เด็กชายผู้นั้น ผู้ที่แม่และบรรดาพี่ ๆ ถูกถ่ายเทไปสู่ภพอื่นด้วยความตาย คือ วอญ่า “เฒ่าผู้ยิ่งใหญ่” ในวันนี้

 

แม้ว่าความตายจะเป็นผู้ถ่ายเทการกำเนิด แต่หากการถ่ายเทนั้นล้นเกิน ชีวิตหนึ่งที่ถูกความตายมาถ่ายเท จึงต้องเผชิญกับภาวะที่ผิดแผกไป

เด็กชายวัยสามวันถูกความตายถ่ายเทหนึ่งแม่ หนึ่งพี่ชายและสองพี่สาว ไปสู่การกำเนิดใหม่

กว่าจะรู้ว่าความตายคืออะไร สูญเสียคืออะไร เสียใจคืออะไร เด็กชายคนนั้นก็พบว่าตนเองถูกเลี้ยงดูโดยยายและป้า โดยมิได้อยู่กับพ่อเพราะแพ้แรงรักจากยายที่เหนี่ยวรั้งเอาไว้

แม้แรงรักมากล้นจากยายที่ได้รับ แต่ด้วยความพร่องของฐานะ ทำให้เด็กชายต้องดิ้นรนขนขวาย มิทำตนให้เป็นภาระ...คำว่าแม้แต่น้อย ยังดูน้อยไป

...

 

เด็กชายผู้นั้น ผู้ที่แม่และบรรดาพี่ ๆ ถูกถ่ายเทไปสู่ภพอื่นด้วยความตาย คือ

วอญ่า “เฒ่าผู้ยิ่งใหญ่”

ในวันนี้...

“วอญ่า” ในวัยเด็ก ทำงานหนักมากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน มากกว่าจะคำเทียบใด ๆ มาเปรียบเปรย

ไถนาด้วยควายเมื่อหัวยังไม่พ้นคันไถก่อนจบประถมสี่

และเมื่อจบประถมสี่ ความบากบั่น หมั่นเพียร ก็ทำให้ “วอญ่า” มีเรือยนต์พร้อมเครื่องมือประมงครบครัน

แน่นอนเขาทำมาหากินอยู่กับท้องเลด้วยเครื่องมือที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง

เพราะกำพร้าแม่ และมิได้อยู่กับพ่อ ยายจึงเป็นผู้บ่มเพาะทั้งอุปนิสัย ใจคอ และฟูมฟักถ่ายถอดทั้งภูมิรู้ภูมิธรรม

และเพราะเป็นเช่นนี้ วอญ่า ได้รับความโอบเอื้ออารีย์จากผู้เป็นยายมากกว่าหลานคนอื่น ๆ เนื่องจากความพร่องในชีวิต ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เขาแข็งแกร่งมากระทั่งบัดนี้

...

 

ชีวิตวัยกระทงของวอญ่ามีลูกพี่ผู้มีความเป็นเลิศทางด้านเจ้าบทเจ้ากลอน เขาได้เรียนรู้และได้รับการจุดประกายจากลูกพี่ผู้นี้เป็นอันมาก คำคม คำสอน ที่กินใจจำนวนมากมาย ที่เขาใช้วิธีครูพักลักจำ นำมาใช้เรื่อยมา

ทั้งลูกพี่และลูกน้องวอญ่า ดื่มด่ำกับหนัง (ลุง) และละควรวิทยุเข้าใส้เข้าพุง

ละครทางวิทยุถ้าวันใดลูกพี่มีเหตุที่มิได้ฟังต้องให้วอญ่าถ่ายทอดทุกกระทงความ

และวันใดที่มีหนัง ทั้งคู่ก็จะบากบั่นไปชมให้จงได้ แม้ว่าจะต้องเดินทางไกลไปกลับกว่า ๖๐ ก.ม.

เป็นเพราะใจมาทางนี้ วอญ่า จึงชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ

สมัยนั้นหนังสือหาอ่านได้ไม่ง่ายนัก เขาจึงอ่านกระดาษทุกแผ่นที่มีตัวหนังสือ ไม่เว้นแม้ฎีกาผ้าป่า กฐิน

...

 

ในวันที่วอญ่าเริ่มคิดถึงการสร้างอนาคต สร้างครอบครัว เขาเห็นร้านตัดผ้าชาวมุสลิมมีกิจการดี มีงานมิขาดสาย จึงติดว่านั่นน่าจะเป็นหนทางที่เขาจะมีความมั่นคง หากจะทำความคิด ความฝันให้เป็นจริง

เมื่อมีลู่ทางที่จะไปเริ่มต้นในจังหวัดที่ห่างออกไป เขาไม่รีรอที่จะขายบรรดาเครื่องมือประมงที่มีอยู่เพื่อเป็นทุนรอนสำหรับไปเริ่มต้นใหม่ ด้วยเงิน ๑,๗๐๐ บาท

วอญาเลือกกอยู่กับเถ้าแก่ โดยอาสาช่วยงานทุกอย่างแลกกับเงินค่าวิชา

ในขณะที่นักเรียนผู้อื่นเมื่ออยู่ได้สักพัก ราวขวบปีเมื่อมีวิชาปีกกล้าขาแข็งครูก็จะไล่ให้พ้นจากอก แต่วอญามิเช่นนั้นเขายังรักและยังอยากอยู่กับเถ้าแก่ผู้เป็นครูที่เคารพรัก

กระทั่งผ่านไปราวสามปี กศน. มาเปิดสอนให้แก่ผู้ใหญ่ที่มีใจอยากเรียนหนังสือ วอญ่า อยากเรียนจึงเข้าไปขอเถ้าแก่ เนื่องจากการเรียนในแต่ละวันจะต้องเข้าเรียนบ่ายสามโมง ซึ่งยังเป็นเวลาทำงาน เถ้าแก่ติงว่าจะเสียงานหรือเปล่า วอญาตกปากรับคำด้วยสัตย์ลูกผู้ชายว่าจะมิให้กระทบมาถึงงาน จึงได้รับไฟเขียว

วันที่เรียนหนังสือ กศน. จนจบ มศ.๓ ระยะเวลา ๓ ปี เขาต้องตื่นตีสามมาทำงานให้เถ้าแก่เรื่อยไปจนถึงเกือบบ่ายสาม แล้วจึงจะไปเรียน กลับมาจากการเรียน ก็ต้องมาทำงานต่อจนเกือบเที่ยงคืน... ช่วงนั้นชีวิตวนเวียนอยู่อย่างนี้

...

 

สมัยนั้น คนจบ ม.ศ.๓ นับหัวได้ และหัวหนึ่งที่นับได้คือวอญ่า

วอญ่าได้รับการทาบทามให้ไปสมัครงานที่จังหวัดบ้านเกิด วันที่ไปสมัครได้รับการตอบรับให้เข้าทำงาน ขณะที่เขาเลือกรับประทานอาหารในโต๊ะด้านในของร้านเนื่องจากไม่อยากพบใคร

แต่มิรู้ว่าอะไรดลบันดาล ชายผู้เป็นลูกพี่ ผู้ที่กอดคอกันเดินไปดูหนังด้วยกัน ฟังละครวิทยุด้วยกัน มารับประทานอาหารร้านเดียวกับเขา...

เมื่อวอญ่าบอกกำลังจะกลับไปเอาเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้เพื่อมาทำงานและปักหลักที่นี่

ลูกพี่บอกไม่ต้องไปพร้อมควักเงินให้หนึ่งพัน และชวนไปเที่ยวเหมืองแร่ในเลที่เขาเป็นเจ้ากิจการอยู่

วอญ่าตั้งใจอยู่ในเหมือง ๓ วัน แล้วค่อยมามอบตัวเข้าทำงาน วันที่สามที่เขาจะกลับออกมาพายุถล่มต่อเนื่องหลายวันจนออกมาไม่ได้ และกว่าจะออกมาได้เวลาล่วงไปเกือบสิบวัน ตอนนั้นที่ทำงานหาคนใหม่ได้แล้ว จึงกลับไปทำงานกับลูกพี่ที่เหมืองอยู่พักใหญ่

...

 

วันที่โรงพยาบาลปากพะยูน เปิดรับสมัครงาน

วอญ่า ใช้ความสามารถพิเศษจากการอ่านชนะการคัดเลือกเข้าไปทำงาน ทั้งมีผู้มีคุณวุฒิสูงกว่าเขา

เขาทำงานที่นั่นเรื่อยมา จนถึงทุกวันนี้

เขาริเริ่มงานหลายเรื่องในโรงพยาบาล ทำงานโดยมิใช่เพียงเพราะหน้าที่ งานหลายหน้าที่ที่เห็นว่าควรทำเขาก็ทำ หลายครั้งความตั้งใจก็ทำเจ้านายไม่ชอบหน้า ไม่พอใจ แต่เขาก็ยังทำอย่างเสมอต้นเสมอปลาย...

...

 

วอญ่า เป็นผู้รักเรื่องการเรียนรู้ ชีวิตไม่เคยหยุดเรื่องการเรียนรู้

ครูของเขาคือหนังสือมากมายหลายชนิด เป็นเกลอ เป็นสหาย ของนักเขียนมีชื่อนับไม่ถ้วน...

เขามีหนังสือเป็นเพื่อนข้างกายตลอดเวลา เมื่อเดินทางในย่ามจะมีหนังสือติดกายไว้อย่างน้อยหนึ่งเล่ม

วันหนึ่ง เมื่อ มสธ. เปิดโอกาสให้ผู้จบชั้น มศ.๓ และมีประสบการณ์ทำงาน ๕ ปี ให้สามารถเข้าศึกษาต่อปริญญาได้ วอญ่า ไม่ปล่อยโอกาสนั้นให้หลุดไป เขาใช้เวลา ๑๐ ปี เรียนจบกฏหมายจาก มสธ.

หลังจากนั้นยังได้รับการฝึกงานทนายความระยะเวลา ๖ เดือน ซึ่งต้องเดินทางเย็นวันศุกร์เพื่อมาฝึกงานในกรุงเทพฯ และต้องกลับไปทำงานให้ทันในวันจันทร์

เมื่อไม่นานมานี้ เขาได้แรงยุให้เรียนต่อปริญญาโท เพราะเสียงสนับสนุนในครอบครัว ๓ ต่อ ๒ ให้เรียนต่อ วันเสาร์อาทิตย์เขาจึงขอเวลาเพื่อนพ้องไปร่ำเรียน โดยให้เหตุผลว่า “ไม่ฉลาดอย่าขาดเรียน”

...

 

วอญ่า เข้ามาสู่ G2K โดยการแนะนำของสหายท่านหนึ่ง ที่เห็นว่าวอญ่ามีเรื่องเล่าที่ล้ำลึกมากมาย เรื่องเล่าที่แฝงไปด้วยทั้งภูมิรู้ ภูมิธรรม ควรค่าแก่การบอกเล่าถ่ายทอด

เขาเข้ามาสู่โลกไซเบอร์ใน G2K โดยใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็นสักแอะ...

ไม่ต้องพูดว่าจะเปิดเข้าไปอย่างไร กระทั่งเม้าส์ใช้อย่างไร จะพิมพ์ตัวหนังสือผ่านแป้นอย่างไร เขาไม่เป็นสักอย่าง

แต่เขาก็ผ่านมันมาได้

บันทึกแล้วบันทึกเล่าที่เขานำมาแลกเปลี่ยน ได้สร้างแฟนนานุแฟนจำนวนมากที่หลงใหลในคำเล่าของวอญ่า รวมทั้งผม

...

 

วันนี้ผมพบกับวอญ่าที่กระทรวงสาธารณสุข

วอญ่าดั้นด้นเดินทางมาจากปากพะยูนมิใช่มาเพื่อตัวเอง

ทั้งที่มีเรื่องราวมากมายให้ทำ แต่ก็ยังสละเวลาให้ผมได้พบและพูดคุย

ผมเห็นแก่ตัวดึงวอญ่าออกมาจากกลุ่มเพื่อสนทนา

ผมถาม ถาม ถาม และถาม

วอญ่า เล่า เล่า เล่า และเล่า

ผมมิได้จดบันทึก มิได้บันทึกเสียง

ผมกลับบ้านรีบบันทึกเพราะกลัวจะลืม แน่นอนว่าเนื้อหาใจความจากปากวอญ่ากว่าครึ่งหล่นหายไปก่อนที่จะถูกบันทึก

ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ผมอยากฟัง

...

 

ผมขอคารวะ “เฒ่าผู้ยิ่งใหญ่” ด้วยบันทึกนี้ครับ