การศึกษาในยุคปัจจุบัน

นายกฯ ชี้ปฏิรูปการศึกษารอบ 1 เหลว ขรก.ยังหวงอำนาจไว้กับตัว

          นายกฯ สั่งศธ. รื้อใหญ่ระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย ชี้ปฏิรูปการศึกษารอบ 1 เหลวเพราะราชการต้องการผูกขาดอำนาจจัดการศึกษาไว้กับตัว  เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 กันยายน ที่โรงแรมรอยัล ริเวอร์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมสัมมนาเรื่อง "ทศวรรษที่ 2 ของการปฏิรูปการศึกษา : ปัญหาและทางออก" จัดโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์กล่าวปาฐกถาพิเศษโดยมีใจความตอนหนึ่ง ว่า การปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องที่ฝ่ายการเมืองได้ร่วมใจกันทำมาโดยตลอด ไม่มีแบ่งแยกว่าเป็นเรื่องของรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน แต่ส.ส. ทุกคนต้องการขับเคลื่อนระบบการศึกษาให้มีมาตรฐาน เพราะมองว่าเป็นเรื่องสำคัญต่อการพัฒนาประเทศและพัฒนาการเมืองการปกครองใน ระบอบประชาธิปไตย นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้เดินหน้าผลักดันโครงการเรียนฟรี 15 ปี เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่ต้องยอมรับว่าไม่สามารถทำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะปัญหาการขาดแคลนด้านงบประมาณ ทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาต้องดิ้นรนหาทรัพยากรเอง อีกทั้งยังมีการเก็บค่าใช้จ่ายหลายเรื่อง อาทิ การสอนพิเศษภาษาต่างประเทศ การสอนคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ดังนั้นจึงเป็นโจทย์ท้าทายว่าการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 จะเดินหน้าไปอย่างมีคุณภาพ โดยไม่เป็นภาระแก่ผู้ปกครอง

จะเห็นได้ว่าการประเมินผลการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษแรก โดยพบว่าปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับโครงสร้างงานด้านศึกษาธิการเอง ซึ่งใช้เวลามาก และหลายเรื่องก็เกิดความขัดแย้งในเชิงการเมืองและการบริหาร ทำให้ต้องเสียเวลาและเสียสติปัญญาไปกับเรื่องนี้มาก ไม่ว่าจะเป็น การกระจายอำนาจ การจัดเขตพื้นที่การศึกษาและระบบราชการยังผูกขาดอำนาจในการจัดการศึกษาไว้กับตัว หากคนในวงการศึกษายังหมกมุ่นว่าตัวเองและองค์กรของตนจะได้อะไร เราอาจจะเห็นความขัดแย้งในเรื่องสิทธิประโยชน์ของคนทำงาน และลืมไปว่านี่ไม่ใช่เป้าหมายในการปฏิรูปการศึกษา ดังนั้นหากสามารถสละอำนาจและการผูกขาดได้ ก็จะเกิดพลังในการปฏิรูปการศึกษา นี่คือความท้าทาย ความกล้าหาญทางจริยธรรม และการอาศัยการนำของคนที่จะเข้ามาปฏิรูปต่อไปซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญว่าหากเราหมกมุ่นเรื่องโครงสร้างมากเกินไป ก็อาจไปไม่ถึงเป้าหมายที่แท้จริงของการแก้ปัญหาการศึกษา