบบพืชไร่ ชาวกระเหรี่ยงจะเอาเม็ดพริกผสมกับเมล็ดพืชอีกหลายๆชนิด เช่นเมล็ดผักกาด เมล็ดฟัก แฟง แตง หว่านในไร่ หลังหยอดเมล็ดข้าวไปแล้ว ไม่นานข้าวก็งอกก่อน และเป็นร่มเงาให้กล้าผัก กล้าพริก ระหว่างรอข้าวให้ผลผลิตชาวกระเหรี่ยงก็ได้กินผัก ฟัก แฟง แตงกวา เป็นอาหาร ไร่จึงเป็นซูปเปอร์มาเกตของคนบนดอย

 3.เมื่อเกี่ยวข้าวเสร็จพริกกระเหรี่ยงก็ต้นโต ติดดอก  ออกผล ในระยะนี้ฝนบนดอยหมดแล้ว แต่พริกกระเหรี่ยงไม่ตายเพราะมีรากแก้วเพราะเกิดจากการหว่านเมล็ด พริกกระเหรี่ยงจึงกินแต่น้ำเหมย(หมอก)ยามเช้า ต้นพริกจึงแข็งแรง อดทน เหมือนคนกระเหรี่ยง

 4.พริกกระเหรี่ยงไม่สุกพร้อมกันทั้งต้น แต่ทยอยให้ได้เก็บไปอีก 5-6 เดือน เก็บแล้วก็ตากด้วยแดดแท้ ไม่นึ่ง ไม่อบ ไม่ชุบสี

 5.พริกกระเหรี่ยงที่ดี ต้องปลายแหลม ก้นโต สีส้มจัด และต้องไม่แดงคล้ำ มีกลิ่นหอม เก็บได้นานโดยสีไม่เปลี่ยนไปหลายปี เผ็ดแต่ไม่ทรมานลิ้น ไม่มีกลิ่นเหม็น สำคัญที่สุดพริกกระเหรี่ยงไม่ใช้สารเคมีใดๆในการผลิต

 6.พริกกระเหรี่ยงเป็นวัฒนธรรมของคนกระเหรี่ยงจริงๆ บ้านใดมีข้าว มีพริก มีฟืน ไม่ต้องมีเงินก็อยู่ได้  คนกระเหรี่ยงปลูกพริกไว้พอกินเท่านั้นไม่ได้ปลูกเป็นการค้า พริกกระเหรี่ยง แท้จึงหายากพอควร

 พริกกระเหรี่ยงเป็นของฝากล้ำค่า  ในฐานะนักส่งเสริมการเกษตรการไปเยี่ยมพี่น้องคนไทยริมชายขอบเหล่านี้หากได้พริกกระเหรี่ยงจากน้ำใจชาวบ้านซักถุงก็มากคุณค่าที่สุดแล้ว

 น่าเสียดายที่เดียวนี้พริกกระเหรี่ยงถูกคนเมืองเอามาปลูกเป็นการค้า ผิดที่ผิดทาง ผิดธรรมชาติ ผิดวัฒนธรรม เห็นแล้วไร้คุณค่าน่าดู

 

 ต้นพริกในไร่ข้าวเก่า

การตากพริกกระเหรี่ยง

ชาวบ้านแขวนขนเหยี่ยว เพื่อไล่นก และไก่ที่มาคุ้ยเขี่ยพริก