ทุกเช้าพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ครู จะต้องมาเข้าแถวเคารพธงชาติ เพื่อแสดงความเคารพต่อสถาบันหลักคือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เริ่มด้วยการร้องเพลงชาติ สวดมนต์ และสุดท้ายเพลงสดุดีมหาราชา ระหว่างเรียงแถวกลุ่มครูซึ่งไม่ไม่ครูเวรที่จะต้องควบคุมและอบรมนักเรียน พวกเราคุยกันเกี่ยวกับเรื่องไปต่อ(การเลื่อนชั้นของเด็กแต่ละคน) ให้บังเอิญที่วันนั้น ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในวงสนทนาของคณะครูชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ครูบางท่านจะเริ่มชี้ไปที่เด็กประจำชั้นบางคนว่าไปต่อได้บ้างไม่ได้บ้าง ซึ่งนับรวมกันคร่าว ๆ แล้ว เกือบ 20 คน จากจำนวนนักเรียน 110 คน ซึ่งแบ่งเป็น 4 ห้องเรียน
ผมได้ชวนเพื่อนครูสนทนาถึงสาเหตุต่าง ๆ ว่าทำไมนักเรียนบางคนถึงไม่สามารถที่จะไปต่อในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ได้ ก็พบสาเหตุหลายประการด้วยกัน คือ
1. ความไม่พร้อมของนักเรียนด้วยสาเหตุทางสติปัญญา เช่น สมาธิสั้น
2. ความไม่พร้อมของนักเรียนด้วยสาเหตุทางร่างกาย เพราะหลายคนไม่ได้ผ่านการเตรียมความพร้อมในระดับปฐมวัย มาเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ด้วยอายุถึงเกณฑ์ตามพ.ร.บ.ประถมศึกษา หลายคนยังจับดินสอไม่เป็น ยังไม่สามารถช่วยตนอง เรื่องการขับถ่าย เป็นที่รังเกียจของเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพราะถ่ายรดกางเกงทุกวัน เป็นภารกิจที่ครูประจำชั้นต้องช่วยเหลือเป็นประจำ
3. นักเรียนหลายคนเอาแต่ใจตนเอง ไม่สามารถเข้ากับเพื่อน ๆ ได้ เข้าสังคมกับเพื่อนไม่ได้ อย่างนี้ยังพอทน
4. นักเรียนบางคนไม่ยอมรับรู้ในกิจกรรมการเรียนการสอนที่ครูจัดให้ ยังเล็กเกินไป
นักเรียนเหล่านี้ต้องมาอยู่ในห้องเรียนเดียวกัน ด้วยสังคมที่มาต่างกัน ความแตกต่างระหว่างบุคคลจึงเกิดขึ้น คุณครูหลายท่านพยายามที่จะศึกษาข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล พยายามที่จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เหมาะกับนักเรียน แต่นานวันเข้านักเรียนที่อ่อนก็จะเป็นภาระมากขึ้น
มันจึงเป็นหัวข้อสนทนาประจำวัน เรื่องการไปต่อ การเลื่อนชั้นเรียนของนักเรียน ถ้ามีการตกซ้ำชั้น เป็นที่แน่นอนว่าจะมีหลายคนเสียใจ จะมีหลายคนไม่พอใจ
เราจะทำอย่างไร ให้สถานการณ์นี้เป็นสถานการณ์ที่ทุกคนไปต่อ เป็นต่อ และพอใจ
แน่นอนว่าคงเป็นหัวข้อสนทนาของพวกเรา และเป็นหัวข้อที่พวกเราต้องร่วมกันพลิกสถานการณ์ให้ได้ ใครมีความคิดเห็นดี ๆ ร่วมกันแก้ไขได้จักขอบพระคุณ
น่าเห็นใจ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนของคณุก็คือเราจะทำอย่างไรให้เด็กไปต่อได้ เราต้องอดทนต่อเด็กกลุ่มที่บอกเล่ามา และเราต้องใจเย็นพอที่จะดึงเขาขึ้นมาให้ได้ เราต้องมาทบทวนถึงวิธีการสอนของเราด้วย เป็นกำลังใจให้นะ
แวะมาหาครับน่าเห็นใจยิ่ง
ขอให้ข้อคิดนะครับ
1 ลองแยกนักเรียนประเภทที่คิดว่าเป็นปัญหาและอาจไม่ไปต่อมาอยู่รวมกัน
2 อย่าให้เด็กเกิดความรู้สึกว่าตัวเองที่ต้องมาอยู่ในกลุ่มนี้ เป็นปัญหาของสังคมนี้
3 สร้างรูปแบบการสอนใหม่ให้ง่ายขึ้น (ที่ให้เด็กทำอยู่เดิมอาจยากไปก็เป็นได้ลองทบทวนดูครับ) และให้เด็กมีเวลาทำกิจกรรมเพิ่มมากขึ้นจากเด็กปกติเล็กน้อย แล้วค่อยแทรกบทเรียนเข้าไป ตัวอย่างเช่น นำเด็กออกไปนังเรียนใต้ร่มไม้บ้าง หรือจัดให้แข่งขันทำกิจกรรมบางอย่างเกี่ยวกับการทดลองในบทเรียน ผู้แพ้อาจได้รับหน้าที่ ให้ออกไปยืนอ่านนิทานเรื่องสั้นๆให้คนอื่นฟัง โดยมีคุณครูคอยช่วยอ่านด้วย เป็นต้น และควรลองตรวจสอบความชอบเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคนว่าชอบกิจกรรมอะไร แล้วปรับเอาส่วนนั้นให้เป็นการบ้านเล็กๆน้อยสำหรับเด็กคนนั้น เพื่อพัฒนาความอยากรู้ยากเรยนของเด็ก
4 ประชุมผู้ปกครองของเด็กกลุ่มนี้ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองทุกท่าน (ถ้าทำได้) แล้วฝากการบ้านง่ายๆให้เด็กได้ไปทำร่วมกับผู้ปกครอง เช่น ให้เด็กไปถามวันเกิดของคุณพ่อ คุณแม่ และคนอื่นๆในครอบครัว แล้วเขียนมาส่งคุณครู ถ้าเด็กยังอ่านไม่ได้เขียนไม่เป็นก็อาจจัดทำเป็นแบบให่ไปกาถูกผิดมาก็ได้ ทั้งนี้เพื่อจะได้ให้ผู้ปกครองหันมาสนใจเด็กร่วมกับทางโรงเรียน เมื่อทำไประยะหนึ่งการสื่อสารระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครองและเด็ด ก็จะพัฒนาขึ้น
วิธีนี้อาจทำให้เด็กกลุ่มนี้ ไปต่อ เป็นต่อ พอใจ ได้ครับ
เป็นเพียงข้อคิดนะครับ และขอเป็นกำลังใจให้ครับ
ขอบคุณมากครับที่กรุณาช่วยให้แนวทาง ผมจะนำไปทดลองทำครับ
ขอบคุณมากครับที่กรุณาช่วยให้แนวทาง ผมจะนำไปทดลองทำครับ ได้ผลประการใดจะแจ้งให้ทราบ ขอขอบพระคุณอีกครั้งที่ชี้ทางสว่างให้
สวัสดีค่ะท่าน
โมก หวังว่าท่านคงจะสบายดีนะคะ
มาให้กำลังใจค่ะ เกี่ยวกับเด็ก พบมามากจนไม่รู้จะพูดอย่างไร
ส่วนมากเป็นปัญหา ทางครอบครัว ไม่พร้อมด้วประการทั้งปวง