เรากำลังบรรจุความหมาย (วาทกรรม)ของเด็กชายขอบเข้าไปในวิทยุเมืองกรุงที่เป็นศูนย์อำนาจด้านการสื่อสารมวลชน

ผมห่างหายไปจากการเขียนบล็อกหลายเดือนมากเพราะถูกดึงไปวุ่นวายกับงานติดตามยุทธศาสตร์สื่อเด็กระดับภาค  พอตั้งสติได้ ก็มาคิดอยู่ว่าเราลืมตัวตนบางอย่างของตัวเองไป นั่นคือการเขียน ยิ่งเขียนสิ่งดีๆออกไปยิ่งทำให้เราได้เพื่อน และการเขียนก็เป็นสิ่งที่ผมชอบ ทำแล้วมีความสุข วันนี้ก็เลยขอมีความสุขกับการได้เขียนส่งเรื่องดีๆมาที่น่าจะทำให้คนอ่านมีประโยชน์สุขตามไปด้วยนะครับ

ถ้าใครอ่านบล็อกของผมอยู่บ้าง ก็อาจจะพอรู้ว่า สโมสรเล็กๆของเราทำวิทยุชุมชนมาได้เกือบปีแล้ว รายการก็มีหลากหลายครับ แต่มีรายการพิเศษรายการหนึ่งซึ่งไม่เหมือนใคร ก็คือ รายการ“นานาสาระกับเด็กปางมะผ้า”

นับตั้งแต่สิงหาคม 52 เป็นต้นมา นี่ก็สองเดือนกว่าๆแล้วที่ รายการ “นานาสาระกับเด็กปางมะผ้า” ได้ถูกเผยแพร่ออกอากาศผ่านวิทยุโดยเป็นส่วนหนึ่งของรายการ “โลกของเรา” ที่ทีมงานเสียงไทยได้ให้การสนับสนุนออกอากาศทาง FM 92 สวศ. กรุงเทพ รายการโลกของเรา 19.30 – 20.00 น. ทุกวันศุกร์ นอกจากนี้ยังมีออกอากาศที่ FM 103 อำเภอปาย แม่ฮ่องสอนอีกด้วย

รายการนี้ไม่เหมือนรายการวิทยุอื่นๆที่สโมสรของเราจัดมานะครับ เพราะรายการทั้งหมดเราจัดในแบบผลิตเพื่อกระจายเสียงในวิทยุชุมชนของเราเอง แต่รายการ“นานาสาระกับเด็กปางมะผ้า” นี่เน้นผลิตส่งไปให้คนในเมืองหลวงฟัง

ถามว่าทำไมวิทยุคนเมืองหลวงจึงน่าจะมีรายการ “แบบบ้านๆ” อย่างนี้ไปออกอากาศ แถมทะลึ่งออกเป็นภาษาไทใหญ่อีก ก็ต้องมาขุดคุ้ยถึงแนวคิดเบื้องหลังรายการกันนะครับ

ต้นตอแนวคิดนี้ ต้องยกความดีให้ อาจารย์จเลิศ เจษฎาวัลย์ แห่งชมรมวิทยุเด็ก เยาวชน และครอบครัว  อาจารย์มีรายการวิทยุที่กรุงเทพอยู่หลายรายการ ก็เสนอไอเดียมาว่า จะขออาสารับเป็นพื้นที่เล็กๆให้เด็กบนดอยมีพื้นที่ของตัวเองในรายการโลกของเราและรายการครอบครัวของเรา โดยเริ่มต้นจะให้พื้นที่ในสัปดาห์วันแม่ 5 วันระหว่างวันที่ 10-14 สิงหาคม ทางสโมสรจะทำอะไรก็ได้ใน 5 นาที นี้ ขออย่างเดียวพูดเป็นภาษาท้องถิ่น คนเมืองจะฟังรู้เรื่องหรือไม่ไม่สำคัญครับ เราค่อยสรุปความเอา  คืออยากให้ผู้ฟังจากกรุงเทพเรียนรู้จากเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อเข้าใจเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ เคารพในอัตลักษณ์ที่ต่างกัน

  •         เด็ก เยาวชนไทใหญ่ กำลังตรวจสคริปรายการก่อนบันทึกเสียง

 

ผมมานึกถึงยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสื่อเพื่อเด็ก เยาวชน ที่ครูคำรณ  คุณะดิลก ผู้บุกเบิกกลุ่มละครเวทีพระจันทร์เสี้ยว ได้กรุณามาให้ความรู้แก่เครือข่ายสื่อเพื่อเด็กและเยาวชนภาคเหนือ เมื่อสองวันที่ผ่านมา

ครูคำรณ แนะว่า ในการขับเคลื่อนงานยุทธศาสตร์ เราต้องใช้สองยุทธวิธีคือ หนึ่งสร้างพื้นที่สื่อใหม่ๆ ที่หลากหลาย และสอง สร้างความหมายใหม่ให้เข้าไปอยู่ในสื่อกระแสหลัก แล้วเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของสื่อกระแสหลัก

ผมคิดว่า การทำรายการ“นานาสาระกับเด็กปางมะผ้า” เป็นทั้งสองยุทธวิธีนะครับ

และหากมองในเชิงกระบวนการ ก็เป็นการผลิตแบบมีส่วนร่วม คือเด็ก เยาวชน คนเฒ่าคนแก่ในชุมชนร่วมกันสร้างรายการสื่อ ที่เอากลับมาใช้ในท้องถิ่นเองได้ ทั้งยังเป็นการพัฒนาสื่อบุคคลไปในตัว ในขณะเดียวกันเรากำลังบรรจุความหมาย (วาทกรรม)ของเด็กชายขอบเข้าไปในวิทยุเมืองกรุงที่เป็นศูนย์อำนาจด้านการสื่อสารมวลชน

 

  • น้องจันโนน เยาวชนไทใหญ่ กำลังบันทึกเสียงผ่านโทรศัพท์ให้ทีมงานเสียงไทยที่กรุงเทพนำเสียงไปออกรายการ

 

รายการเราเป็นรายการเล็กๆครับ เราเชื่ออยู่ลึกๆในแนวคิด “Small is Beautiful” แต่ต้อง “Think Globally , Act Locally” ด้วย ไม่งั้นก็ทำแบบเผินๆ มองไม่ทะลุ สร้างการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ 

แต่ทั้งนี้รายการก็กำลังเริ่มได้ไม่กี่เดือน เราก็มีความฝันว่าอยากจะไปส่งเสริมเด็กทุกกลุ่มชาติพันธุ์ในแม่ฮ่องสอน ไม่ว่าจะเป็น ลาหู่ ปกาเกอะญอ ลีซู ม้ง ปะโอ ละเวื้อ ให้ได้รับโอกาสในการจัดทำรายการดีๆอย่างนี้ เหมือนที่เราให้เด็กไทใหญ่ได้ร่วมกันทำ

แม้พวกเขาจะพูดติดๆขัดๆ แต่เราเชื่อว่าเขาทำได้ และคงจะมีความสุขจากการได้ฟังเสียงแห่งอัตลักษณ์ภาษา วัฒนธรรมของตนเองกู่ก้องไปถึงเมืองกรุง

สำหรับผู้ที่สนใจ ขอเชิญฟังรายการ  “นานาสาระกับเด็กปางมะผ้า”  ย้อนหลังได้ทาง www.thaicr.org , www.thaivoice.com, www.moeradiothai.net นะครับ