การบริหารความขัดแย้ง

       ในหนังสือ อุปนิสัยที่ 8 ของ  Stephen R. Covey แปลโดย ดนัย จันทร์เจ้าฉาย   Covey  ได้เขียนถึงการบริหารความขัดแย้งโดยใช้วิธีของพระพุทธเจ้า   ในบทที่ 10  ว่าด้วยเรื่องของการบริหารความขัดแย้ง   โดยใช้ชื่อบทว่า "การผสานเสียง การค้นหาทางเลือกที่สาม"

 

 

     

       ขึ้นบทนำจากคำพูดของ วอร์เรน เบนนิส  ว่า "ผู้นำจะไม่ยอมหลีกหนี หลบเลี่ยง หรือ ปฏิเสธความขัดแย้ง  แต่กลับมองว่า มันคือโอกาส"

 

      Stephen R. Covey  เขียนถึงการการรับมือกับความขัดแย้ง  โดยอ้างอิงจาก อรัน คานธี  หลานชายท่านคานธี  เล่าเรื่องถึงคานธี  ในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งมีสามแนวทาง

 

      แนวทางแรก  ต้องเอาชนะชนิด  ตาต่อตา  ฟันต่อฟัน  แต่ท่านก็ห้ามใจและบอกตนเองว่า  ทำอย่างนั้นไม่ถูกต้อง

 

      แนวทางที่สอง  หนีปัญหา  แต่ท่านก็ห้ามใจตัวเองได้ว่า เราจะหนีปัญหาไม่ได้  ต้องเผชิญปัญหา

 

      แนงทางที่สาม  การตอบสนองด้วยแนวทางอหิงสา    แนวทางที่สาม  ไม่ใช่แนวทางของผม  ไม่ใช่แนวทางของคุณ  ไม่ใช่การประนีประนอมยอมกันคนละครึ่งทาง  แต่ดีกว่าการประนีประนอม  ทางเลือกที่สาม คือ สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงเรียกว่า ทางสายกลาง

 

     ทางเลือกที่สาม  เกิดจากความอ่อนน้อมถ่อมตน  เกิดจากความเปิดเผย  ยินดีรับฟังอย่างแท้จริง  และ ความปราถนาจะแสวงหาทางเลือกที่ดีที่สุด  โดยไม่มีทางรู้ว่าผลจะไปลงที่ใด  รู้แต่เพียงว่าผลจะออกมาดีกว่าปัจจุบัน  

 

    Covey  ยังบอกอีกว่า ทางเลือกที่สาม ต้องอาศัยการเอาชนะตัวเองให้ได้   ให้ได้เสียก่อน  และ ทักษะการแสวงหาทางเลือกที่สาม คือ "การสื่อสาร"

 

    หัวใจของ "การสื่อสาร" ที่ Covey หยิบยกมา คือ  "คทาสิทธิ์ที่ใช้พูด" ของ อินเดียนแดง   นั่นคือ สุนทรียสนทนา (Dialouge)  นั่นเองครับ

 

    และสรุปว่า "หากคนเราพยายามเข้าใจกันจริงๆ ส่วนใหญ่จะมีความเห็นตรงกัน"

 

    ครับ สรุปว่านักบริหารที่ยิ่งใหญ่ในซีกตะวันตก ก็ยังอ้างพระพุทธเจ้าในการรับมือกับความขัดแย้งที่ดีที่สุด เป็นทางเลือกที่สาม  ให้ออกมาแบบ "ชนะ/ชนะ"

 

   ด้วยวิธีการที่สอดคล้องกับพระพุทธเจ้า ที่เรีกว่า "การลดอัตตา" นั่นเองครับ