ชาวบ้านที่หลายปีแล้วยังไม่ได้โฉนด ก็พูดสิ่งเดียวกันว่า จะให้พวกเขาติดตามอย่างไรกัน เขาไม่รู้ต้องทำอะไร ต้องทำอย่างไรเลย รู้แต่มันไม่มาก็น่าจะยังไม่เรียบร้อย
กลับมาอยู่ได้ประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว ตอนแรกคิดว่าจะเหงา แต่ปรากฏว่าไม่เหงาเพราะยุ่งจนหัวฟู
เรื่องยุ่งที่เหนื่อยทั้งกายและเหนื่อยใจ นั่นคือ เรื่องที่ดิน วันนี้เลยนำมาเล่าเตือนใจทั้งตัวเอง และใครหลายๆ คน
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ที่หมู่บ้านที่อาศัยอยู่มีการจัดสรรที่ดินทำกิน ซึ่งมีมานานแล้ว แต่ที่ดินเหล่านั้นยังไม่มีการออกโฉนดใดๆ เลย และเมื่อประมาณปี 2550 มีการดำเนินงานเพื่อออกโฉนดที่ดินให้กับประชาชน
ที่ดินของแม่ก็เช่นกัน การดำเนินการเพื่ออกโฉนดของแม่ก็ดำเนินไปและทุกอย่างเกือบจะผ่านพ้นไปด้วยดี
จนกระทั่งวันที่มีการนำโฉนดของชาวบ้านมาแจก (แจกที่วัดเมื่อปี 2551) ซึ่งทุกเรื่องน่าจะจบ แม่น่าจะได้โฉนด ถ้าเพียงแต่ชื่อในโฉนดของแม่จะไม่ผิด และเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจแล้วพบว่าชื่อผิดถึง 3 แผ่น (ที่ดินถึง3 แปลง) เจ้าหน้าที่จึงนำโฉนดกลับไปแก้ไข พร้อมทั้งขอเบอร์โทรศัพท์ไว้ และทำการตกลงกับแม่ไว้ว่า ถ้าอย่างไรจะมาฝากโฉนดไว้ที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน
เหตุการณ์ผ่านไปเดือนกว่าๆ แม่ไปถามผู้ใหญ่บ้านปรากฏว่า ไม่มีโฉนด
แม่ก็เฉย นึกว่าคงยังไม่เรียบร้อย และแม่ก็ทำงานของแม่เรื่อยมาจนเมื่อต้นเดือน สี่ได้กลับมา และช่วยดำเนินการติดตามเอาโฉนดคืนมา
ปรากฏว่าโฉนดหาย จากการติดตามข้อมูลเจ้าหน้าที่หน่วยสำรวจรังวัดที่ดิน ซึ่งเป็นผู้มาแจกโฉนดคืนให้กับชาวบ้านนั้น แจ้งว่าได้นำโฉนดมาวางไว้ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านตั้งแต่เมื่อปี 2551 แล้ว สี่และแม่จึงไปตามบ้านผู้ใหญ่
ปรากฏว่าไม่มี และเมื่อโทรถามอีกครั้ง พบว่า
ผู้ใหญ่บ้านหมู่ไหน------>จำไม่ได้
คนรับชื่ออะไร---->ไม่ทราบเพราะไม่ได้ถาม ทราบแต่เป็นผู้ชาย อิสลาม
บ้านอยู่ตรงไหน---------->จำไม่ได้ ไม่แน่ใจ
สรุป โฉนดของแม่ถูกไปฝากไว้ที่ไหนกับใคร ไม่สามารถระบุได้
แต่สี่และแม่ก็พยายามจะไปตามบ้านผู้ใหญ่ทั้งเก่าและใหม่ หลายหมู่บ้าน ผลปรากฏเช่นเดิม จนสุดท้ายก็ไปแจ้งกับทางสำนักงานที่ดินประจำจังหวัดเพื่อขอใบแทนโฉนดที่หายไป
ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ไม่ยอมทำให้เพราะถือว่าโฉนดยังไม่ได้หาย ให้สี่และแม่ไปติดต่อยังคณะทำงานของชุดสำรวจรังวัดที่ดินที่เป็นกลุ่มที่มาแจก ซึ่งอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง (เพราะยุบรวม 2 จังหวัดให้ทำงานที่เดียวกัน) ให้ทางชุดสำรวจติดตามโฉนดคืนมา
ได้....เมื่อเป็นนั้น สี่กับแม่ก็ไปยังที่ทำการของชุดสำรวจ ซึ่งอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง
ปรากฏว่าทางชุดสำรวจยืนยันมาคำเดียวว่า ไปส่งแล้ว วันที่ไปส่งแล้วโทรศัพท์ไปแล้วแต่ติดต่อไม่ได้ (น่าจะมาจากทางองค์การโทรศัพท์ได้ทำการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่ทั้งหมู่บ้าน) จึงฝากไว้ที่บ้านผู้ใหญ่
แต่จำไม่ได้ว่าผู้ใหญ่ชื่ออะไร จำทิศทางไม่ได้ เพราะนานมาแล้วให้สี่และแม่ไปแจ้งความหายและออกเอกสารใหม่
โอ้....เหนื่อยเต็มทน เอกสารสำคัญของแม่ หายไป
โดยที่แม่ไม่ได้ทำหายเอง
แต่คนแก่อายุเกือบ 60 ปี ชาวบ้านธรรมดา ที่มีชีวิตอยู่กับการทำสวน กลัวเจ้าหน้าที่ข้าราชการมากมาย เวลาเจ้าหน้าที่พูดก็ได้แต่ค่ะ ค่ะ
กลับต้องเดินเรื่องเองทั้งหมด ต้องเดินทางข้ามจังหวัด นี่คือสิ่งที่สี่กลับมาเจอในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เรื่องราวยังไม่จบวันจันทร์สี่และแม่จะเดินทางไปขอโฉนดใหม่ ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่จะยอมออกให้ใหม่โดยง่ายรึเปล่า.....เฮ้อ! เหนื่อย
แม่บอกว่าแค่ว่า "ถ้าไม่มีสี่ แม่ก็ไม่รู้จะทำเช่นไร"
ชาวบ้านที่หลายปีแล้วยังไม่ได้โฉนด ก็พูดสิ่งเดียวกันว่า จะให้พวกเขาติดตามอย่างไรกัน เขาไม่รู้ต้องทำอะไร ต้องทำอย่างไรเลย รู้แต่มันไม่มาก็น่าจะยังไม่เรียบร้อย
2 สัปดาห์ เหนื่อยในการติดตาม เหนื่อยใจกับการทำงานของคนที่เป็นตัวแทนประชาชน และรู้สึกผิดที่ทิ้งแม่ไปนานเกินไป เพราะสี่ก็เหมือนลูกอีกหลายคน กลับได้แค่เสาร์-อาทิตย์ หรือแค่วัน สองวันเท่านั้น ได้ฟังเรื่องก็ฟังแบบผ่านๆ เพราะไม่มีเวลาติดตามหาข้อมูล ละเลยเรื่องราวต่างๆ มากมายเพราะคิดว่าพ่อ แม่น่าจะจัดการ
สี่ฝากเรื่องนี้ไว้เตือนใจใครหลายๆ คน เอกสารสำคัญควรรีบติดตามหากรู้สึกว่านานเกินไป อย่าชะล่าใจว่าอยู่ในมือเจ้าหนาที่แล้วจะไม่หาย
ทุกข์แทนจัง....ฟังแล้วเหนื่อย...ขอให้หาพบเร็วๆ
สวัสดีค่ะ
ยังคิดถึงอยู่นะ " เด็กเมื่อวานซืน "