๒๓.รู้ลึก..โง่กว้าง


           แพทย์ เป็นสายงานหนึ่ง ที่ต้องใช้เวลาศึกษาเล่าเรียน ยาวนาน เนื่องจากเป็นสายงานที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์อย่างมาก สำหรับการประกอบวิชาชีพ...

          เมื่อเรียน จบ.ม.๖ ต้องเรียนถึง ๖ ปี จบออกมา เห็นเขาเรียกกันว่า " แพทย์ทั่วไป " ถ้าจะเรียนต่ออีก เรียกว่า “ แพทย์เฉพาะทาง “ ที่หลายๆ คนบอกว่า ต่อยอด..ส่วนผมกลับเห็นว่า ไม่ได้ต่อที่ยอด น่าจะแตกเป็นกิ่ง ที่แยกออกมาจากต้นเดิม อาทิเช่น กุมารเวชศาสตร์ อายุรศาสตร์ ศัลยศาสตร์ สูตินารี-นรีเวชวิทยา ฯ  ซึ่งจะใช้เวลาเรียนต่ออีกประมาณ ๓ ปี

          หลังจากจบเฉพาะทาง..หากจะเรียนต่ออีก ผมขอเรียกว่า “ แพทย์เฉพาะที่ “ ซึ่งเป็นแขนง ที่แตกออกมาจากกิ่ง เช่น ถ้าเรียนเฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์ (สาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับโรคภัยของผู้ใหญ่)  เรื่องเฉพาะที่ ที่จะเรียนต่อ เท่าที่พอรู้
ก็มี อายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ อายุรศาสตร์โรคไต อายุรศาสตร์โรคข้ออักเสบและรูมาติซัม อายุรศาสตร์โรคหัวใจ อายุรศาสตร์ระบบทางเดินอาหาร ฯลฯ เหล่านี้เป็นต้น                   

                                      

          มีอาจารย์สอนแพทย์เฉพาะที่ ท่านหนึ่ง(ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม เพราะไม่ได้ขออนุญาตท่าน) สอนอยู่ใกล้ๆ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กทม.พูดติดตลกว่า เรียนให้รู้ลึก  แต่จะโง่กว้าง.น๊ะ.” ผมเองเข้าใจในเจตนาที่ท่านพูด มิใช่ไปดูหมิ่น ดูแคลนแพทย์เฉพาะทาง เฉพาะที่ แต่อย่างใดไม่ ท่านพูดให้ตลก ขบขัน ให้รู้ว่า การเรียนรู้ จำเป็นต้องศึกษาเล่าเรียนให้รู้ ให้ชำนาญพิเศษ เป็นเรื่องเป็นราว เป็นอย่างๆไป ส่วนด้านอื่นๆ ถึงจะรู้ ก็ไม่ชำนาญการเป็นพิเศษ เท่ากับเรื่องที่เรียนเฉพาะทาง เฉพาะที่..

          ที่นำเรื่องนี้ มาบันทึกไว้ เพราะผมนึกถึง บันทึก เรื่อง “ ระบบการศึกษาไทยกับยายเฒ่า “  ที่ผมบันทึกที่ผ่านมา ว่า..การพัฒนาคน..จะต้องไม่พัฒนาหรือให้ความสำคัญ แต่เฉพาะIQ แต่จะต้องพัฒนา/ให้ความสำคัญ ไปพร้อมๆกัน ๔ เรื่องคือ

(๑) IQ(Intelligence Quotient) –ความฉลาดทางความคิด เชาว์ปัญญา (๒)EQ(Emotion Quotient) –ความฉลาดทางอารมณ์ ได้แก่ ความสุขกาย สบายใจ ไม่เครียด วิตกกังวล ฯ (๓) MQ(Moral Quotient)-ระดับความคิดทางศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ฯ  และ(๔)  SQ(Spiritual Quotient) – คือความเป็นผู้มีเชาว์แห่งจิต ซึ่งได้แก่ ความมีจิตสำนึกดี มีความฉลาดทางจิตวิญญาณฯ

          เมื่อมาทบทวนและเทียบเคียงกับการเรียนของแพทย์  ทำให้ผมฉุกคิดได้ว่า สิ่งที่ผมคิดและบันทึกไว้ที่ http://gotoknow.org/blog/samsuk33/296061 นั้น..เป็นสิ่งที่ผมเพ้อฝัน นั่งคิด นั่งฝัน อยู่บนหอคอยงาช้างหรือเปล่า??..  เพราะโดยธรรมชาติคนเรา จะเพรียบพร้อม สมบูรณ์ไปทุกอย่าง..คงจะกระทำได้ยากยิ่งและหายาก ยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร...                           

          ทำให้คิดถึงครูบาอาจารย์ทั้งหลาย..ที่พยายามบ่มเพาะศิษย์..ให้เป็นคนที่มีความรู้ ควบคู่กับการเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม ตามที่ผมฝัน... คงจะต้องใช้ความเพียรพยายาม ความมานะบากบั่น ความอุตสาหะ ความอดทนอย่างยิ่งยวด โดยจะต้องทุ่มเท กายใจด้วยความจริงใจ จริงจัง ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิผล..

                                        

          เพราะสิ่งที่จะนำมาบ่มเพาะ..เหล่านั้น เป็น “ คนๆๆ “ น๊ะซี...ไม่ใช่ “ แมว “

             

 

หมายเลขบันทึก: 304950เขียนเมื่อ 11 ตุลาคม 2009 10:53 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 21:42 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (71)

สวัสดีค่ะคุณสามสัก

ชอบบันทึกนี้มากค่ะ

การพัฒนาคน ไม่ใช่พัฒนาแต่ IQ เพียงด้านด้วย ต้องพัฒนา EQ MQ AQ SQ ด้วยการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบัน ต้องฉลาด รอบรู้ รอบคอบ มีคุณธรรม รู้จักการวางแผนแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและชาญฉลาด  ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญา ของพระบาทสมเด็จพระเจาอยู่หัว

*ซึ่งคุณครูทั้งหลายก็ได้เพียรพยามที่จะบ่มเพาะปลูกฝังให้กับเด็กและเยาวชนเหล่านี้ หากร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเข็งขัน คงมีสักวันค่ะ...ที่สิ่งเหล่านี้จะเป็นจริง

ระลึกถึงค่ะ

 

ฮ่าๆๆ  คนนะ  ไม่ใช่แมว

มีอาจารย์หมออีกท่านหนึ่งค่ะ...มักจะพูดเสมอว่า

อย่าเป็นคนที่ "ฉลาดลึก... แต่โง่กว้าง"

ขอบคุณค่ะ

ทำให้คิดถึงครูบาอาจารย์ทั้งหลาย..ที่พยายามบ่มเพาะศิษย์..ให้เป็นคนที่มีความรู้ ควบคู่กับการเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม ตามที่ผมฝัน... คงจะต้องใช้ความเพียรพยายาม ความมานะบากบั่น ความอุตสาหะ ความอดทนอย่างยิ่งยวด โดยจะต้องทุ่มเท กายใจด้วยความจริงใจ จริงจัง ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิผล..

ให้นึกถึงผู้ปกครองด้วยค่ะ...ว่าจะช่วยครูปลูกฝังเด็กให้เป็นอย่างไร..ไม่ใช่เราสอนไปอย่างพ่อ-แม่ว่าอย่าง..บางโรงเรียนบางชุมชนที่เข้มแข็งอาจไม่มีปัญหาทางสังคมพวกนี้ก็ดีไป..แต่บางโรงเรียนบางชุมชนห่างไกลเรื่องการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมคือพ่อ-แม่ยังไม่คิดทำแล้วจะส่งเสริมลูกได้อย่างไรกันจึงเป็นปัญหาตกแก่โรงเรียนตกแก่ครูมีผลกระทบต่อเด็กคนอื่นๆด้วยค่ะ..ที่เราต้องมานั่งแก้ปัญหา..ดังนั้นครูจะทำงานได้บรรลุต้องอาศัยครอบครัวช่วยด้วยเป็นอย่างมาก..ที่เขาว่า..บวรน่ะค่ะถูกที่สุดค่ะ...แค่ความคิดลปรร.นะคะคุณสามสัก..ขอบคุณค่ะ

สวัสดีครับ สามสัก

  • ชื่นชม บันทึกได้ดีมากครับ
  • ที่ชอบมากๆ ตัวหนังสืออ่านง่าย
  • เป็นกำลังใจให้คุณครูมืออาชีพทุกท่าน
  • ประสานมือประสานใจ "สร้างคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์"

ขอคิดกะเขาด้วยคน...สำหรับป้าเหมียวรู้แต่เปลือกและก็ยังโง่ลึก..แต่อยากคุยด้วย เรื่องลูกๆ เด็กๆ ละชอบนัก..ป้าเหมียวไม่ค่อยรู้เป็นภาษาวิชาการนะแต่ใช้ความจริง ความรู้สึก การสอนลูกของป้าเหมียวใช้ใจใช้ความรัก ไม่ได้เวอร์ นะคะเรื่องจริง ชอบกอดลูก และก็ชอบคุยกับลูก...เวลานอนก็จะคุยกัน ตอนเด็กๆก็จะเล่านิทานให้ฟังสอดแทรกคุณธรรมไปด้วย ลูกก็ชอบ อย่างที่คุณสามสักบอกนั่นแหละ อาศัยครูอย่างเดียวไม่ได้แน่ๆ เป็นไปได้ยาก ที่บ้านต้องร่วมกันพัฒนาเด็กด้วย...เอ่อ!!!ป้าเหมียวมีความรู้สึกว่าสอนคนง่ายกว่าสอนแมวแน่นอน ที่บ้านป้าเหมียว แมวเยอะโง่หมดทุกตัว....

  • สวัสดีค่ะ
  • เห็นด้วยกับบันทึกนี้การพัฒนาคน ไม่ใช่พัฒนาแต่ IQ เพียงด้านด้วย ต้องพัฒนา EQ MQ AQ SQ
  • รู้ลึก โง่กว้าง” เก่งเรื่องเดียว (ยังมีอยู่ทุกสมัย) ก็ต้องยอม ๆ กันไป 

สวัสดีค่ะมาเรียนรู้สาระดีๆจากท่านสามสัก.. ถูกต้องนะคร๊าบ..สอนคนถ้าให้เวลาก็จะสอนง่ายกว่าสอนแมว..แน่นอนค่ะ..

  • ดีใจครับที่ คุณครูใจดีP เม้นท์เพิ่มเติมให้ไว้ครับ
  • ขอบคุณมากครับ
  • ขอบคุณคุณชาดาPมากครับ ที่แวะทักทาย

อ่ะ นะ พี่

โง่กว้าง ฉลาดลึก... แต่ที่ยังดีคือ ต้องรู้ว่าโง่ อิอิ

  • ขอบคุณอาจารย์อ้อยเล็ก P
  • ที่คอมเม้นท์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพิ่มเติมให้ไว้

ขอแสดงความเห็นด้วยค่ะ ตั้งแต่เด็ก จะเรียนหนังสือไม่เก่งค่ะ ผู้ปกครองคงหายุทธวิธีการสอน กลัวลูกไปไม่รอด เลยถูกสอนให้รู้กว้างแล้วพยายามลงให้ลึกค่ะ เลือกเรื่องที่ชอบ ถูกใจ สนุกก่อนแล้วค่อยๆ เขยิบ ขยับค่ะ จึงพออยู่รอดปลอดภัยในยุคนี้ ในทางกลับกัน อ่านบันทึกนี้แล้วก็ให้คิดออก ว่าสงสัยตัวผู้ปกครองของเราเองก็คงเปลี่ยนแปลงตัวเองจาก รู้ลึก ให้เป็นรู้กว้างด้วย (มั้ง)คะ ขอบคุณที่ให้ฉุกคิดค่ะ

สวัสดีครับ ท่าน ผอ.ประจักษ์P

  • ขอบคุณท่าน ที่กรุณามาให้กำลังใจกับครู
  • สวัสดีจ้า ป้าเหมียว
  • ขอบคุณป้าหลายๆ ที่มาเม้นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
  • เช็ดน้ำหมาก..ที่ปากด้วยป้า อย่ามัวเพลินแต่บันทึกซี...

สวัสดีครับคุณ สามสัก "รู้อะไรให้กระจ่างเพียงอย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล"

ให้ตายเถอะค่ะคุณสามสักขา..ป้าไม่ได้ทานหมากไทยค่ะ ป้าทานหมากฝรั่ง คิด คิด เพื่อนเคี้ยวค่ะ..

มาตามอ่านค่ะพี่ท่าน...Vij ก็เขียนเื่รื่องการเรียนต่อเพื่อการเรียนรู้เฉพาะด้านไว้เหมือนกันค่ะ...แต่ยังไม่อยากตีพิมพ์ เพราะอ่านแล้ว รู้สึกงง ๆ กับข้อเขียนของตัวเอง...ความตั้งใจอยากจะเขียนอีกอย่าง แต่ออกมาเป็นอีกอย่างซะงั้น ฮ้าย!!
-------
อ่านแล้วก็เห็นด้วยค่ะ ฉลาดด้วยสติปัญญา แต่หากไม่รู้จักควบคุมอารมณ์แห่งตนและไม่รู้จักอารมณ์คนอื่นก็จบเห่ค่ะ...ก็เพราะวิถีที่เราเดิน ไม่ได้เป็นทางเส้นตรงให้เรามุ่งสู่ปลายทางอย่างเดียว...แต่มีเส้นทางแยกทางเลี้ยงอีกหลายเส้นทางสำหรับวิถีนี้...แน่นอนที่สุดเราต้องเลี้ยวเข้าไปดู เลี้ยวเข้าไปเดิน บางครั้งพบว่าไม่อยากเดินแต่ก็มีคนดึงให้เข้าไปเดิน เข้าไปดู หรือมีคนกวักมือหยอย ๆ อยู่ในเส้นทางนั้นให้เขามาช่วย ให้เข้ามาคุย...ก็ไม่แปลกที่ธรรมชาติในแ่ต่ละเส้นทางก็อาจจะพบกับปัญหาอุปสรรคบ้าง...มนุษย์ผู้ที่เดินอย่างไร้ซึ่งใช้สติปัญญาและใจที่ไม่มีธรรมนำทางแล้ว...เดินทางกี่ครั้งก็มักต้องสะดุดอย่างจัง ๆ ทุกครั้งไป เป็นเหตุแห่งการเกิดอารมณ์ขุ่นมัว ดังนั้น การเดินจึงต้องเดินอย่างมีสติปัญญา (IQ: intelligence quotient) และใจที่มีธรรมนำทาง (MQ : moral quotient) รู้การจักแก้ไขปัญหา (AQ: adversity quotient)...จึงไม่น่าแปลกว่าในเส้นทางนั้น ย่อมเต็มไปด้วยอารมณ์แห่งความเข้าใจตนและคนอื่น ๆ (EQ: emotional quotient) และแน่นอนที่สุดว่า Q ต่าง ๆ จะต้องเดินไปพร้อม ๆ กัน...อย่างสมดุล...จึงจะเกิดสภาวะสมดุลของชีวิต ซึ่งเป็นชีวิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข...จบข่าว
ขอบพระคุณมากค่ะ...มีความสุขในทุกเส้นทางเดินค่ะ...มีดอกไม้มาให้ มีดอกไม้มาฝาก...หากว่าเธอต้องการ ก็เก็บรักษาไว้...อิๆๆๆ ร้องเพลงให้ฟังซะงั้น

  • ขอบพระคุณ คุณบุษราP ที่แวะเข้ามาทักทายครับ 
  • ช่วงนี้อาจารย์ Rinda P มีงานเข้ามากๆ
  • ยังอุตส่าห์แวะมาให้กำลังใจ
  • ขอบคุณมากจริงๆครับ
  • น้องพอลล่า.P.น้องสาวช่างมาไว ไปไว..เสียจริงน๊อ
  • เป็นสาระที่ให้ข้อคิดดีครับ Pคุณดาวลูกไก่
  • แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ
  • มีข้อคิด คำคมดีๆ มาฝากเสมอน๊ะครับ อาบังวอญาP
  • ท่านอาจารย์Vij Pทิ้งข้อคิด สาระดีๆ ให้ไว้เพิ่มเติมให้กับบันทึกนี้ สมบูรณ์ขึ้น
  • ต้องขอขอบคุณมากครับ
  • ยิ่งเห็น/ได้ดอกกุหลาบสวยๆ
  • อย่างนี้..คอไม่ตกอีกแน่นอนครับ  ฮ่าๆๆๆ
  • ขอขอบพระคุณ ท่านเภสัชกรศุภรักษ์ Pมากครับ
  • ท่านทำงานติดดิน..ดีจัง
  • ชาวบ้านอุ่นใจครับ

พี่สาม จ่า...

พอลล่ามีบันทึกใหม่แล้วนะคะ

อย่ามัวแต่ตอบเม้น อิอิ

งดงามหมดจด ทั้งถ้อยและนัยโดยแท้

ตามอ่านทั้งบันทึกและความเห็นลงมาเรื่อยๆ

เป็นบันทึกอันสมบูรณ์ควรค่ายิ่งแล้ว

พัฒนาตนทั้ง 4 ด้าน จะนำพาเราสู่ความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง

คุณสามสัก...เอ่อ!!คือหนูเอ้ย ป้าเหมียว อึ้งค่ะ...ยินดีที่รู้จักนะคะ

คุณสามสักครับ...ดีมากครับ

เรียนให้รู้ลึก แต่จะโง่กว้าง 

     หลายครั้งผมก็เป็นครับ  งมทำงานแต่บนสำนักงาน อ่านแต่หนังสือ   ไม่ได้ไปสัมผัสของจริง  รู้ลึกแต่บนสำนักงาน แต่โง่กว้าง เรื่องโรงเรียนครับ

                            ขอบคุณมากครับ

สวัสดีค่ะ

อ่านแล้วชอบจัง...ตัวเองยังโง่อยู่มาก มีอีกหลายอย่างต้องเรียนรู้ แต่ก็อยากจะแสดงความคิดเห็นค่ะ อิอิ

ที่ว่าเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางเรียกกันว่าต่อยอด...ดาวว่าก็น่าจะถูกนะคะ เพราะต่อยอดทำให้ยอดสูงขึ้น ต้นสูงขึ้น แต่ว่าไม่ได้แผ่ขยายออกไป...ทำให้ไม่รู้กว้าง หรือจะเรียกว่าโง่กว้างก็ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการทำงานหรือการเรียนในสาขาวิชาเฉพาะนั้น ก็จะได้ทำงานเดิมๆ (คนเรียนมีน้อย) ยกตัวอย่างเช่น จักษุแพทย์ ก็จะตรวจแต่ตา พอตรวจทุกวันเข้าเป็นสิบๆ ปี...จะให้กลับไปผ่าตัดไส้ติ่งก็คงจะไม่ไหว เพราะความรู้มันเปลี่ยนอยู่เสมอ แล้วยิ่งความรู้บางอย่างต้องใช้ความชำนาญ ต้องหมั่นฝึกฝน ทำให้รู้ไม่กว้างเท่าที่ควร

เอ...แล้วรู้เพียงอย่างเดียวแต่รู้ลึก กับรู้กว้างแต่ไม่ชำนาญ อันไหนมันจะดีกว่ากันคะ?

เรื่องการเรียนการสอนนั้น ส่วนมากเราจะนึกถึงแต่การเรียนการสอนในโรงเรียน โดยคุณครู แต่ส่วนหนึ่งยังมีการเรียนการสอนภายนอก จากสถาบันครอบครัวที่จะเพาะบ่มให้คนๆ หนึ่งออกมาเป็นคนที่สมบูรณ์ บางทีคุณครูที่โรงเรียนสอนมาดีมาก ไม่ให้พูดคำหยาบ ไม่ให้ดื่มสุรา แต่พอเด็กกลับมาบ้าน พบพ่อดื่มเหล้า แล้วแม่บ่นด่าทุกวัน ...ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอนยังคงใช้ได้เสมอ จริงไหมคะ?

อย่างไรก็ตามคุณครูก็นับว่ามีบทบาทที่จะช่วยพัฒนาให้คนเป็นคน...แต่ว่าจะเป็นคนที่สมบูรณ์แค่ไหนนั้น ปัจจัยคงไม่ได้เกิดจากคุณครูเพียงอย่างเดียว ยังมีอีกหลายปัจจัยที่หล่อหลอมให้แต่ละคนแตกต่างกันออกไป

เฮ้อ...คนที่สมบูรณ์นั้นหายากค่ะ...คงจะเหมือนกันที่คุณสามสักว่า"งมเข็มในมหาสมุทร" มาหาคนที่เรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเองดีกว่า มีอาจารย์หมอท่านหนึ่งเคยพูดว่า " คุณเป็นหมอที่ดีได้ ตราบเท่าที่คุณอยากจะเป็น!!!" คนเราก็สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ตราบเท่าที่เราอยากจะทำ...

ขอบคุณสำหรับบันทึกดีๆ นะคะ...^v^

  • พัฒนาตนทั้ง 4 ด้าน จะนำพาเราสู่ความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง
  • ขอขอบคุณ Pสำหรับข้อสรุปที่ชัดเจน กระทัดรัดนี้
  • ป้าเหมียวจ๋า..เป็นอะไรไปหรือเปล่า
  • อากาศเริ่มเปลี่ยน จากปลายฝน ต้นหนาวแล้ว
  • ป้ารักษาสุขภาพมากๆ น๊..
  • เดี๋ยวมาบันทึกไม่ได้...ผมคงจะเสียใจแย่
  • คงจะเป็นคล้ายๆ กันหมดน๊ะครับ ท่านรองฯP
  •  คนเราเพรียบพร้อมทุกอย่างนั้น..คงยากเหมือนกัน
  • ผมเอง...ก็พยายามจะทำให้ดี ให้มากที่สุด..เท่าที่จะทำได้ครับ

เพราะเป็น "คน" นะครับถึงจำเป็นต้อง "บ่มเพาะ" ...

ขอบคุณมากครับ...

คุณสามสัก..ไม่ต้องห่วงสุขภาพป้าหรอกนะคะ..ถึงปีนี้ป้าจะอายุมากแล้ว แต่ป้าก็จะสู้เพื่อลูกหลานที่รักป้าค่ะ...

  • ขอขอบคุณหมอดาว Pครับ
  • ที่มาคอมเม้นท์ข้อคิด/สาระดีๆ เพิ่มเติมให้ไว้
  • อ่านแล้วชอบจัง...ตัวเองยังโง่อยู่มาก มีอีกหลายอย่างต้องเรียนรู้
  • ถ้าหมอว่าตัวเองยังโง่ แล้วผม คงจะต้องโง่กำลังสอง เสียกระมัง
  • เพราะบันทึกที่ผ่านมา...ไม่เห็นจะเป็นอย่างที่หมอว่าซักหน่อย
  • น่าจะเรียกว่า ถ่อมตัว ยกกำลังสองมากกว่า..มั๊ง
  • ถึงปีนี้ป้าจะอายุมากแล้ว แต่ป้าก็จะสู้เพื่อลูกหลานที่รักป้าค่ะ...P
  • จ้า..คุณป้า
  • แล้วสามสักละจ๊ะ..เป็นลูกหลานที่ป้ารักหรือเปล่าหนอ..อิอิ

สวัสดีค่ะท่านสามสักงานเข้าจริงๆค่ะ ก็ทำคะแนน และเตรียมงานไปแสดงนิทรรศการสวนพฤกษศาสตร์ที่เขาเขียว ชลบุรี ค่ะ

  • ท่านอาจารย์รินดาP ไปชลบุรีมา คงสนุกน๊ะครับ
  • และได้งานด้วย
  • งานยุ่งๆ ยังอุตส่าห์มาแวะหา
  • ขอขอบคุณจริงๆ ครับ

ยังไม่ได้อ่านบันทึกค่ะ

ตามชื่อบันทึกมา

รู้สึกโง่กว้าง

เป็นยังไงน่ะ คิดอ่อนอ่าน ตาหวานก่อนเปิด คิดก่อนเถิดก่อนจะเปิดอ่าน

รู้สึกโง่กว้าง อิอิ อะไรกันน่ะ

อ่านจบแล้วค่ะ

เอ๊ะ ยังไงกันน่ะ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโง่กว้าง หรือเรียกภาษากอคือ โง่มาก

เอ้.....จะอ่านอีกรอบนึงดีมั้ยน่ะ เผื่อจะเข้าใจ

ไม่อ่านดีกว่าค่ะ แงแง ^__^

  • น้องกอ..น้องสาวจ๋าP
  • ชื่อ รู้ลึก..โง่กว้าง นั้น เป็นชื่อเพื่อเรียกร้องความสนใจ..เจ้าค่ะ... อิอิ
  • ประเด็นหลักๆ ก็คือ  ความสมบูรณ์ ความเพรียบพร้อมในตัวคน จะให้มีดีทุกอย่าง นั้น หาได้น้อย ทำได้ยากยิ่งและจำเป็นจะต้องพัฒนาโดยต่อเนื่อง.สม่ำเสมอเท่านั้นเอง...จ้า
  • ไม่ว่าจะเกิดจากอะไรก็ตาม เช่นการศึกษา สังคมครอบครัว/รอบตัว  ตัวเราเอง ฯลฯ
  • สบายดีน๊ะน้อง...
  • ประโยคนี้ประโยคเดียว ความฉลาดของผมแทบไม่มีเลย
  • เรียนให้รู้ลึก  แต่จะโง่กว้าง.น๊ะ.
  • หวัดดีค่ะ
  • แวะตามมาขอบคุณค่ะ...ที่แวะไปทักทายกัน
  • "ก็คนนะสิ...มิใช่แมว" อิอิ
  • คนเราต้องบ่มเพาะและเรียนรู้ควบคู่กันไปค่ะ...
  • โง่กว้าง...ก็ยังดีกว่าโง่โดยไม่รู้อะไร...และไม่ได้ศึกษาเอาเสียเลย
  • ไม่มีใครรู้มาก่อน...ถ้าไม่ได้เรียนรู้และศึกษา บ่มเพาะประสบการณ์ค่ะ
  • เป็นกำลังใจให้นะค่ะ

 

  • หวัดดีค่ะ
  • แวะตามมาขอบคุณค่ะ...ที่แวะไปทักทายกัน
  • "ก็คนนะสิ...มิใช่แมว" อิอิ
  • คนเราต้องบ่มเพาะและเรียนรู้ควบคู่กันไปค่ะ...
  • โง่กว้าง...ก็ยังดีกว่าโง่โดยไม่รู้อะไร...และไม่ได้ศึกษาเอาเสียเลย
  • ไม่มีใครรู้มาก่อน...ถ้าไม่ได้เรียนรู้และศึกษา บ่มเพาะประสบการณ์ค่ะ
  • เป็นกำลังใจให้นะค่ะ

 

 ที่แวะไปชมและให้กำลังใจเยาวชนของเรานะคะ

 

 

  • คุณเบดูอิน ก็ถ่อมตัวซ๊ะเกินไป ครับ
  • ขอขอบคุณครับ
  • คุณอ้อยควั่น Pเม้นท์เพิ่มเติมให้ ..ดีครับ
  • เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ
  • ขอขอบคุณครับ

ยินดีเจ้า..

ขอบคุณจาดนัก..เจ้า

คุณสามสัก...อย่าเครียดมากนักซิ เดี๋ยวก็แก่หมดหรอก..

เมื่อไรจะมาล่ะ..อยากจะอ่านแล้วเร็วๆหน่อยดิค่ะ

  • ไปธุระที่แม่โจ้แพร่มา..จ้าป้า
  • เหนื่อย.ขอพักชั่วครู่ จ้า

มาทักทายแล้วเตรียมเข้านอนค่ะ  วันนี้ตะเวนที่พัทยามาทั้งวันแล้ว...

ราตรีสวัสดี และฝันดีนะคะ

  • คงสนุกน๊ะครับกับการตระเวณพัทยา
  • ขอบคุณคุณครูใจดีมากครับ ที่กรุณาแวะมาเยี่ยมก่อนนอน
  • ขอให้หลับอย่างเป็นสุขยิ่ง ครับ

สวัสดีจ้าท่านพี่..."สามสัก"...แทนความระลึกถึงค่ะ...แอน แอ่น แ้อ้น...

ดูแลสุขภาพกาย-ใจให้เป็นปกติสุขนะเจ้าค่ะ...เป็นกำลังใจให้ค่ะ

  • ขอขอบคุณครับ
  • ท่านอาจารย์P

สวัสดีค่ะคุณสามสัก

เป็นคนจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ค่ะเสมอค่ะ

^^*

  • แหม..น้องเฟิร์นมาให้กำลังใจ
  • อย่างนี้..ต้องเรียนรู้ ขยันให้มากๆ
  • ต่อไป...จะไม่หลับฟุ๊บคาโต๊ะอีกแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

แวะมาเรียนรู้แบบงงนะคะ

ขอไปงีบก่อนดีกว่าค่ะ

ขอบคุณค่ะ

  • ขอขอบคุณคุณครูต้อยติ่ง มPากครับ

สวัสดีค่ะคุณสามสัก

อ่านแล้วยิ้ม ๆ อมยิ้ม ยิ้มกว้าง ๆ .....

อาจารย์ท่านหนึ่งเมื่อเรียนป.โทที่มหิดล คือ อาจารย์หมอพูนพิศ อมาตยกุล ท่านจะสอนคนไม่มีรากหลายอย่าง ท่านมักจะบอกเมื่อเราทำอะไร พูดอะไร ไม่เข้าท่าเข้าทางว่า....

นี่ ๆ ขอร้องเถอะนะ... เรียนมาก็ไม่น้อยแล้ว อย่าให้เป็นพวก ฉลาดลึก แต่...โง่กว้างเลย !!!!

ขอบคุณบันทีกกระตุ้นต่อมโง่กว้าง....ค่ะ

(^___^)

  • สวัสดีครับคุณสามสัก 
  • ไม่ค่อยได้เข้ามาทักทายครับ
  • แต่ก็ระลึกถึงเสมอ ๆ นะครับ

 

  • ขอบพระคุณครับ คุณคนไม่มีราก P
  • ที่กรุณา เม้นท์เพิ่มบันทึกนี้ให้ดูสมบูรณ์มากขึ้นครับ
  • เช่นกันครับ ผอ.ก้ามกุ้ง P

สวัสดีค่ะอาจารย์

  • น้องซิลเวียเคยอ่านวารสาร go trainning เป็นวารสารที่ที่บ้านหนูบอกรับอยู่เค้าเขียนให้ตระหนักถึงการศึกษาว่า..ให้รู้กว้างและรู้ลึก
  • มิฉะนั้นจะถูกโยนออกจากองค์กรหรือหน่วยงานเอาง่ายๆค่ะ
  • โดยข้อความนี้มาจาก Singapore Institute of Management (SIM) Universityเขาเขียนคำว่า
  • "Stay current with Corporate Training ... or else! " ดังภาพนี้ค่ะ

  • เป็นข้อความเตือนใจนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ว่า ...ถ้าไม่สนใจที่จะขวนขวายเรียนรู้แล้วล่ะก็...คุณจะถูกทิ้งลงถังขย (อย่างไร้ค่า)...อะไรประมาณนี้..ดูแล้วน่าคิดเหมือนกันค่ะ

  • น้องซิลเวีย Pครับ
  • ดูออกจะใช้กลยุทธ ทั้งขู่และให้ดูน่ารังเกียจ(ขยะ) ...ดีจริงๆ

มีอาจารย์สอนแพทย์เฉพาะที่ ท่านหนึ่ง(ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม เพราะไม่ได้ขออนุญาตท่าน) สอนอยู่ใกล้ๆ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กทม.พูดติดตลกว่า เรียนให้รู้ลึก  แต่จะโง่กว้าง.น๊ะ.

 

ตัวเองก็รู้สึกค่ะ ว่าเราโง่ทางกว้าง

หนำซ้ำ บางครั้งก็โง่ทางลึกด้วย


ตามความรู้ไม่ค่อยจะทัน

 

เดี๋ยวนี้ มีอาจารย์กูเกิ้ล เป็นตัวช่วย ค่อยยังชั่ว แฮ่ม

 

ขนาดความรู้พื้นฐานที่เคยรู้ บางทีลืม

ทบทวน พูดคุย ค้นคว้า แล้ววนกลับมาทบทวน พูดคุย ค้นคว้าอีก

เป็นสิ่งที่ดิฉันต้องกระทำ ทุก ๆ วันค่ะ

  • ขอบพระคุณท่านอาจารย์ภูสุภามากครับ ที่กรุณาแวะเม้นท์และเข้าทักทาย
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี