ผู้ใดแหม่ท้าง(อ่านว่าต๊าง)ย่อมตกขึดนักแล

ไหว้สาพวกเราชาวผองผู้รักการเรียนรู้จุ๊ผู้จุ๊คน

มาวันนี้ลุงหนานจักเล่าเรื่องขึดเกี่ยวกับการแหม่ท้าง(อ่านว่าต๊าง)หมายถึงช่องระบายน้ำในที่ทำสวนทำนาทำไร่ต่างๆในวิถีชีวิตประจำวัน

หากเราไปเที่ยวตามท้องทุ่งนา ท้องไร่ตามดินแดนล้านนาเราจะพบเห็นช่องระบายน้ำอย่างเช่น ในผืนนามักมีคันนาเป็นคันดินคั่นน้ำขังไว้ในนาแต่ละผืน  ขณะเดียวกันที่คันนาจะมีช่องระบายน้ำจากผืนนาหนึ่งสู่ผืนนาอีกแห่งหนึ่ง  หรือบางครั้งนาที่ติดลำเหมืองจะมีช่องระบายน้ำเข้าสู่นา หรือช่องระบายน้ำจากผืนนา ช่องระบายน้ำนี่เองแหละครับเขาเรียกกันว่า "ท้าง"(อ่านออกเสียงว่า ต๊าง)

การเป็นอยู่ในสมัยก่อนผู้คนที่ทำมาหาอยู่ใกล้ชิดกัน  ไม่ว่าการทำนา ทำไร่ ทำสวนเมื่อมีการส่งน้ำเข้าสู่ที่ดินทำกินไม่ว่าจะเป็นผืนนา ผืนไร่ ที่สวนต่างก็จะช่วยกันแบ่งปันกันไม่แก่งแย่ง  มีการตกลงกันว่าช่องระบายน้ำหรือ "ท้าง"   ในแต่ละผืนนาจะมีความกว้างเท่าใด  เช่นช่องต้องกว้างหนึ่งศอกก็เป็นที่ตกลงกันว่า  ทุกคนต้องปฏิบัติตาม สร้างร่องระบายน้ำที่เรียกกันว่า"ท้าง(ต๊าง)"   มีความกว้างเท่าๆกันเพื่อระบายน้ำออกหรือเข้าเท่ากัน ไม่เอารัดเอาเปรียบกันทำให้วิถีชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข

แต่หากเมื่อใดมีผู้โลภมาก ลักลอบแหม่(ขยาย)ท้างเป็นช่องให้กว้างออกไปจากเดิมที่ตกลงกันไว้ ย่อมทำให้กระแสน้ำไหลผ่านผิดปกติกว่าช่องท้างอื่นๆตามที่ตกลงกันไว้ย่อมทำให้เกิดการผิดปกติ กระแสน้ำย่อมไม่เป็นไปตามบรรพบุรุษเคยกระทำสืบต่อกันมา ย่อมเป็นเหตุให้ผู้คนเกิดหมางใจ เกิดแคลงใจในการกระทำที่ผิดปกติจากข้อตกลงกันไว้ เกิดการเอารัดเอาเปรียบส่วนรวม อย่างนี้ผู้คนจึงถือกันว่าขึดนักหนา

ขึดดังกล่าวเรียกกันว่า  "ขึดแหม่ท้าง(ต๊าง)"  ย่อมเกิดการถกเถียง แตกแยก  แตกความสามัคคีในหมู่คณะ  ในชีวิตประจำวันที่เคยอยู่กันเป็นสุขมานาน 

แม้ปัจจุบันหากมีใครไปแหม่ท้าง(ต๊าง)ช่องระบายน้ำที่เข้าท้องนาท้องไร่ที่สวนนำน้ำสาธาณะเข้าสู่ที่ของตนเองก็ย่อมถือว่าขึด ย่อมเกิดการฟ้องร้องเกิดคดีความอยู่ตามที่เห็น