Stephen R. Covey ได้กล่าวถึงเรื่อง ภาวะผู้นำ จาก หนังสือ อุปนิสัยที่ 8 จากประสิทธิผลสู่ความยิ่งใหญ่ ไว้ดังนี้ครับ การเป็นผู้นำ คือ * การสื่อสารถึงคุณค่าของคนและศักยภาพอย่างชัดเจน จนคนเหล่านั้นสามารถมองเห็นคุณค่าเหล่านี้ในตัวเอง * หากคนใดยังไม่ตระหนักในคุณค่าของตนเอง ไม่รู้ว่าตนเองมีคุณค่าอยู่ในตัว โดยไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับผูอื่น ผู้นำต้องสื่อสารให้คนดังกล่าวรู้ถึงศักยภาพของตนเอง สร้างโอกาสให้เขาได้พัฒนาตนเองและนำศักยภาพมาใช้ แนวคิดดังกล่าวของ Stephen R. Covey สอดคล้องกับแนวคิดของ Peter F. Drucker เรื่องผู้บริหารที่ทรงประสิทธิผล * ภารกิจขององค์กร คือ การนำจุดแข็งของแต่ละคนใช้เป็นพื้นฐาน ให้เลือกคนจากจุดแข็งของเขา และเอาหูเอาไปนาเอาตาไปไร่ ไม่ให้ความสำคัญกับจุดอ่อน * ผู้บริหารบางคนมัวสาละวนหาว่าคนของเขาไม่มีความสามารถทำอะไรบ้าง แทนที่จะมองหาว่าคนๆนั้น ทำอะไรได้บ้าง เขาจึงพยายามหลีกหนีให้พ้นไปจากจุดอ่อนของคน แทนที่จะไปค้นหาจุดแข็งเพื่อดึงมาใช้ประโยชน์ * ผู้บริหารแบบนี้เป็นคนอ่อนแอ เขาอาจจะกังวลว่าจุดแข็งของคนอื่นที่มี จะก่อให้เกิดอันตรายกับสถานภาพของตัวเอง แต่ความจริงแล้ว ไม่เคยมีผู้บริหารคนใหนต้องลำบาก เพราะมีลูกน้องแกร่งๆ และทำงานมีประสิทธิผลเลยสักคนเดียว ครับ Guru ด้านการบริหารจากซีกโลกตะวันตกทั้งสองท่าน ต่างก็เห็นพ้องต้องกันในเรื่องภาวะผู้นำว่า คือ การดึงศักยภาพของคนออกมา มองคนในแง่บวก สร้างคนให้เป็นคนเก่งตามศักยภาพ หรือตามจุดแข็งของเขา หันกลับมามององค์กรของไทยเราบางองค์กร กลับเป็นว่าผู้บริหารจะไปเน้นย้ำที่จุดอ่อน และ ทำลายจุดแข็งของคนทำงานไป เนื่องจากว่ากลัวจะเก่งกว่าตนเองนั่นเอง....สวัสดี
สวัสดีครับ ท่านรอง small man
จองไม่ทัน อิอิ
เช้านี้ที่ตราด หนาว มีฝน
ขอให้น้องม่อนเรียนเก่งๆนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีคะท่านรอง
มาติดตามอ่านคะ จะได้ทราบว่ามีภาวะผู้นำไหม
ขอบคุณมากครับ ที่เข้ามาเยี่ยม
เห้นด้วยนะคะ ผุ้บริหารต้องดึงศักยภาพของลูกน้องมาช่วยงาน ลุกน้องเก่ง ๆ ผู้บริหารทำงานได้ง่ายและบรรลุเป้าหมายได้ง่าย
ผมอ่านแล้วก็เอามาตรวจสอบตัวเองเหมือนกันครับ
ขอบคุณครับ
ผู้บริหารบางคน ไม่ชอบลูกน้องที่เก่งครับ กลัวเกินหน้าเกินตา
ขอบคุณครับ
มารับข้อคิดดีๆ ในวันหยุดครับท่านรอง นักเรียนหยุด ครูหยุด แต่ผู้บริหารไม่มีวันหยุดครับ ขอบคุณมากครับ
เมื่อ ส. 10 ต.ค. 2552 @ 09:52
#1601031 [ ลบ ]
ผู้บริหารบางคน ไม่ชอบลูกน้องที่เก่งครับ กลัวเกินหน้าเกินตา
ขอบคุณครับ
สวัสดีคะท่านรอง
ไก่ยังคาใจนะคะ ผู้บริหารที่คิดแบบนี้ น่าจะคิดใหม่นะคะ เพราะว่าอย่างไร ผลงานก็เป็นของท่าน ได้หน้าได้ตา ของหน่วยงานก็คือท่านคนชมผลงานไม่ได้ชมลูกน้องนะคะ จะชมผู้บริหาร ค่าตอบแทนตามภาระงาน โบนัส ได้มากกว่าลูกน้องอยู่แล้ว KPI จะบรรลุเป้าหมายก็มาจากลูกน้องทำให้ ชงให้ ท่านต่อยอด และนำเสนอต่อ
แบบนี้ไม่ขอไปเป็นลูกน้อง
ตามมาอ่านค่ะ...
ผู้บริหารแบบนี้ในหน่วยงานของประเทศไทย ยังมีอีกเยอะ
ยิ่งถ้าเป็นเด็กเขา ใครอย่าแตะ ต่อให้เราทำดีแค่ไหน เคยได้ยินไหมค่ะ...
"ทำดีแต่อย่าเด่น จะเป็นภัย" ไม่อยากคิด แต่ก็ต้องคิด
ถ้าผู้บริหารไม่เปลี่ยนนิสัย เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็จะไม่เปลี่ยน จริงไหมค่ะ...
แต่คนเรา ไม่พ้นหรอกค่ะ "กฎแห่งกรรม" ทำสิ่งใด ได้สิ่งนั้นค่ะ สบายใจกว่ากันเยอะเลย
ต้องเปิดใจค่ะ...แต่อย่างว่าไม้แก่ดัดยากส์...
ขอบคุณมากครับ
ผู้บริหารที่ไม่ชอบลูกน้องที่เก่งกว่า มีจริงนะครับ หลายคนด้วย เพราะใจเขายังไม่เปิด
ขอบคุณครับ
ทำดีแต่อย่าเด่น จะเป็นภัย" นี่แหละครับ เป็นผลของการที่ผู้บริหารไม่ชอบคนเก่ง
ต้องเปิดใจครับ จึงจะได้คนเก่ง
ขอบคุณมากครับ
ศักยภาพตนเอง แล้วใช้ให้เหมาะสมกับบริบท ก็จะเป็นผู้นำที่มีความสุขในการบริหารงานด้วย
ขอเสริมอีกนิดว่า ต้องเปิดใจให้กว้างด้วยครับ
ขอบคุณมากครับ
ท่านรองครับ มาสวัสดีก่อนครับ กับภาวะผู้นำ สอบไปเมื่อเสาร์ที่ผ่านมา ครับ
สวัสดีค่ะ
มาขอความรู้ค่ะ
แต่ไม่ได้นำไปใช่น้า แค่อยากรู้ อิอิ