สอนนักศึกษาแพทย์ให้ทำแท้ง
วันนี้แค่จั่วหัวก็ดูเหมือนจะหาเรื่องใส่ตัวเสียแล้ว แต่นั่นก็คงจะไม่เกินความเป็นจริงไปได้เลยที่จะแจ้งให้ทราบว่า ผมสอนนักศึกษาแพทย์ให้ทำแท้งเป็นจริงๆ สอนกันเป็นเรื่องเป็นราว แล้วประเมินการสอนโดยการสอบภาคปฏิบัติ หรือที่เรียกอีกอย่างว่า OSCE หรือแล็ปกริ๊ง กริ๊งละ 5 นาที เรียกว่าทำกันหูตูบไปข้างหนึ่งเชียวครับ
กระบวนการสอนการทำแท้งนี้ จริงๆแล้วไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าการสอนให้ลูกศิษย์ใช้เครื่องมือ MVA หรือ manual vacuum aspirator หรือกระบอกดูดสุญากาศให้เป็นครับ เครื่องมือตัวนี้เป็นกระบอกที่สามารถดูดชิ้นเนื้อออกจากโพรงมดลูกได้ (เรารู้มาตั้งนานแล้ว) เมื่อแรกเริ่มเดิมทีนั้น เขาเอาเข้ามาเพื่อการทำแท้งเพียงอย่างเดียว แต่ปัจจุบัน ความรู้จากการวิจัยทำให้เราทราบว่า เราสามารถใช้เครื่องมือตัวนี้แทนการขูดมดลูกได้ ไม่ว่าจะเป็นการขูดเพื่อวินิจฉัยภาวะเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก หรือกระทั่งรักษาอาการแท้งชนิดต่างๆด้วย
มาว่าถึงเรื่องการขูดมดลูกนั้น แรกเริ่มเดิมที เขาใช้วิธีการขูดด้วยเครื่องมือที่เป็นเหล็ก เราเรียกว่า sharp curettage ซึ่งในการขูดมดลูกแต่ละครั้งนั้นจะก่อให้เกิดความเจ็บปวดต่อผู้หญิงค่อนข้างมาก ต้องใช้การระงับปวดด้วยยาฉีดหรือยาสลบ หรือการให้ชาทางสันหลัง (เขาเรียกกันว่าบล๊อกหลัง) นอกจากนั้นการขูดมดลูกสามารถทำให้มดลูกทะลุได้เนื่องเพราะว่าเครื่องมือเป็นเหล็กนั่นเอง การเรียนการสอนเรื่องการขูดมดลูกในประเทศไทยเขาก็เรียนการใช้เหล็กขูด แพทยสภาก็รับรองหลักสูตรการใช้เหล็กขูด โรงเรียนแพทย์แทบทุกแห่งในประเทศไทยก็สอนให้นักเรียนแพทย์ใช้เหล็กขูดกันเป็นมาตรฐาน
และเมื่อรู้ว่ามันเป็นอันตราย แล้วหมอในบ้านเรารู้สึกอย่างไร ตอบได้เลยว่า “ก็ไม่รู้สึกอะไร” เพราะหากขูดดีๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา ถ้าอย่างนั้นผมก็จะถามต่อไปว่า “แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า การขูดดีๆนั้นทำกันอย่างไร” ตอบได้ครับว่า “ไม่รู้” ถ้าพอใจคำตอบแค่นี้ก็คงต้องสอนต้องเรียนการขูดมดลูกด้วยเหล็กกันต่อไป และผู้หญิงไทยต้องคอยเจอกับการขูดมดลูกด้วยเหล็กกันต่อ รวมถึงบาดเจ็บจากการรักษาพยาบาลกันต่อไปไม่รู้จะจบสิ้นเมื่อไหร่
แต่หมอที่ต่างประเทศเขาคงไม่พอใจเพียงเท่านี้ เพราะคุณภาพชีวิตของประชากรเขาเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด จนในปี ค.ศ. 2003 นั้น องค์การอนามัยโลกได้ระบุออกมาว่า การใช้เครื่องมือขูดมดลูกชนิดที่เป็นเหล็กก่อให้เกิดอันตราย เพราะมันทำให้เกิดการบาดเจ็บได้มาก เขาก็เลยเลิกใช้เหล็กขูดมดลูกกันครับ MVA จึงเป็นคำตอบในเรื่องนี้ได้อย่างดี
นี่ไงครับ MVA เครื่องมือที่ผมกำลังพูดถึง
แต่ทำไมเรายังสอนให้นักเรียนเรียนการใช้เหล็กขูด (ถามแบบเดิมๆจริงๆเลยแฮะ) นั่นเพราะเป็นสิ่งที่แพทยสภาได้ระบุออกมาว่านักเรียนแพทย์ที่จบหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต “ต้องรู้” เล่นแบบนี้โรงเรียนแพทย์ที่ต่างๆก็เลยต้องสอน อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องพึงระลึกถึงเสมอก็คือ แพทย์รุ่นเก่าๆเข้าใจว่า MVA นั้นมีมาเพื่อเอาไว้ทำแท้งอย่างเดียว ดังนั้นการสอนให้นักเรียนแพทย์ใช้ MVA เป็นก็เท่ากับว่า เราสอนให้เขาทำแท้ง เสื่อมเสีย ผิดศีลธรรม ดังนี้เป็นต้นพอสังเขป (ถ้าไม่พอสังเขป เดี๋ยวจะไปไกลกว่านี้)
มาดูที่ม.อ.กันบ้างครับ ว่าเราทำอะไร หรือรู้สึกอย่างไรกับเรื่องแบบนี้
คำตอบก็คือ “เราไม่ยอมครับ” เราไม่ยอมที่จะรู้สึกเฉยๆว่า การขูดมดลูกด้วยเหล็กขูดเป็นมาตรฐาน การขูดด้วยเหล็กมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงที่ยอมรับได้ อย่างดีก็แค่มดลูกทะลุ แบบนี้คงเฉยไม่ได้ อีกทั้งเราเองได้ทำวิจัยที่เกี่ยวกับเรื่อง MVA ถึง 2 เรื่องที่พบว่า การใช้ MVA ดูดชิ้นเนื้อจากโพรงมดลูกนั้นสามารถให้การวินิจฉัยภาวะเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูกได้อย่างดี และอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การใช้ MVA ในการรักษาภาวะแท้งนั้น สะดวก ปลอดภัย และประหยัดค่าใช้จ่ายกว่ามาก ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลด้วยซ้ำ อย่างนี้ต้องลองยกตัวอย่างให้เห็นจริงนะครับ
หญิงคนหนึ่ง ตั้งครรภ์ได้ 8 สัปดาห์ เธอมีอาการปวดท้องและเลือดออก หมอวินิจฉัยว่าเธอมีอาการแท้ง การตรวจร่างกายพบว่า ปากมดลูกเปิดอ้าแล้วและยังพบว่ามีเลือดออกปริมาณมาก การวินิจฉัยขั้นสุดท้ายก็คือ “แท้งไม่สมบูรณ์” การรักษาที่เป็นมาตรฐานก็คือ “การขูดมดลูก” ถ้าเป็นเมื่อ 5 ปีก่อนนู้นเราก็จะเจาะเลือด โทรศัพท์หาหมอดมยา รออีกพักหนึ่งก็เข็นคนไข้เข้าห้องผ่าตัด คุณหมอดมยาเขาก็จะบล๊อกหลัง จากนั้นหมอสูติก็จะขูดมดลูกด้วยเหล็ก (ใช้เวลาราว 10-15 นาทีก็เสร็จ) เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ให้คนไข้นอนพักในโรงพยาบาลอีก 1 คืน เราคำนวณเวลาที่เขาต้องสูญเสียไปก็เฉลี่ยแล้วประมาณ 20 ชั่วโมง เสียเงินเฉลี่ย 4619 บาท (นี่ผมไม่อยากสาธยายถึงโรงพยาบาลที่เขาขูดมดลูกด้วยเหล็กกันภายใต้คำปลอดประโลมว่าไม่เจ็บ หรือไม่ก็ฉีดยาให้หลับร่วมกับยาแก้ปวดอย่างรุนแรงนะครับ) หากแต่ในปัจจุบันหลังจากที่เราเอา MVA มาใช้ที่ห้องฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยแบบเดียวกันนี้ เมื่อพบว่าเขาแท้งไม่สมบูรณ์ เราก็จะเอาเครื่องมือที่ว่านี้ ดูดชิ้นรกที่ค้างอยู่ในโพรงมดลูกได้ทันที ไม่ต้องให้ยาแก้ปวด (เพราะมันปวดน้อยกว่าเหล็กขูดมาก) ไม่ต้องขออนุญาตคุณหมอดมยา เพราะเราดูดกันที่ห้องฉุกเฉิน เมื่อดูดกันจนหมดแล้วเลือดก็หยุดไหลออกมาจากโพรงมดลูก ผู้ป่วยหายจากการแท้งไม่สมบูรณ์ คนไข้ก็นอนพักฟื้นอีกราว 1-2 ชั่วโมง จากงานวิจัยเราพบว่า เขาจะเสียเวลาเฉลี่ย 4 ชั่วโมง เสียเงินเฉลี่ย 1640 บาทขาดตัว เห็นไหมครับ ตัวอย่างนี้เป็นตัวบ่งบอกถึงคุณภาพของการบริการมากขนาดไหน ทั้งประหยัดเวลา ประหยัดเงิน และที่สำคัญที่สุดก็คือ คนไข้ปลอดภัยครับ
เราจึงเอา MVA มาสอนให้นักเรียนแพทย์ได้ใช้กันให้เป็นนั่นเอง เพื่อให้เขาจบไปเป็นหมอที่สามารถให้บริการผู้ป่วยได้ในบริบทของโรงพยาบาลชุมชน ที่ที่ไม่มีหมอดมยา ที่ที่ไม่มีความพร้อมทางด้านสาธารณสุขเหมือนโรงพยาบาลที่อาจารย์แพทย์ของพวกเขาทำงานอยู่
แต่นั่นก็ทำให้ผมได้รับแรงต้านทานพอสมควร
ประการแรกก็คือ ผมจำเป็นต้องหยุดสอนให้ลูกศิษย์ใช้เหล็กขูด เพราะมันเป็นภัย อันนี้ปรากฏว่าถูกด่า เพราะลืมคิดไปว่า หากเขาออกไปทำงานในที่ที่ไม่มี MVA มีแต่เหล็กขูดจะให้เขาทำอย่างไร ประการต่อมา การขูดด้วยเหล็กขูดยังเป็นมาตรฐานของแพทยสภาไทยที่กำหนดไว้ในหลักสูตรปกติ ประการสุดท้าย หากเขาจบออกไปทำงานในที่ที่หัวหน้าเขาไม่ยอมหา MVA มาใช้ หรือมีของให้ใช้แต่ไม่ให้ใช้ จะทำอย่างไร เชื่อไหมครับว่า ตอนนี้ในโรงพยาบาลต่างๆได้รับการแจกจ่าย MVA ไปหลายแห่งแล้ว แต่มันถูกเก็บไว้เนื่องจากถูกเข้าใจว่ามันเป็นเครื่องมือทำแท้งเพียงอย่างเดียว ว่าแล้วก็เลยสอนการขูดมดลูกด้วยทั้ง 2 วิธีไปคู่กัน
ว่าแล้วก็มาถึงการสอบในวันนี้ (12 ตุลาคม 2552)
ท่านศาสตราจารย์กำแหงบอกผมว่า “หากอยากให้เขาทำเป็นจริงๆก็ต้องจัดสอบ” นี่เป็นวิถีของเด็กไทยครับ และผมก็น้อมรับมาจัดทันที
อาจารย์ท่ากวนเหลือเกิน
ถ้ามีโอกาสก็จะปรับแต่งความคิดหรือความผิดพลาดก่อนออกจากห้องไป
คนนี้ท่าสวยมากครับ
คนนี้เอารูปมาลง เพราะคนถ่ายเขาถ่ายรูปมือของลูกศิษย์ผมออกมาได้สวยเหลือเกิน
เครื่องมือก็มีแค่นี้เท่านั้นเองครับ
การสอบ OSCE เป็นการสอบภาคปฏิบัติ หมุนเวียนกันไปตามสถานีต่างๆ เมื่อครบเวลา 5 นาทีตามที่กำหนด ก็จะเสียงนาฬิกาปลุกดังกรี๊งงงงง........เขาก็ต้องหยุดทำข้อสอบ และเดินไปยังสถานีต่อไป และสิ่งที่ผม (เมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษาแพทย์) เฝ้ารออยู่เสมอ นั่นก็คือสถานีพัก ที่เจ้าหน้าที่จัดสอบจะกรุณาจัดหากระดาษมาให้พวกเรานักสอบได้ระบายอารมณ์ คราวนี้ผมจึงได้ถือโอกาสหยิบติดมือมาด้วย ขณะเดินกลับบ้านก็อ่านไปพลาง เพลิดเพลินอารมณ์ดีนัก “อาจารย์พี่เติ๊กสุดหล่อ ใจดี น่ารัก หล่อเว่อร์ ละลายๆๆ” “อาจารย์มิ้นไม่พูดกับเราเลยอ่ะ ชวนคุยตั้งเยอะ” ก็มีคนมาเขียนต่อว่า “อาจารย์คุยกับเราโว้ย” มีคนนินทาผมด้วย “อ.แป๊ะบอกว่า ท่าเอ็งไม่ smart เลยว่ะ” “กลัวลูกพี่ชัชอ่ะ ทำไงดี เย็บแผลก็ไม่ทัน ขอเวลาอีกหน่อยจะได้ไหม” อันนี้ฮาครับ ลูกพี่ชัชของผมใจดีจะตายไป เด็กยังกลัวเลย “อ๊าก...ถุงยางแตกแล้วง่า” ฯลฯ
ท้ายที่สุดสำหรับวันนี้ ทำให้ผมอุ่นใจขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง ว่าในอนาคต หมอรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งจะสามารถใช้เครื่องมือ MVA เพื่อช่วยดูแลคนไข้ผู้หญิงในสถานที่ต่างๆได้ โดยไม่ได้ยึดติดอยู่กับความคิดเดิมๆของคนรุ่นเก่าๆ ที่ว่า MVA มีไว้ทำแท้งเพียงอย่างเดียว เราใช้ตรวจหามะเร็งมดลูกได้ เราใช้รักษาภาวะแท้งไม่สมบูรณ์ได้ หรือท้ายที่สุด หากเขาจะทำแท้งเพื่อช่วยคนสักคน เขาก็สามารถทำได้โดยยึดหลักการถือประโยชน์ของผู้อื่นเป็นที่ตั้ง มากกว่าการหาประโยชน์ใส่ตน อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับภูมิหลังของแต่ละคนแล้วล่ะครับ
อ่านแล้วนึกถึงความหลัง ตอนผมเป็น extern สูติ (นานมาแล้ว) ได้ไปอยู่ที่ รพ.วชิระ ด้วยสาเหตุบางประการจะมี case traumatic abortion (เอ.. เขาเรียกกันอย่างนี้เปล่าหว่า?) มาทุกครั้งที่อยู่เวร เวรละ 2-3 ราย ก็เป็นอย่างที่อ.แป๊ะเล่ามาเลย คือเราก็จะต้องเตรียมโทรหาดมยา (อือ.. นี่เป็นภาษาสั้นๆของหมอ ย่อมาจากโทรมาหาแพทย์เวรวิสัญญีครับ ไม่ใช่หมอหายาดมแต่อย่างใด) ลงไปพูดคุยกับคนไข้ มายังไง ไปยังไง เราก็จะได้ฟังเรื่องราวหลากหลาย บางเรื่องก็ตื่นเต้นโลดโผน บางเรื่องก็เหมือนเป็นการถ่ายทอดตำนานที่เล่าซ้ำแล้วซ้ำอีก
ที่ยังจำได้ก็คือ ตอนได้ทำขูดมาลูก ก็ถูกสอนอย่างที่ อ.แป๊ะเล่ามาเลย "ขูดดีๆนะน้อง เดี๋ยวทะลุ ได้ sense รึยังๆ" (รำพึงในใจ sense อะไรวะ???) ด้วยอารามที่กลัวจัด มักจะขูดไม่หมด เพราะเสียวทะลุ พี่ที่คุมต้องมาทำต่อทุกที (เกิดอาการแพ้สูติกรรมตั้งแต่บัดนั้น) พอไปอยู่ห้องคลอด เพื่อนที่อยู่เวรด้วยกันเจอ tear ทะลุ rectum เข้าไปหนึ่งราย (หมายถึงตอนคลอด ตัดฝีเย็บขยายไม่ทัน หัวเด็กดันออกมาแรงจนแผลขาดเลยเข้าไปในลำไส้ตรง) เป็น nightmare ของจริง (ทั้งกับ extern และกับรุ่นพี่ด้วย)
อนุโมทนาให้กับความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่ทำให้คนไข้ปลอดภัยมากขึ้น มีความทุกข์ทรมานลดลงครับ
อาจารย์เชื่อไหมครับว่า MVA ยังไม่มีโอกาสได้เกิดเลยครับ
ฝันของผมก็คือ หมอไทยทุกคนใช้ MVA เป็นครับ
ใช้เพื่อรักษาอาการแท้ง ใช้เพื่อทำแท้ง (อย่างปลอดภัย) และใช้เพื่อวินิจฉัย อย่างแท้จริง
เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าอาจารย์เป็นโรคแพ้สูติกรรม ฮ่า ฮ่า เหมือนผมแพ้ศัลยกรรมเลยครับ
Shock คืออะไร จำได้ไหม 1 ชั่วโมงหฤโหด ตอบไม่ได้เสียที อยากตาย อยากตาย เลยแพ้ศัลยกรรมตั้งแต่นั้น เพราะไม่รู้ว่า shock คืออะไร ฮ่า ฮ่า
First class ......แปร๊ะ..I would forward to all the head of OB/GYN departments in Thailand for info and also to Dr Somsak of TGMC where new MD curriculum will originate.Could K nongluk oblige with email addresses......And to our net work of "FELLOWS of the 2 vietnam visits" ..
Good work .... beautiful pictures...
Dear AJ แปร๊ะ
Thank you for the first class article. It's indeed the first class!!!!
I will forward it to our network and all the FELLOW of the two Vietnam visits.
Sorry for my delay response since I have been ตัวเงินตัวทอง (in term of AJ KC)
and very busy with arranging the CR meeting kha.
See you in CR.
Nongluk
ไปๆมาๆก็มาจบลงตรงที่ระบบการศึกษาอีกแล้ว นี้ขนาดเรียนหมอหน่ะครับ สาขาวิชาชีพที่ต้องตื่นตัวต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถช่วยคนไข้ได้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุด แพทย์สภาซึ่งเป็นคนกำหนดหลักสูตร (ใช่เปล่าครับ??) ยังมีความคิดแบบนี้อยู่
ส่วนงานวิจัยสำหรับไอเจ้าเครื่องดูดนี้ก็น่าจะมีอยู่มากมายทั้งเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษและเวอร์ชั่นภาษาไทย แต่ทำไมแพทย์สภาไม่นำมาพิจารณากันไม่ทราบ หรือเป็นหุ้นส่วนบริษัทสเตนเลสผลิตเจ้าตัวขูดมดลูก
บางทีหน่ะคุณหมอผมมีความรู้สึกว่า พวกที่อยู่ข้างบน ข้างบน เนี๊ยะชอบ ตัวปัญหา มากๆ เลย พวกเขาอยากให้เกิดปัญหา พวกเขาไม่อยากอยู่กันแบบเรียบๆง่ายๆ เพราะอะไร คุณหมอรู้เปล่า
สวัสดีครับลุงหนึ่ง
ผมไม่รู้เหมือนกันครับว่าอะไรเป็นเหตุหรือเป็นผลกันแน่
ไม่มีใครถือหุ้นอะไรหรอกครับ มันเป็นความเชื่อมากกว่าครับพี่
เอ้าตกลงผมกลายเป็นคุณลุงไปแล้วหรือครับคุณหมอ
สงสัยอ่านบันทึกคุณหมอทีไร จะกลายร่างเป็นคุณลุงขี้บ่นทุกที 555
สนับสนุนเต็มที่ ผมสอน นศพ หาดใหญ่อยู่3-4 รุ่นและทำข้อสอบosseด้วยแต่ไม่ค่อยมั่นใจ ขอดูวิธีการของอาจารย์เพื่อพัฒนาต่อไปครับ อาจารย์กำแหงถูกใจมากทีเดียว
วิธีทำของอาจารย์และผมไม่ต่างกันหรอกครับ
แต่ผมเน้นการทำหัตถการที่ OPD มากครับ ทำกันทุกวัน เน้นๆ
สวัสดีค่ะอาจารย์ธนพันธ์ อาจารย์ช่วยอธิบายเรื่องการทำให้เกิดการแท้งว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรได้มั้ยค่ะ พยาธิสภาพ กลไกการเกิดอ่ะค่ะ
ถ้าการแท้งนั้นเกิดจาก MVA นั่นก็คือ การดูดรกและถุงน้ำออกมาจากโพรงมดลูกครับ สมัยก่อนเราใช้เหล็กขูด (ปัจจุบันเกือบทุกโรงพยาบาลก็ใช้เหล็กขูด) แต่ที่ม.อ.ใช้ที่ดูอย่างไรเล่าครับ ดูดเหมือนเราดูดกาแฟนั่นแหละครับ
ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำตอบ แล้วทำไมทุกโรงพยาบาลไม่เปลี่ยนมาใช้ให้เหมือนกันล่ะค่ะ แล้วสองอย่างนี้ต่างกันอย่างไรค่ะ
ขอรบกวนอีกหน่อยน่ะค่ะหนูอยากรู้เพิ่มรื่องเกี่ยวกับการแท้งคุกคาม treatened abortion เกิดขึ้นได้อย่างรัย พยาธิสภาพค่ะ และอยากให้อาจารย์อะบายเกี่ยวกับเรื่อง simple hyperplasia ด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ อ. เป็น นศ พ ค่ะ พอดีเข้ามาเจอ อาจารย์มีชีทหรือข้อมูลlecture แบบวอธีการทำทุกขึ้นตอนแบยละเอียดไหมค่ะ ขอบคุนค่ะ
ประเทศไทย..ก้าว..ไปข้างหน้า..อย่างรวดเร็ว..เรื่อง ท้อง ก่อนวัยอันควร ชำเรา..ฆ่า..ทิ้งเด็กในขยะ..(ชำเราฆ่าทิ้งจากรถไฟตรงนี้เกี่ยวไหมเนี่ยะ)และลูกไม่มีพ่อ..เป็นต้น..แค่เครื่องดูด..กลับใช้จริยธรรม..ใหญ่โต..(เออหนอ...ทำไมจึงเป็นไปได้..อย่างนั้น..)....
ขอบคุณครับ ยายธี
สุดยอดครับ อาจารย์
อาจารย์ทำดี บรรยายก็เก่ง หล่ออีกต่างหาก
ผมชื่นชม อาจารยืครับ แก้วใส
อมร