. . เป็นสภาวะที่สิ่งต่างๆ ที่ฟุ้งกระจายอยู่นั้นเริ่ม “ตกตะกอนนอนก้น”
                    สิ่งต่างๆ ที่ว่านี้น่าจะหมายถึง “ความคิดปรุงแต่ง” ที่มีอยู่อย่างมากมาย
                    หากเราว่างจากความคิดเหล่านี้ได้ จิตใจก็จะสงบ และมีพลังอย่างยิ่ง
                    อยู่ในลักษณะที่เป็นส่วนหนึ่งของสรรพสิ่ง อยู่ได้โดยที่ไม่มี “ตัวกูของกู”
                    เป็นการอยู่อย่างรู้เท่าทัน อยู่อย่างเป็นปัจจุบัน ว่างจากอดีตและอนาคต
                    เป็นสภาวะที่สร้างสรรค์ ทำให้เข้าถึง Intuition (ปัญญาญาณ) ได้ง่าย
                    เกิดมุมมองใหม่ต่อสิ่งทั้งหลาย เห็นว่าสิ่งต่างๆ เป็นไปตาม “เหตุปัจจัย”
                    ไม่ได้ติดอยู่แต่ในเรื่องของ “เหตุผล” เกิดมุมมองที่ “นอกเหตุเหนือผล”
                    จนก่อให้เกิดเมตตา เกิดปัญญา และมองเห็นทุกอย่างได้ตามที่เป็นจริง.
 
            นั่นคือ “สมาธิ” ตามที่ผม “เข้าใจ” แต่ความเข้าใจในลักษณะนี้ (ในลักษณะที่เข้าไป “ในหัว”) ผมเชื่อว่าไม่สามารถจะก่อให้เกิดผลอะไรขึ้นมาได้มากนัก หลักที่สำคัญน่าจะอยู่ตรงที่ว่า ความเข้าใจควรจะต้องมาจาก “ลองฝึกปฏิบัติ” จะต้องสร้าง “ความคมชัด”  ให้เกิดขึ้นในใจ (ทำให้มันเข้าไป “ในใจ” ) ด้วยการทำให้เกิดประสบการณ์ตรง คงจะเป็นประโยชน์มากกว่าที่จะมาทำความเข้าใจโดยใช้สมอง . . . หรือท่านมีความเห็นเป็นเช่นใด ? แชร์กันเข้ามาได้ครับ !