GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

อยากจะเล่าสู่กันฟัง

“ขนส่งห่วงใยความปลอดภัยของทุกคน”

“รถรับส่งนักเรียนปลอดภัยหรือยัง?”

เกริ่นนำ

     ทุกท่านคงจะทราบกันดีแล้วว่า ในปัจจุบันรถรับส่งนักเรียนเป็นที่นิยมของผู้ปกครองในการให้บุตรหลานโดยสารไปโรงเรียน เนื่องจากมีความสะดวกรวดเร็ว รับส่งถึงที่ มีเวลารับส่งที่แน่นอน ซึ่งทุกท่านคงจะเห็นเป็นภาพที่ชินตาอยู่ทุกวัน ก็คือ มีรถสองแถว หรือรถปิคอั๊พที่ดัดแปลงเป็นรถสองแถวนั่นแหละครับ มารับนักเรียนที่บ้านในตอนเช้าแล้วไปส่งที่โรงเรียน พอตอนเย็นก็ไปรอที่โรงเรียนและรับกลับบ้าน คงจะเป็นเรื่องที่พบเห็นกันเป็นประจำเป็นเวลาหลายปีแล้ว จนถือเป็นเรื่องปกติของคนโดยทั่วไป  เพราะบางท่านที่กำลังอ่านเรื่องเล่านี้ ก็เป็นหนึ่งในผู้ปกครองหลายคนที่ใช้บริการอยู่ก็ได้ เท่าที่ผมประมาณการคาดว่ามีรถรับส่งนักเรียนในจังหวัดชุมพร  จำนวน 250 คัน (ตัวเลขนี้ไม่รวมรถโดยสารประจำทางที่รับส่งนักเรียนด้วยนะครับ) แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า รถรับส่งนักเรียนเหล่านี้ถูกต้องและปลอดภัยหรือยัง ?
     มูลเหตุที่เกิดรถรับส่งนักเรียน ก็เนื่องมาจาก นักเรียนที่อยู่ตามชุมชนหมู่บ้านต่าง ๆ ต้องการไปเรียนที่ตัวเมืองของจังหวัดหรือตัวเมืองของอำเภอ  (คิดว่าน่าจะเป็นผู้ปกครองอยากให้ไปเรียนมากกว่า) เมื่อต้องไปเรียนในตัวเมืองปัญหาก็เกิดขึ้น รถโดยสารประจำทางให้บริการอาจจะไม่เพียงพอหรือแถวบ้านไม่มีรถโดยสารประจำทางวิ่งผ่าน หรือบางทีเริ่มแรกนักเรียนบางคนอาจจะเคยขึ้นรถโดยสารประจำทาง แต่บางครั้งในตอนเช้ารถโดยสารประจำทางมักจะมีคนโดยสารเต็ม พอเกิดปัญหารถโดยสารประจำทางไม่สะดวก คนในละแวกชุมชนหมูบ้านก็มีความคิดนำรถปิ๊คอัพที่มีอยู่ ไปใส่หลังคาใส่เบาะนั่งแบบสองแถว รับนักเรียนแถวบ้านใกล้เรือนเคียงไปส่งในตัวเมือง พอนาน ๆ เข้าก็ถือเป็นเรื่องการประกอบอาชีพในปัจจุบันเสียเลย จนทุกวันนี้มีการออกรถปิ๊คอัพ หรือรถตู้มาใช้เป็นรถรับส่งนักเรียนเป็นจำนวนมาก

 เมื่อเหตุการณ์หรือความจำเป็นต้องมีรถรับส่งนักเรียนเกิดขึ้น แล้วปัญหาอยู่ที่ไหน ?       
                ท่านทราบหรือไม่ว่า ขณะนี้ รถที่วิ่งรับส่งนักเรียนมีกี่แบบกี่ลักษณะ ขอเฉลย หากนับตามรูปร่างของรถโดยทั่วไปไม่เกี่ยวกับภาษาทางราชการนะครับ มีอยู่ 3 ลักษณะหรือ 3 แบบ ได้แก่ (1) รถปิ๊คอัพ (2) รถตู้ (3) รถบัส แล้วปัญหาล่ะอยู่ที่ไหน ก็อยู่ที่ความปลอดภัยนั่นไง ตอบแบบกำปั้นทุบดินโครมเลย และก็ถูกต้องแล้วครับ ปัญหาอยู่ที่ความปลอดภัย เพราะทุกวันรถรับส่งนักเรียนไม่ได้มองเรื่องความปลอดภัยเลย เอาเป็นว่าท่านเห็นรถปิ๊คอัพรับส่งนักเรียนหรือไม่ เมื่อก่อนเราจะเรียกรถแบบนี้ว่า รถสองแถว เพราะว่าเขาใส่เบาะนั่งที่กระบะบรรทุกเป็นสองแถวหรือสองข้าง แต่ในปัจจุบันท่านจะไม่พบรถสองแถวดังกล่าวแล้ว  ทำไมเหรอ? หรือเขาเลิกวิ่ง ไม่ใช่ครับ เพราะเขาไม่ได้ใส่เบาะแค่สองแถว แต่ใส่เป็นสามแถวแล้ว นอกจากนี้ ยังต่อเบาะออกไปนอกตัวถังรถอีก บางคันผมอยากจะเรียกว่าเป็นรถสองแถวทาวน์เฮาส์ ทำไมเหรอครับ? ก็เพราะเขามีการต่อกันสาดออกไปอีกนะซิครับ นี่แหละครับที่เขาเรียกว่าความไม่ปลอดภัย
แล้วรถรับส่งนักเรียนที่ปลอดภัยเป็นยังไง?

คราวนี้จะมาเล่าเรื่องรถรับส่งนักเรียนที่ปลอดภัยให้ฟัง

     (1)     เริ่มแรกรถรับส่งนักเรียนต้องเป็นรถที่มีทางขึ้นลงด้านข้าง ประเภทรถบัส รถตู้ ไม่ใช่ รถสองแถวแบบที่ลงด้านหลังแบบรถปิ๊คอัพ
     (2)     สีรถต้องเป็นสีเหลืองและมีสีดำคาดรอบตัวถังรถ   เนื่องจากสีเหลืองเป็นสีที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด
     (3)     กระจกรถต้องโปร่งใส  ห้ามติดฟิล์มกรองแสงนะครับ เพราะจะมองไม่เห็นเด็ก  เคยมีเด็กเล็กถูกขังในรถ และไม่มีใครเห็นมาแล้ว อันตรายนะครับ อย่าห่วงแต่กลัวร้อนอย่างเดียว ห่วงความปลอดภัยด้วย
     (4)     มีเครื่องหมายหรือแผ่นป้ายเป็นพื้นสีส้ม มีตัวอักษรคำว่า “รถโรงเรียน” ติดที่ด้านหน้าและด้านท้ายรถ  เอาไว้ให้รถคันอื่นมองเห็น เขาจะได้ระมัดระวังไม่ชนเรา
     (5)    
มีเครื่องดับเพลิง ฆ้อนทุบกระจก และเหล็กชะแลง เผื่อไว้ยามฉุกเฉินหยิบฉวยได้สะดวกของแบบนี้ ปลอดภัยไว้ก่อน แต่คงไม่มีใครอยากจะให้เกิดเหตุหรอก อ้อ ควรเก็บไว้ในที่ห่างมือเด็กด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้น เครื่องมือสำหรับความปลอดภัยอาจจะเป็นอาวุธของเด็กนักเรียน
     (6)     ติดไฟสัญญาณสีเหลืองอำพัน ที่ด้านหน้าและด้านท้ายรถ ปิด -เปิดเป็นระยะ เพื่อให้รถอื่นมองเห็นได้ แต่ถ้าไม่ได้ใช้รับส่งนักเรียนก็ไม่ต้องเปิด
     (7)     มีแผ่นป้ายแสดงข้อความเตือนเพื่อความปลอดภัยติดไว้ภายในรถในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ง่าย   ถือว่าเป็นคู่มือความปลอดภัยประจำรถก็แล้วกัน
     (8)     มีผู้ควบคุมดูแลนักเรียน ซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ประจำอยู่ในรถตลอดเวลาที่รับส่งนักเรียน เพื่อควบคุมนักเรียนและช่วยเหลือนักเรียน
     (9)     รถโรงเรียนต้องส่งนักเรียนให้ถึงที่อยู่อาศัย หรือส่งมอบให้แก่ผู้ปกครองโดยตรงหรือ ณ สถานที่ที่ตกลงกัน

          ตอนนี้ขอทิ้งท้ายไว้แค่นี้ก่อน   คราวหน้าจะมาพูดกันว่า รถปิ๊คอัพสองแถว ที่มีอยู่มากมายเขาจะทำอย่างไรกัน คอยติดตามนะครับ สำหรับท่านมีความคิดเห็นอย่างไร ช่วยเสนอแนะด้วยนะครับ จะได้แบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกัน  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 3058
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

ขอเรียนให้ทราบว่า ในบางพื้นที่การที่จะใช้รถตู้มันไม่เหมาะสม เช่น ถนนที่ยังเป็นถนนลูกรังที่ขาดการบำรุงรักษาจากผู้เกียวข้อง จนเป็นหลุมเป็นบ่อมากมาย รถตู้มันไม่มีแชชซี วิ้งลงหลุมโยนไปโยนมา แข็งแรงยังไงมันก็ต้องเสียหาย เร็วกว่ารถกระบะเพราะมีโครงสร้างที่แข็งแรงกว่า บางสิ่งบางอย่างก็ต้องอณุโลมกันบ้าง ทำมาหากินเพื่อการอยู่รอด (งานบริการนะครับ ไม่ได้ทำนาบนหลังคนอย่างนักการเมือง)