คุณครูคือผู้ยกจิตวิญญาณของมนุษย์ให้สูงขึ้นโดยธรรม

วันนี้ได้ฟังเพลงเดือนเพ็ญเป็นน้ำเสียงคุณแอ็ดของคารบาวแว่วมาตามสายลม  ที่ว่า...เดือนเพ็ญสวยเย็นเห็นอร่าม  นภาแจ่มนวลดูงามเย็นชื่นหนอยามเมื่อลมพัดมา  แสงจันทร์นวลชวนใจข้า...

คือในยามค่ำคืนลงมายืนชมพระจันทร์แจ่มนวลในวันเพ็ญสวยงามจริงช่วงนี้ผมนึกถึงคุณครูแท้จริงคงเปรียบได้กับดวงจันทร์ส่องแสงเย็นตาพาเย็นใจให้มวลลูกศิษย์ที่เปรียบเหมือนคนเราอยู่ในโลกกลม ๆ ใบนี้ให้หมุนต่อไปตามธรรมชาติโดยมีแสงจันทร์สาดส่องมาพาชีวิตชื่นใจในแต่ละเดือน 

 ถึงแม้ว่าคนเราจะพบเจอปัญหาและอุปสรรคนานาประการแต่เมื่อพบแสงจันทร์ส่องลงมาแล้วทำให้สดชื่นคุณครูก็เหมือนดวงจันทร์วันเพ็ญสาดแสงส่องลงมาสร้างความสบายใจให้แก่มวลศิษย์ได้ชื่นใจ

และเคารพบูชาคุณครูและยึดถือคำแนะนำสั่งสอนปฏิบัติให้ดูเป็นอยู่ให้เห็นและคุณครูคือผู้ยกจิตวิญญาณของมนุษย์ให้สูงขึ้นโดยธรรม...

ถ้าครูไม่ห่วงประโยชน์ที่ควรจะห่วง  หันไปห่วงอำนาจ  ห่วงตำแหน่ง  ห่วงสิทธ์  และห่วงรายได้กันมาก ๆ เข้าแล้ว  จะเอาจิตใจที่ไหนมาห่วงความรู้  ความดี  ความเจริญของเด็ก  ความห่วงในสิ่งเหล่านั้นจะค่อย ๆ บั่นทอนทำลายความเป็นครูไปจนหมดสิ้น  จะไม่มีอะไรเหลือไว้พอที่ตัวเองจะภูมิใจหรือผูกใจใครไว้ได้  ความเป็นครูก็จะไม่มีค่าเหลืออยู่ให้เป็นที่เคารพบูชาอีกต่อไป...

( พระราชดำรัสของในหลวง ร. 9 พระราชทานแด่คุณครูอาวุโส  ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน  21 ต.ค. 2521 )