มะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของสตรีไทย

 

 

 

 

  เมื่อวานนี้วันที่ 5 ตุลาคม 2552 ผมได้มีโอกาสไปร่วมประชุมทางวิชาการที่ โรงแรม โนโวเทล สยามแสควร์ เรื่อง “มะเร็งปากมดลูกภัยร้ายที่ป้องกันได้ “ โดยแพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญ การเข้าร่วมประชุม

 

เป็นการเสริมความรู้หลังจากเมื่อเดือนที่แล้วก็เข้าร่วมประชุมวิชาการหัวเรื่องที่มีความสัมพันธ์กันที่โรงแรมสยามซิตี้(Siam City Hotel) ถนนศรีอยุธยา ซึ่งการประชุมครั้งนั้นมีแพทย์เป็นส่วนใหญ่และเภสัชกรจำนวนหนึ่งเข้าร่วมประชุม โดยแพทย์เฉพาะทางเป็นนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเป็นอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิผู้ให้การบรรยาย

 

        สำหรับการประชุมครั้งนี้เป็นการให้ความรู้โดยแพทย์เฉพาะทางผู้ชำนาญการเช่นเดียวกัน ผู้เข้าร่วมประชุมเป็นแพทย์ เภสัชกรโรงพยาบาลและพยาบาลวิชาชีพ เป็นหัวข้อที่น่าสนใจที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีไทยทั่วๆไปควรจะฟังและรับรู้ไว้เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตโดยตรง ผมขอนำมาเผยแพร่ด้วยความเข้าใจง่ายๆดังนี้

 

 

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงไทย มีการดำเนินโรคที่ช้า สามารถตรวจพบแต่เริ่มแรกได้ และรักษาให้หายได้ แต่ที่น่าเสียดายที่ผู้หญิงไทยจำนวนมาก อายแพทย์ไม่มารับการตรวจทำให้สูญเสียโอกาสที่จะค้นพบโรคในระยะเริ่มแรก ปล่อยจนมีอาการก็สายไปเสียแล้ว 

 

-         หญิงไทยเป็นมะเร็งปากมดลูกกันมากที่สุดพอๆกับมะเร็งเต้านม  

-         ตรวจพบ 6 พันคนต่อปี ครึ่งหนึ่งมักจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

-         สาวไทยมักเป็นอย่างไม่รู้ตัว เพราะก้มลงก็มองไม่เห็น ก็คิดว่าไม่ได้เป็นอะไร

-         กว่าจะรู้ตัวเชื้อก็เกิดการพัฒนาเป็นมากไปแล้ว ถ้าลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองและอวัยวะข้างเคียงก็หมดหวัง

 

เชื้อที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกคือ ไวรัส Human Papilloma Viruses (HPV)

 

เชื้อตัวนี้นอกจากทำให้เกิดมะเร็งที่ปากมดลูกที่พบมากที่สุดแล้วยังทำให้เกิดมะเร็งที่ช่องคลอดและมะเร็งที่ปากช่องคลอดได้

 

เชื้อ HPV เป็นไวรัสที่มีกว่า 100 สายพันธุ์

เชื้อ HPV สายพันธุ์ที่ 16 และ สายพันธุ์ที่ 18 เป็นสายพันธ์ที่มีความเสี่ยงสูงที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกสูง

 

การติดเชื้อมะเร็ง HPV ง่ายมาก ติดมือล้างก็ไม่ออก

 

มะเร็งปากมดลูกติดต่อกันโดยไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์กัน แค่เอามือลูบคลำก็ติดมือมาได้ เชื้อตัวนี้ตายยาก ทนต่อความร้อนกว่าร้อยองศา

 

มะเร็งปากมดลูกส่วนมากเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กัน ซึ่งผู้ชายเป็นตัวนำเชื้อทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก แม้จะใช้ถุงยางอนามัยก็ไม่สามารถป้องกันได้

 

เพราะเชื้อนี้อยู่ที่โคนอวัยวะเพศชายก็มี ติดที่มือจากการสัมผัสก็มี

คนที่มีคู่นอนหลายคนมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ง่ายมาก

 

 

เชื้อ HPV ที่เป็นกลุ่มความเสี่ยงต่ำ ได้แก่สายพันธุ์ที่ 6 และ 11 ที่ทำให้เกิด หูดและหงอนไก่ที่อวัยวะเพศทั้งหญิงและชาย ถ่ายทอดกันไปมาระหว่างหญิงและชายได้เช่นเดียวกันเหมือนมะเร็งปากมดลูก

 

ตรวจพบผู้ที่เป็นมะเร็งปากมดลูก ร้อยละ 99.90 มี DNA ของเชื้อ HPV ติดอยู่ 

 

มะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุของการตายเป็นอันดับหนึ่งของสตรีไทย

 

ผู้ที่เป็นมะเร็งปากมดลูก เจ้าตัวมักจะไม่รู้ จะรู้ตัวก็ต่อเมื่อมีเลือดออกทางช่องคลอด  หรือมีเลือดออกทางปัสสาวะและอุจจาระ กลิ่นมักรุนแรง

 

คนที่เป็นมะเร็งปากมดลูกจะมีเลือดออกเวลาร่วมเพศ หรือมีตกขาวปนเลือด

 

Cell ที่ปากมดลูกเปลี่ยนแปลงได้ง่าย

 

การทำ Pap Smear (ตรวจเนื้อเยื่อ) ทำให้รู้ได้ว่าติดเชื้อหรือไม่

เมื่อติดเชื้อจะใช้เวลาในการพัฒนานาน 10 – 15 ปี     

 

 

การตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูก ( Pap Smear )  เป็นการตรวจทางเซลล์วิทยาเพื่อการหามะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มต้น เพื่อการรักษาแต่เนิ่นๆ

 

เพราะ ภาวะก่อนมะเร็งและต้องใช้ระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงเพื่อเป็นมะเร็งระหว่าง 10-15 ปี

 

เชื้อไวรัสชนิด Human papillomaviruses (HPV) เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

 

การติดเชื้อไวรัส จะเกิดในช่วงที่มีเพศสัมพันธุ์ อายุ 16-30 ปี

ภาวะก่อนมะเร็ง มักจะเกิดในช่วงอายุ 30-40 ปี

และ มะเร็งปากมดลูก มักเกิดในช่วงอายุ 50-60 ปี

 

 พบว่ามากกว่า 50% ของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก ไม่เคยตรวจ เช็คมะเร็งปากมดลูก  

 

สตรีที่มีเพศสัมพันธุ์ตั้งแต่อายุยังน้อยมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกภายหลังได้มาก เพราะชั้นเซลล์ที่ปากมดลูกยังแบบบาง ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ ถ้ามีอาการก็จะแย่แล้วคือเข้าทางทวารหนักและกระเพาะปัสสาวะ  ผู้ชายมักเป็นที่ทวารหนักและอวัยวะเพศชายแต่เกิดน้อยกว่าผู้หญิง 40 %

 

 

กลไกการทำงานของ HPV

ถ้ามีการปริแตกเนื้อเยื่อเซลล์ปากมดลูก virus จะแทรกตัวไปถึงเซลล์ชั้นพื้นฐานเซลล์ปากมดลูกที่มีอยู่หลายๆชั้น

 

เซลล์ชั้นบนไม่แบ่งตัว เซลล์ชั้นล่างมีการแบ่งตัว  HPV จุแทรกตัวลงมาที่ชั้นนี้ เซลล์ที่ติดไวรัสจะหลุดร่วงมาที่ปากมดลูก เชื้อ HPV ยังสามารถแทรก DNA ของมันไปที่เซลล์ปากมดลูก

 

-         เชื้อ HPV อยู่ที่ผู้ชาย การร่วมเพศ  สตรีที่มีเพศสัมพันธ์ในขณะที่มีอายุน้อยจะมีโอกาสเป็นมากกกว่าคนที่มีอายุมาก

-         การมีคู่นอนคู่เดียวไม่ค่อยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก

-         ไม่มีเพศสัมพันธ์เลยก็ไม่เสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูก

 

 

  

 

ปัจจุบัน วิทยาศาสตร์การแพทย์ได้เจริญก้าวหน้ามีการผลิต Vaccine ป้องกันมะเร็งปากมดลูก HPV สายพันธ์ ที่ 6 และ 11 ได้ถึงร้อยละ 70 ของมะเร็งปากมดลูก และป้องกัน ไวรัสสายพันธ์ 16 และ 18  ได้ร้อยละ 90 ของหูดและหงอนไก่

 

 

ถ้าติดเชื้อ HPV ที่ปากมดลูกแล้วได้รับวัคซีนตรงกับสายพันธ์ของเชื้อ การฉีดวัคซีนก็สามารถป้องกันการเป็นมะเร็งที่ช่องคลอดและปากช่องคลอดได้ 100 %

 

การฉีดวัคซีนต้องฉีดให้ครบ 3 เข็ม โดยแบ่งเป็นวันแรกที่ฉีด 1 ครั้ง เดือนที่ 2 หนึ่งครั้ง และเดือนที่ 6 อีกหนึ่งครั้ง

 

   บางประเทศออกเป็นกฎหมายให้เด็กหญิงตั้งแต่อายุ 12 ปี ขึ้นไปต้องฉีดวัคซีนตัวนี้

 

ปัจจุบันหญิงไทยเริ่มสนใจฉีดวัคซีนตัวนี้เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันในอนาคต

 

สาวใดที่คิดว่าชีวิตนี้จะไม่แต่งงานหรือคาดว่าขึ้นคานทองแน่ๆแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนตัวนี้ให้เจ็บเนื้อเจ็บตัวฟรีๆ ครับ 

การฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกเป็นวิธีหนึ่งที่รักษาชีวิตของสตรีไทยให้รอดพ้นจากการคุกคามของมะเร็งปากมดลูกได้