อาการนี้เจอบ่อยเหมือนกัน ไม่รู้เพราะชื่อของ "ความรู้" หรือเปล่า? หรืออาจจะเป็นเพราะ "ภาพลักษณ์" ของความรู้ที่อยู่ในความคิดของคนลึกๆ ว่า อะไรที่บันทึกออกมาเป็นเรื่องเป็นราว ก็เป็นความรู้ ที่พบบ่อยก็เป็น หนังสือ หรือตำรา น้อยหน่อยก็รูปแบบอื่นๆ ภาพวาด ละคร วิดีโอ ฯลฯ
ที่นี้ ปัญหาต่อมาก็คือ พอทำออกมาแล้ว "คนไม่ค่อยเอามาใช้งาน" อีตอนทำลงแรงเยอะ ใช้งบประมาณพอสมควร หาคนมาทำยากอีกต่างหาก
ถึงจะทำออกมาดี แค่ไหน การนำไปใช้ต่อมันยังมีปัญหา เท่าที่พบก็มีคำอธิบายสาเหตุพอฟังได้ อย่างเช่น
ทำเป็น ตำรา หนังสือ คู่มือ แต่คนใช้ส่วนใหญ่ ไม่มีจริต นิสัยการอ่านเป็นทุน
ทำเป็น วิดีโอ เป็นเรื่องราว ใช้งบประมาณเยอะ เลยทำได้น้อย แต่ตอนนำเอามาใช้ในแง่สร้างทัศนคติดีๆ ได้พอสมควร
ทำเป็นละคร การแสดงต่างๆ คนที่มีความรู้ด้านนี้ หายาก เขียนพรอตเรื่องยาก แต่ในภาคชุมชนใช้ได้ดี แต่ในองค์กร คนจะมีความรู้สึกว่า มันดูไม่ขึงขังสมเป็นวิชาการสักเท่าไร
ทำเป็น เว็บไซด์ เว็บล็อก ระบบโครงสร้างเทคโนโลยี อินเตอร์เน็ตไม่ดี เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่มี ที่สำคัญ ถึงมีแต่คน ไม่มีนิสัย e-culture ไม่มีทุนเดิมทางด้านนิสัยการบันทึก
อื่นๆ อีกมากมาย ที่มันโยงใยเกี่ยวข้องกันและกัน ส่วนตัวผมตั้งสมมติฐานว่าหากจะทำเรื่องนี้ คงต้องโยงกับการใช้ด้วย คุยกันอย่างจริงๆ จังๆ ต้องมานั่งคิด "กุศโลบาย" ทำอย่างไรจะปลากินเหยื่อ? แต่ละแห่ง แต่ละที่ ปลาก็ชอบเหยื่อไม่เหมือนกันเสียด้วย ต้องทดลองเล็กๆดูก่อนแล้วหละ ว่าปลาที่เราเล็งอยู่นั่น ชอบเหยื่ออะไร?
ผมยังเชื่อว่าสิ่งนี้ที่ทำเพื่อเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ของคน เลยต้องหาวิธีทำให้มันสะดวกใช้จริงๆ
อย่าถามผมนะครับว่ารูปแบบไหนดีที่สุด เพราะผมก็ไม่รู้ ต้องทดลองอย่างเดียวเลยครับ คำตอบอยู่ที่นั่น ไม่ใช่ที่ผม
เห็นด้วยครับ
ผมค่อนข้างหนักใจที่ ทาง สรพ. ชวนไปคุยเรื่อง ถอดบทเรียน เพราะ วิธีการไม่ได้ตายตัว ผมหาทางออกโดยการ เล่าประสบการณ์ ว่าผมทำมาแบบนี้ ทำมาแบบนั้น ก่อนที่จะสรุปกับตนเองว่า สิ่งที่ทำแล้วมีอะไรบ้างที่เป็นเงื่ือนไขของความสำเร็จ
ที่สำคัญมากๆที่พบคือ ความเป็น คนที่เต็มคน อิ่มจากข้างในก่อนที่จะเเบ่งปันให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ผมในฐานะคนทำถอดบทเรียน ก็พัฒนาตัวเองอย่างยิ่งยวดเหมือนกัน
สิ่งที่คุณเอกเขียนบันทึกการทำงานที่ผ่านมา นั่นแหละครับ คือการถอดบทเรียนที่ดีมาก
เพราะเมื่อวานนี้ อาจารย์ประพนธ์ วนเมล์แนะนำบันทึก กิจกรรมพับกระดาษ ของคุณเอกให้ทีมงาน สคส. เข้าไปอ่าน (ผม copy มาตามข้างล่างนี้ครับ
"สวัสดีเช้าวันจันทร์ครับ
ได้เห็นกิจกรรมตัดกระดาษที่ เอก (จตุพร) เอาไปใช้กับบรรดาคุณครู ดูน่าสนใจดี ลองอ่านได้ที่
http://gotoknow.org/blog/mhsresearch/301954
--
Prapon Phasukyud, Ph.D.
President, The Knowledge Management Institute (KMI)"
ผมอ่านแล้วครับ สิ่งที่ได้ คือ เกิดไอเดีย ที่จะนำไปออกแบบประกอบการเรียนรู้ในเรื่องใด เรื่องหนึ่ง หรือนำเข้าสู่บทเรียน
แล้วแต่ละคนที่ สคส. อาจจะมีไอเดีย คนละแบบ นำไปใช้คนละวิธี แล้วเราค่อยมาแชร์ผลที่เกิด (หากมีการทำจริงแล้ว จะเล่าให้ฟังนะครับ แต่ตอนนี้ต้องมาหัดพับกระดาษแบบน้องหม่องกันก่อนครับ)
พอจะเห็นไหมครับ ว่าบทเรียนหนึ่ง กำลังจะถูกนำไปใช้ต่อ ไม่เฉพาะที่ สคส. นะครับ น่าจะมีที่อื่น แต่เขาอาจจะไม่ได้บอกเราเลยไม่รู้
ขอบคุณสำหรับ "บทเรียน" ดีๆนะครับ
เรียน ท่าน อ.ธวัช ต้องเรียนกว่า ทำ ที่ ชอบ ที่ชอบ อะ ทำอย่างไร ก็ ได้ ขอให้ ทำ ใช้ จริง ก็ แล้วกัน นิ